“เพราะว่าความยากลำบากไม่ได้คงอยู่ตลอดไป, ผมทนได้ครับ”

ใครที่เคยท้อแท้แล้วรู้สึกแย่กับชีวิตเหมือนชีวิตไม่มีทางออก ลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ บีไปขอยืมมาจากเวปพี่แจมที่พี่เขาน่ารักมากๆๆ มีแง่คิด ข้อคิดอะไรหลายอย่างในบทความนี้ บียอมรับและนับถือกับผู้ชายที่ชื่อเจย์ พาร์ค จริงๆ เพราะโลกมายาแห่งเกาหลีเคยหันหลังให้เขามาแล้ว แต่เป็นเพราะความเข้มแข็ง กำลังใจ แฟนคลับ ความเป็นตัวตนของเขาทำให้เขากลับมายืนในจุดที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม้จะโดนแกล้งบ้าง รังแกบ้าง แต่การมองโลกในแง่บวกของเขาไม่ธรรมดาเลย กับผู้ชายไม่ธรรมดาคนนี้ค่ะ

เมื่อเสียงเพลงในสตุดิโอได้หยุดลงชั่วขณะ เขาเริ่มร้องเพลง แม้ว่าจะเป็นแค่ชั่วเวลาสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนไฟ แต่แทนที่เขาจะยืนรอเฉยๆ แต่เขากลับเต้น เจย์บอกว่า “จริง ๆ แล้วผมควรที่จะต้องฝึกซ้อมให้เป็นเรื่องเป็นราวนะครับ, ผมคิดว่าผมสนุกไปกับการเต้นมากไปหน่อย” นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมันจึงยากที่จะจินตนาการว่าเขาจะออกห่างจากเวที แม้ว่าจะผ่านไปนานถึง 1 ปี 6 เดือน ที่เขาได้ก้าวออกจากเวทีทั้งหมดในคราเดียว เขาได้ให้คำนิยามตัวเองว่าเป็น “นักร้อง-แรพเปอร์-บีบอย” ในอัลบั้มโซโล่แรกของเขาที่มีชื่อว่า Take a deeper look พวกเราได้พบกับเจย์ปาร์ค คนที่พวกเรารู้จัก หรือบางทีเขาอาจจะเป็นคนที่พวกเราไม่รู้จักเลยก็เป็นได้

10asia ได้เริ่มต้นทำงานและได้ปรากฎตัวทางรายการเพลงต่างๆ อีกครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้าง?
Jay Park: โอเคเลยหล่ะครับ ผมคิดว่าแฟนๆ ต้องการมันมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้ พวกเขาต้องการที่จะเห็นผมในรายการเพลงทางทีวีอีกครั้ง และสุดท้ายผมก็กลับมาอีกครั้ง ผมรู้สึกขอบคุณมากครับ

10asia ได้ร้องได้เต้นคนเดียวบนเวทีในรายการเพลง รู้สึกอย่างไรบ้าง?
Jay Park: ผมจัดงานแฟนมีทติ้งเยอะมากครับและมันก็เสร็จไปเมื่อปลายปี ดังนั้นมันเลยไม่ได้รู้สึกแปลกๆ ที่จะยืนบนเวทีเพียงลำพัง แต่การออกรายการเพลงทางโทรทัศน์ด้วยตัวเองในครั้งแรกมันค่อนข้างยากนิดหน่อยฮะ เพราะกล้องจะโฟกัสที่ผมตลอดเวลา ดังนั้นผมจึงไม่รู้ว่าผมจะคอนโทรลการมองกล้องของผมยังไงดี ฮ่าๆๆ และก่อนหน้านี้ท่อนที่ผมต้องเต้นค่อนข้างเยอะครับ เนื่องจากท่อนร้องของผมมีแค่นิดหน่อย แต่ตอนนี้ผมต้องร้องเพลงตั้งต้นเพลงจนจบเพลงเลยครับ ซึ่งผมจะต้องทำให้มันออกมาดีทุกอย่างเลย

“ผมเคยเป็นกังวลเกี่ยวกับความนิยม”

10asia คุณจะต้องมีอะไรหลายๆ ที่จะต้องคิดต้องทำ ทั้งการทำอัลบั้ม และการที่ต้องยืนบนเวทีด้วยตัวเอง คุณคิดว่าส่วนไหนที่คุณให้ความสำคัญกับการแสดงบนเวทีของ abandoned?
Jay Park อันดับแรกเลยนะฮะ ผมคิดว่าท่าเต้นที่นักออกแบบท่าเต้นจะต้องออกแบบมาให้เข้ากับเพลงให้ดี ปัญหาอย่างเดียวที่มีก็คือ แล้วผมจะแสดงสดไปด้วยได้ยังไงกัน? ดังนั้นผมเลยไม่ได้เต้นในช่วงท่อนที่ 2 ของเพลงครึ่งนึง มันมีส่วนที่ข้ามไปเยอะมาก (ไม่ได้เต้น) แต่ผมก็ต้องการจะแสดงให้เห็นว่าผมก็สามารถเต้นได้ดีเหมือนกับแดนเซอร์คนอื่นๆ หรือดีกว่าพวกเขาด้วยครับ

10asia บอกตรงๆ นะ พวกเราคาดหวังว่าจะได้เห็นเวทีที่ทรงพลังพร้อมกับอะโครบาติกและการเต้นบีบอย มีเหตุผลอะไรรึเปล่าที่คุณปรับเปลี่ยนการเต้นของคุณให้ดูสงบนิ่งและหนักแน่นในทุกๆ จังหวะการเคลื่อนไหว?
Jay Park อืมมมม ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าผมสามารถแสดงอะโครบาติกได้ พวกเขาดูมันมาพอแล้วครับ, ผมคิดว่ามันชัดเจนอยู่แล้วว่าผมทำได้ อีกอย่างนึงผมก็รักสไตล์การเต้นของนักออกแบบท่าเต้นของผมด้วย ผมไม่สามารถอธิบายมันด้วยคำพูดได้อะฮะ แต่มันรู้สึกเหมือนกับว่ามันมีอารมณ์ซ่อนอยู่ในท่าเต้นนั้นด้วย มันไม่ได้รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นการเต้นอะครับ มันเป็นอะไรที่ดูแข็งแรงและความรู้สึกซึ่งถูกควบคุมไว้

10asia มันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่ Dok2 และ The Quiett ผู้ซึ่งร่วมทำงานในอัลบั้มของคุณขึ้นไปบนเวทีมิวสิคแบงค์กับคุณในอาทิตย์แรก ตอนประกาศผลด้วย พวกเขาคือศิลปินที่คุณจะไม่ได้เห็นเลยตามรายการการจัดอันดับเพลงเคป๊อปทั่วไป

Jay Park : Dok2 เคยออกทีวีตอนที่เขาทำกิจกรรมอยู่ในทีม “All Black” ครับ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ออกอีกเลย ผมรู้สึกว่าพวกเราชนะอันดับหนึ่งด้วยกันครับ เนื่องจากผมชนะในเพลงที่มีด๊อกกี้ร่วมฟีีทด้วย ด๊อกกี้แรพและประพันธ์เพลงได้แจ่มมากครับ เขาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมนะ ผมรู้สึกแย่ที่หลายๆ คน ไม่ทราบถึงเรื่องนี้ และผมก็หวังว่าคนอื่นๆจะได้รู้จักเขามากขึ้น ด๊อกกี้ได้แนะนำผมให้รู้จักกับพี่เงียบครับ และหลังจากนั้นพวกเราก็สนิทกันมาก พี่เงียบก็เป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมเช่นกันครับ สไตล์ดนตรีของเขาแตกต่างกับด๊อกกี้มาก แต่พวกเราก็สนใจในดนตรีฮิปฮอปซึ่งก็คือสิ่งเดียวกัน

10asia แน่นอนว่าอัลบั้มนี้เป็นอะไรที่สำคัญมาก เนื่องจากมันคือการคัมแบ็คอย่างเป็นทางการของคุณในฐานะศิลปินเดี่ยว คุณไม่ได้ทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง หรือทำการโปรโมทอย่างยิ่งใหญ่ ฯลฯ แต่อัลบั้ม TADL นี้กลับดูเหมือนมันจะเป็นอัลบั้มที่ทำกันแบบ “ครอบครัว” ของเจย์ปาร์ค (ทำแค่กับคนที่รู้จักสนิทสนมเป็นครอบครัวเดียวกันไรงี้) หรืออาจจะบอกได้ว่า อัลบั้มนี้คือการทำงานร่วมกันระหว่าง เจย์ปาร์ค AOM ด๊อกกี้ และ The Quiett จาก ILLIONAIRE records แบบนี้ มันเลยไม่เหมือนกับสิ่งที่คนทั่วไปอาจจะได้คาดหวังไว้

Jay Park : แน่นอนครับ, แต่ด้วยความสัตย์จริงนะ ผมไม่มีความคิดเหล่านั้นในหัวผมเลยจริงๆ เพราะผมไม่ได้จินตนาการว่าอะไรคือสิ่งที่คนอื่นๆ คาดหวังไว้ ก่อนอื่นเลยนะครับ ทุกคนไม่ได้รู้จักผมจริงๆ พวกเขาเคยเห็นผมในฐานะส่วนหนึ่งของทีม ดังนั้นผมมั่นใจเลยว่าพวกเขาไม่รู้หรอกว่าดนตรีแบบไหนที่ผมชอบ และดนตรีแบบไหนที่ผมจะนำเสนอออกมา บวกกับมันคงไม่น่าสนใจหากผมนำเสนอแต่สิ่งเดิมๆ เหมือนก่อนหน้านี้ ดังนั้นผมเลยทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำ 100% เลยครับ ผมเขียนเพลงทั้งหมดเอง ทำงานร่วมกับคนที่ผมอยากจะทำงานด้วย ผมแค่อยากจะโชว์ให้เห็นว่าผมสามารถทำมันได้แม้ว่าผมจะไม่ได้ทำงานร่วมกับคนดัง เพื่อนของผมชาช่าคนที่ทำงานเพลงร่วมกับผม ด๊อกกี้ หรือพี่เงียบ ทุกคนล้วนไม่ใช่คนดัง โอ้ววว ผมหมายถึงพวกเขาดังนะครับ แต่ว่าก็ไม่ดังเหมือน will.i.am. แน่นอน ฮ่าๆๆๆ (ไปว่าเค้าว่าไม่ดัง จากนั้นก็คิดได้ว่า เฮ้ย ตรูไม่ควรพูดนะ ฮ่าๆๆๆ จริงๆ แล้วด๊อกกี้กับพี่เงียบเป็นคนดังในวงการฮิปฮอปเกาหลีมากค่ะ ถ้าให้เปรียบเทียบเห็นกันง่ายๆ กับศิลปินบ้านเราก็น่าจะประมาณบุดด้าเบลส ก้านคอคลับ อะไรแบบนี้อะคะ แต่ที่ไม่เหมือนก็คือ ด๊อกกี้และเงียบเป็นเจ้าของค่ายเพลงเอง หุๆๆ)

10asia คุณไม่กังวลเหรอ?
Jay Park : จริงๆ แล้วผมก็กังวลนิดหน่อยครับ เพราะว่าอัลบั้มของผมมันค่อนข้างแตกต่างจากแนวเพลงในปัจจุบัน และผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าอัลบั้มนี้ยังขาดความน่าดึงดูดใจในคนหมู่มากอยู่

10asia ฉันได้ยินมาว่าคุณกังวลเกี่ยวกับคะแนนความนิยมของเพลงที่ต่ำเมื่อเทียบกับจำนวนตัวเลขอัลบั้มที่ขายได้ มีอะไรอยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้มั๊ยคะ?
Jay Park : อู้ว….. ด้วยความสัตย์จริงเลยนะครับ เพลงมันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ ฮ่าๆๆๆ ผมรู้สึกแย่ในตอนแรก แต่ก็มีศิลปิน และแดนเซอร์ต่างมาบอกกับผมว่า “เพลงมันเยี่ยมไปเลย” แม้ว่ามันจะไม่ได้รับความนิยม ดังนั้นตอนนี้ผมเลยรู้สึกดีมากครับ และผมก็ไม่ได้รู้สึกอับอายอะไร ผมคิดว่าการได้รับการยอมรับจากศิลปินคนอื่นๆ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

10asia เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณไม่รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยเหรอ (ขาดการประชาสัมพันธ์)? ยกตัวอย่างเช่น มันน่าจะเป็นอะไรที่ดีนะหากได้รับโอกาสมากกว่านี้ในการสแปร๊ดเพลงในที่สาธารณะ ไม่ใช่จำกัดแค่เฉพาะกับแฟนๆ ที่ซื้ออัลบั้มเท่านั้น
Jay Park : ผมเดาว่าถ้าผมสามารถปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์ มันน่าจะช่วยสแปร๊ดเพลงได้มากขึ้น แต่ผมไม่มีเวลาอะครับ เพราะตอนนี้ผมยังต้องถ่ายหนังเรื่อง Mr. Idol อยู่, และส่วนใหญ่ก็ถ่ายกันที่ต่างจังหวัดด้วย ดังนั้นผมจึงพอใจกับกระแสตอบรับที่ได้จากอัลบั้ม แต่บอกตรงๆ นะ ผมว่ามันมากกว่าที่ผมคาดหวังไว้ซะอีก ผมไม่เคยคิดเลยว่าอัลบั้มของผมมันจะดังได้ขนาดนี้ จริงๆ แล้วผมคิดว่าเพลงมันน่าจะฮิตมากกว่า ไม่น่าจะเป็นอัลบั้ม ดังนั้นมันเลยตรงกันข้ามกับที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิงครับ ฮ่าๆๆ

10asia แหล่งที่มาของเพลงและอุตสหกรรมอัลบั้มเพลงตอนนี้มันค่อนข้างแตกต่างจากเมื่อก่อนตอนที่คุณทำกิจกรรมเมื่อ 2 ปีก่อนมั๊ย ?
Jay Park : แตกต่างมากครับ เอาจริงๆ นะ ผมว่ามันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแหล่ะ ถ้าคุณไม่ใช่ 2ne1 มันจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นตอนนี้ผมจึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของ 2NE1 ฮ่าๆๆๆๆ (อะไรของมัน ฮ่าๆๆๆ)

“ผมพยายามที่จะใช้สำนวนที่เป็นเอกลักษณ์ ตอนที่ผมเขียนเพลง”

10asia ทิศทางของดนตรีแบบไหนที่คุณนำมาใช้กับอัลบั้มนี้ หรือคุณมีพื้นฐานทางดนตรีประเภทใด?
Jay Park : ครับ, ผมฟังเพลงหลากหลายประเภทมากเลย อาทิ electro dance, pop, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาร์แอนด์บีในยุค 90s และฮิปฮอป ซึ่งเป็นแนวโปรดของผม ดังนั้นตอนนี้ผมก็เลยทำเพลง R&B และ hiphop, และผมก็อยากจะพิสูจน์ว่าผมสามารถทำมันได้ดี ผมรู้ว่่าคนที่รักเพลงอาร์แอนด์บีและฮิปฮอปมีจำนวนไม่มากเท่าไหร่หรอก แต่ผมก็ยังต้องการให้คนชอบเพลงของผม ดังนั้นผมควรจะทำมันให้ดีขึ้น

10asia ดังนั้นคุณเลยพยายามที่จะโน้มน้าวคนอื่นๆ ให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา แทนที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการให้คุณทำ
Jay Park : เพราะว่ามันไม่น่าสนใจครับ ตอนที่ผมทำดนตรี ผมน่าจะสามารถสนุกกับมันได้ ถ้าผมทำในสิ่งที่ผมต้องการจะทำ และตราบใดที่ดนตรีมันดี มันก็จะดึงดูดคนจำนวนมาก ผมอยากจะทำต่อไปในแนวทางนี้ แต่ผมก็ได้รับการพัฒนาทั้งเรื่องดนตรีและทักษะของผมทีละขั้นทีละตอนนะครับ ผมมีอะไรมากมายหลายสิ่งที่ต้องการจะโชว์ ผมยังไม่ได้เปิดเผยอะไรอีกหลายอย่างเลยครับ

10asia สำหรับเสียงของนักร้องชาย เอกลัำกษณ์ที่เด่นชัดของเสียงคุณก็คือ “ความหวาน” คุณชอบเสียงของตัวเองมั๊ย?
Jay Park : ไม่เลยครับ คำว่า “เสียงหวาน” สำหรับผมมันหมายถึงเสียงเด็ก ผมคิดว่าผมไม่ชอบมันเพราะผมไม่ใช่นักร้องที่ดี ถ้าผมเป็นนักร้องที่ดีผมคงจะชอบคำนี้แล้วหล่ะ ผมยังคงต้องฝึกฝนต่อไปครับ

10asia เนื้อเพลงภาษาปะกิดของคุณมีสำนวนโวหารเยอะมาก แต่มันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเนื้อเพลงภาษาเกาหลีของคุณ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเขียนเพลงเองทั้งอัลบั้ม?
Jay Park : โดยส่วนตัวนะครับ การเขียนเนื้อเพลงภาษาเกาหลีมันยังคงยากสำหรับผม ผมรู้คำศัพท์ไม่มากดังนั้นมันเลยมีท่อนซ้ำๆ อีกอย่างผมได้เริ่มเขียนแรพภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ ม.ปลาย ดังนั้นสำนวนของผมมันเลยไม่ซ้ำใคร ผมพยายามที่จะทำให้มันออกมาดูฉลาด แต่บางคนบอกว่ามันหน่อมแน้ม ฮ่าๆๆๆ

10asia จากเพลง “Abandoned” มีท่อนที่น่าสนใจ อาทิ “ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันก็ตามเธอไปเหมือนหมาตัวหนึ่ง” และ “เธอไปไหน ทำไมถึงทิ้งฉันไว้ที่นี่ลำพัง? ฉันเจ็บเจียนตาย เธอทำได้ยังไงกัน?” คุณเคยคิดมั๊ยว่าสำนวนเหล่านี้มันไม่ใช่สำนวนที่ใช้กันปกติในเพลงทั่วๆ ไป?
Jay Park : สุนัขปกติมันก็ตามเจ้าของของมัน ตอนที่ผมเขียนท่อนนั้นผมคิดแบบนี้ครับ แล้วผมก็ใส่ท่อนที่ว่า “เธอทำได้ยังไงกัน?” เพราะท่วงทำนองของเพลงครับ (พร้อมกับท่อนก่อนหน้านี้) การร้องมันก็ค่อนข้างเหมือนกับการพูดแหล่ะครับ และผมก็ไม่เห็นมีกฏไหนเกี่ยวกับการห้ามใช้สำนวนประเภทนี้ (เป็นตัวของตัวเองมาก ฮ่าๆๆๆ)

10asia แทร็คแรกคือ “Touch the Sky” เพลงที่คุณทำงานร่วมกับพี่เงียบThe Quiett และมันก็ทำให้พวกเราสงสัยว่าคุณสามารถเขียนเพลงนี้ให้ออกมามีชีวิตชีวาสดใส มากกว่าให้ออกมาเป็นเพลงที่แข็งกร้าวและดุดันได้ยังไงกัน
Jay Park : ผมเป็นคนประเภทที่พยายามจะคิดในแง่บวกนะครับ แม้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ มันอาจจะดูยุ่งยาก แต่มันก็ไม่ใช่ว่ามันจะยุ่งยากไปตลอด เพลงนี้เป็นเพลงแรกเนื่องจากมันมีเนื้อหาที่ดี ผมอยากให้คนฟังได้รับความสดใสทันทีที่พวกเขาได้ฟังมัน นี่คือดนตรีที่ให้ความรู้สึกที่ดีครับ มันคือเพลงในแบบที่ผมอยากจะทำ

10asia แต่ว่าเพลง “Level 1000” ที่คุณทำงานร่วมกับ Dok2 กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงนะ คุณมีประสบการณ์จริงที่ยากลำบากเหมือนกับเนื้อหาของเพลง “ไม่เจ็บก็ไม่ได้มา/แม้ผมจะถูกยิงแต่ก็ไม่ตาย, แม้ว่าคุณจะปิดกั้นทางของผม ผมก็จะทลายทะลุผ่านมันไป” คุณทำได้ยังงัยในการที่จะทำเพลงที่ให้ความรู้สึกดีๆแทนที่คุณจะพยายามทำเพลงที่จะพิสูจน์ตัวคุณเองให้โลกได้รับรู้ในเมื่อคุณผ่านเหตุการณ์แย่ๆแบบนั้นมา?<a
Jay Park : อืมมม ไม่รู้ซิครับ บางทีอาจเป็นเพราะผมมักจะฉกฉวยช่วงเวลาดีๆ ของชีวิตเอาไว้ (คือการเป็นคนคิดบวกนั่นเอง)? ผมคิดว่าอาจจะเป็นไปได้นะ เพราะผมสนุกกับการเต้น การร้องและการแร็พ เพราะผมรักในเสียงเพลงครับ

10asia แม้ว่าคุณจะพยายามใช้ชีวิตอยู่โดยทำเพลงที่ให้ความรู้สึกที่ดี แต่ทุกๆ คำพูดและทุกๆ การกระทำของคุณกลายเป็นประเด็นให้พูดถึง และคุณก็ได้รับคอมเมนท์มากมายจากพวกเขา คุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ายังไงบ้าง?
Jay Park : ผมไม่มายด์จริงๆ ครับ ผมเคยได้รับคอมเมนท์แย่ๆ มากมายจากบทความหรือสิ่งที่พวกเขาตอบกลับมา ฮ่าๆๆ มันเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รู้จักผมเป็นการส่วนตัว ถ้าหากมันมาจากเพื่อนสนิทของผม มันคงจะทำร้ายความรู้สึกของผมมาก แต่นี่มันมาจากคนแปลกหน้าทั้งนั้นเลย ผมเคยรู้สึกแย่กับมัน ผมไม่สามารถยอมรับกับบางสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งสิ่งนั้นมันอาจจะเป็นสาเหตุทำให้คนอื่นๆ เข้าใจผมผิดได้ ก่อนหน้านี้ผมอยากจะเคลียร์สิ่งเหล่านั้นเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคแล้วฮะตราบใดที่คนรอบตัวผมเข้าใจผมอย่างชัดเจน

10asiaแต่มันจะต้องน่าผิดหวังและยากที่จะจัดการกับมัน เมื่อคุณรู้ว่ามีบางคนอาจจะเกลียดคุณ เนื่องจากคุณมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับประชาชน คุณอาจจะรู้สึก “ผมหวังว่าพวกเขาจะไม่เกลียดผม” อะไรแบบนี้
Jay Park แต่มันเป็นไปไม่ได้ฮะที่ทุกคนจะชอบผม บอกตรงๆ นะครับ พวกเขาอาจจะเป็น haters หรือบางทีอาจจะเป็นแค่คนที่ไม่ชอบผม มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของพวกเขา บางคนอาจจะเกลียดผม แต่บางคนก็อาจจะเกลียดคนอื่น ผมไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ
href=”https://beebabies.files.wordpress.com/2011/06/jayparkdok2.jpg”&gt;
10asia ความคิดของคุณจะต้องแข็งแกร่งมากๆ ถึงจะทำให้มีรูปแบบความคิดเช่นนี้
Jay Park อืมมมม ด้วยความสัตย์จริงนะครับ มันยากมากจริงๆ ตอนที่ผมมาเกาหลีครั้งแรกเพื่อเป็นเด็กฝึก ผมร้องไห้และโทรหาแม่ของผมทุกๆ วันเป็นเวลา 2 อาทิตย์ และบอกกับแม่ว่าผมอยากจะกลับบ้าน มีบางคนหัวเราะผมเพราะตอนนั้นผมอายุแค่ 19 เอง, ผมสามารถบอกได้เลยว่ามันยากสำหรับผมจริงๆ ครับ ฮ่าๆๆๆ มันเป็นเพราะว่าตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นผมเลยออกกำลังกายหนักมาก ผมเคยวิ่ง 30 แทร๊ค (เท่ากับเท่าไหร่อะ???) ตอนกลางคืน หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ผมก็คิดว่า “ผมสามารถทำได้ทุกสิ่งตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ” ตอนนี้ผมยิ่งรู้สึกมีความสุขมากกว่าเวลานั้น ผมพยายามที่จะสร้างความคิดด้านบวกจากสถานการณ์ที่เลวร้าย เพราะความยากลำบากมันไม่มีตลอดไปหรอกครับ ผมทนมันได้.

“ผมกำลังคิดเกี่ยวกับการทำกิจกรรมในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกันครับ”

10asia แทนที่คุณจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าคุณให้ความสำคัญกับการพยายามที่จะประสบความสำเร็จกับเพื่อนที่คุณใกล้ชิดด้วยแม้ว่ามันอาจจะใช้เวลาที่นานกว่า
Jay Park : มันไม่สนุกหรอกหากใช้ชีวิตเพียงแค่คิดถึงแต่ตัวเอง และมันก็ไม่สนุกเช่นกันหากคุณจะประสบความสำเร็จโดยไม่มีใครร่วมยินดีกับมันด้วย มันจะมีประโยชน์อะไรหากคุณจะเอนจอยกับความสำเร็จนั่นเพียงลำพัง? แล้วคุณจะทำยังไงถ้าหากความสำเร็จเหล่านั้นมันหายไปในภายหลัง? ฮ่าๆๆๆ

10asia ความหมายของคำว่า “ความสำเร็จ” สำหรับคุณคืออะไร?
Jay Park : ความหมายของความสำเร็จนั้นแตกต่างออกไปตามแต่ละบุคคลครับ แต่ผมคิดว่าผมประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้วหล่ะ เพราะว่าความฝันของผมตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็คือการที่ได้ดูแลครอบครัว และได้ยืนบนเวทีพร้อมกับ AOM มันเป็นความฝันที่เป็นไปไม่ได้เลยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันดูไร้สาระเมื่อคิดว่าจะทำคอนเสิร์ตกับ AOM หรืออะไรแบบนั้นหน่ะ แต่มันก็กลายมาเป็นความจริง เพราะเหตุนี้ผมว่าผมประสบความสำเร็จแล้วครับ

10asia ฉันได้เห็นพวกเขาให้อิสระต่อคุณในการทำเพลงและการสร้างทีมของคุณ วิธีการคอนแท็คกับเอเจนซี่ปัจจุบันของคุณที่ทำขึ้น มันช่างแตกต่างกับกลุ่มไอดอลเกาหลีมากเลย
Jay Park : มันแตกต่างมากๆ เลยครับ ก่อนที่ผมจะเซ็นสัญญากับพวกเขา พวกเราได้ทำข้อตกลงกันบางอย่าง แล้วที่มันเป็นไปได้เพราะพวกเราเชื่อใจกันและใจ ถึงแม้ว่าในตอนแรกพวกเขาพยายามที่จะตามผมให้ทันว่าผมกำลังพยายามที่จะทำดนตรีแบบไหนอยู่กันแน่ และแน่นอนครับพวกเขาก็ตั้งข้อสงสัยในแนวดนตรีของผม แต่หลังจากที่ผมได้ปล่อยเพลงออกมาหลายๆ เพลงไม่ว่าจะเป็น “Bestie” และ “Speechless” ทีละเพลงทีละเพลง และอัลบั้มก็ได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยม ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มเชื่อในตัวผม ถ้าผมสามารถแสดงให้พวกเขาได้เห็นและเข้าใจได้ ผมแน่ใจว่าเราสามารถสร้างความเชื่อใจซึ่งกันและกันได้มากขึ้น แล้วก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

10asia ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่าการสักก็เหมือนกับ “การแร็พและการเต้น” แต่พวกเขาสามารถวางข้อจำกัดต่อการทำกิจกรรมทางโทรทัศน์ของคุณได้ มันจะเป็นไปได้มั้ยว่าเจ้า tattoos เหล่านี้จะมาขัดขวางการปรากฎตัวของคุณในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านทางโทรทัศน์ของเกาหลี?
Jay Park : ก่อนอื่นเลย ผมจะไม่ไปสักที่แขนเพิ่มอีกแล้วครับ ฮ่าๆๆๆ ผมคิดว่าหนทางที่ผมต้องการจะประสบความสำเร็จนั้นมันไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับคนอื่น ผมพยายามที่จะไม่ก่อปัญหาให้กับผู้อื่น ผมแค่ทำดนตรีที่ผมต้องการเพราะผมชอบมัน และนอกจาเกาหลีแล้วผมก็กำลังคิดที่จะทำกิจกรรมในอเมริกาและประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกันครับ

10asia ชาวเกาหลีมีแนวโน้มที่จะขีดเส้นระหว่างพวกเขากับคุณ เนื่องจากสัญชาติของคุณ และการไม่ใช่คนเกาหลีโดยกำเนิด
Jay Park : ฮะ แม้ว่าทั้งพ่อและแม่ของผมจะเป็นคนเกาหลี แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับการที่ผมเกิดที่อเมริกา. ผมแค่ภูมิใจว่าผมมีเลือดเกาหลีในตัวผม และผมก็มักจะให้ความสนใจกับเหล่าแรพเปอร์ และศิลปินในอเมริกาซึ่งเป็นคนเกาหลี นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงเริ่มสนใจใน Choo Sung-hoon. และบอกตามตรงนะครับ พวกเราทั้งหมดคือคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเกาหลีหรืออเมริกาก็ตาม

10asia คุณยังต้องใส่ความพยายามในการที่จะใช้ชีวิตในสังคมเกาหลีอยู่มั๊ย?
Jay Park : ก็ไม่ขนาดนั้นนะครับ เพราะว่าผมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานาน มันก็ 6 ปีแล้วนะ ผมว่าผมปรับตัวได้แล้วหล่ะ ก่อนหน้านี้ผมไม่ดื่ม (แอลกอฮอล์) เลยนะ แต่ตอนนี้ผมสามารถดื่มเพื่อเข้าสังคมได้แล้ว, ผมปรับตัวได้หมดแล้วฮะ ฮ่าๆๆๆ

10asia คุณรู้สึกได้ถึง “ความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม” ตอนที่คุณต้องเดินทางไปมาระหว่างต่างประเทศกับเกาหลีบ้างมั๊ย?
Jay Park ทุกที่ที่ผมไป มันมักจะแตกต่างกันเล็กน้อยเสมอครับ และผมก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มันยากสำหรับผมที่จะใช้ชีวิตอยู่เกาหลีตอนที่ผมจากอเมริกามาที่นี่ครั้งแรก แต่หลังจากที่ผมใช้ชีวิตทั้งที่นี่และที่อเมริกา ไปยังที่ต่างๆ มากมาย, ทานอาหารหลากหลายชนิด, ทำคอนเสิร์ต และพบปะกับแฟนๆ ที่หลากหลาย ตอนนี้ผมไม่เซอร์ไพรซ์กับอะไรแล้วครับ ผมอาจจะคิดว่า “อ่าาาา นี่คือวิธีทำงานของที่นี่ซินะ” ความหมายก็คือ เกาหลีและอเมริกาต่างก็เชื่อมโยงถึงกันเนื่องจากอยู่บนโลกเดียวกัน หากผืนแผ่นดินของโลกเกิดถูกทำลาย ทุกคนก็ตายไปด้วยกันหมดแหล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ

SOURCE: 10ASIA; TRANSLATOR: idlenesswego@JAYPARK.NET
แปลไทยตามใจฉันโดย แจมแฟนเจย์ หุๆ heisjaypark.com
credit : http://www.heisjaypark.com/

เมื่ออ่านจบแล้วคุณได้อะไรจากบทสัมภาษณ์นี้ไหมคะ คุณพยายามลุกขึ้นจากชีวิตแย่ๆของคุณได้หรือยังคะ บีว่าหลายคนน่าจะคิดได้แล้วหละค่ะ ว่าที่เขากลับมาได้ ไม่ใช่แค่เพราะเขามีดีที่หน้าตา หรือว่าหกห่ออันชวนเลือดกำเดาพุ่ง แต่เขามีดีที่ความคิด จิตใจ และความสามารถค่ะ เพียงแค่คุณคิดบวกก็สร้างสรรสิ่งดีๆให้แก่คุณได้มากมาย ต่อแต่นี้เรามาเริ่มคิดบวกกันนะคะ

Advertisements

จากใจผู้ชายชื่อ “เจย์ พาร์ค”

href=”https://beebabies.files.wordpress.com/2010/07/00004_qdswi.jpg”&gt;
ก่อนแจบอมจะออกเดินทางมายัง เกาหลี เขาได้เขียนข้อความเว็บในเว็บไซต์ส่วนตัว (www.jaypark.com) แจบอมกล่าว “สวัสดีครับ พัคแจบอมครับ” เขาเริ่มข้อความ

แจบอมกล่าว “ก่อนที่ผมจะได้เริ่มต้นก้าวใหม่ในชีวิตผม ผมจะพูดบางเรื่องกับทุกคนและอะไรที่เป็นอดีตผมก็จะปล่อยให้มันเป็นอดีตไป ครับ ก่อนอื่น สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือผมอยากขอโทษแฟนๆทุกคนและสมาชิก 2PM ที่ทำให้ทุกคนต้องเหนื่อยเป็นอย่างมากทั้งด้านความรู้สึกรวมถึงสภาพจิตใจ ‘เด็กๆ เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้และนั่นทำให้รู้สึกเจ็บปวด ขอโทษนะ'” เขากล่าว

กล่าวต่อ “ผมอยากบอกทุกคนว่าสิ่งที่ผมมีให้ 2PM อย่างเต็มเปี่ยมคือความรักและให้การสนับสนุนพวกเขา ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเพื่อนของผมเหล่านี้ แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือพวกเขาได้พยายามกันอย่างมากและพวกเขาก็เป็นคน ดี ซึ่งนั่นคือความจริง, ผมคิดว่ามันไม่สมควรที่ไม่ว่าใครก็ตามจะพรากในสิ่งที่พวกเขามีอยู่ตอนนี้ไป แล้วก็ผมอยากให้การต่อสู้ระหว่างแฟนดอมควรจะพอได้แล้วครับ พวกเรามาอยู่ด้วยกันอย่างปรองดองดีกว่าครับ”

แจบอม กล่าว “ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าที่จะใช้ชีวิตด้วยความโกรธครับ สิ่งที่ไม่ดีในโลกใบนี้เกิดขึ้นอยู่มากมายแล้วครับ ผมไม่อยากให้เราเพิ่มสิ่งที่ไม่ดีเข้าไปอีกครับ”

กล่าวต่อ “บางทีคำตอบของผมอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ทุกคนอยากได้ก็ได้ครับ แต่ถ้าผมไปแตะปัญหานั้นขึ้นมาอีกครั้ง แฟนๆของผม, เพื่อนๆ, ผู้คนที่เคยทำงานร่วมกับผม และผู้คนที่ผมรักก็คงจะต้องรู้สึกเจ็บปวดกันอีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดมันได้ถูกเยียวยาในตัวของมันเองแล้วครับ การที่ผมจะไปพยายามเริ่มมันอีก ผมคิดว่าทุกคนจะต้องได้รับความเจ็บปวดกันอย่างแน่นอน ตราบใดที่เมื่อผมอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ต่อหน้าครอบครัวของผม และต่อหน้าแฟนๆของผม และพวกเขาเห็นว่าผมบริสุทธิ์ แค่นั้นผมก็รู้สึกเพียงพอแล้วครับ” เขากล่าว

แจบอมกล่าว “เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งในตอนนั้นผมยังมีความเป็นเด็กทำ ให้เกิดความเข้าใจผิดต่างไปจากความรู้สึกจริงๆของผมครับ อย่างไรก็ตาม การที่ผมซึ่งมีเลือดเกาหลีหมุนเวียนอยู่ในร่างกาย มันทำให้ผมภูมิใจที่ผมเป็นคนเกาหลีครับ, หลังจากที่ผมอยู่ในเกาหลี ผมก็ตกหลุมรักเกาหลีเมื่อผมได้รู้จักประเทศนี้, พ่อแม่ของผมก็เป็นคนเกาหลี, ในฐานะของคนเกาหลี ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนหรือทำอะไร ผมจะพยายามทำทุกอย่างในแบบสุดตัวครับ” เขากล่าว

เขากล่าวต่อ “สุดท้าย, อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุด..ผมอยากขอบคุณแฟนๆทุกคนครับ การที่ผมมายืนอยู่ในวันนี้ได้เพราะว่าผมมีทุกๆคนครับ, ในวันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นโอกาสดีๆที่ผมจะได้รับ ทั้งหมดล้วนเกิดจากพวกคุณครับ เพื่อให้แฟนๆของผมภูมิใจในตัวผม ผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนัก และผมก็รักพวกคุณมากครับ” เขากล่าว

กล่าว “ขอบคุณมากครับ ในวันข้างหน้าผมหวังว่าทุกอย่างจะมีทิศทางไปในด้านบวก เพื่อที่ผมจะได้เป็นผู้จุดประกายและทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในด้านบวกได้ ต่อไปครับ” เขากล่าว

กล่าวปิดท้าย “ในอีกไม่กี่ชั่วโมงผมจะออกเดินทางไปเกาหลีแล้วครับ เราจะได้เจอกันครับ” เขากล่าว

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT – http://www.pingbook.com – หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย<a

ผู้ชายแบบเจย์ พาร์ค

พวกเราค่อนข้างลังเลใจที่จะเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ เพราะการไม่พูดถึงความหลังจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
แต่ในเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ร้ายใคร พวกเราก็พร้อมที่จะเผยแพร่มัน ข้อมูลทั้งหมดที่พวกเราจะบอกนี้ ไม่ใช่การเข้าข้างแต่อย่างใด เพียงแต่ข้อมูลที่ได้มานั้นเป็น ข้อมูลจริงที่ได้จากแหล่งข่าวที่เป็นกลางและโปรดเข้าใจด้วยว่าพวกเราไม่ได้ ต้องการทำให้เขา ดูเป็นพ่อพระ จุดประสงค์ของบทความนี้ คือ การบอกเล่าเรื่องราวดีๆของเขาไม่ใช่เรื่องราวแย่ๆ เพราะฉะนั้น การที่พวกเราไม่ได้พูดถึงเรื่องแย่ๆ นั้นไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่มีข้อบกพร่องเลย
เขาเองก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง โปรดรู้ไว้ว่าเนื้อหาในบทความนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกัน
หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้คุณมีกำลังใจ และตระหนักไว้ว่าเราสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้ โดยการช่วยให้เขาเชื่อมั่นเหมือนที่เราเชื่อมั่น!!

มีหลายคนที่รู้อยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้ : เจย์เคยช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้
ในแอคเค้าท์ ของแฟนคลับดงบังชินกิ คนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น : นี่เป็นเรื่องที่เก่าแล้ว แต่เธอบอกฉันเพราะต้องการเป็นกำลังใจให้เหล่าฮอสเทส เธอพูดว่า เธอเห็นผู้ชายที่มีทรงผมแปลกประหลาด ช่วยเด้กผู้หญิงที่กำลังจะถูกรถชน แม่ของเด็กผู้หญิงคนนั้นขอบคุณเขาเป็นการใหญ่ เขาตอบเพียงว่าไม่เป็นไร แล้วเดินจากไป ณ.ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะเขาออกมาเพียงลำพัง เขาก็แค่มาเดินเล่น…..

– วันของหนุ่ม2PM –

– เจย์มักจะช่วยทำให้อารมณ์ของสมาชิกดีเมื่อพวกเขารู้สึกแย่ หรือเมื่อ ตอนที่สมาชิกรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะพูดคุย(เล่น)กันหลังจากทำงาน ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆรู้สึกเหนื่อยล้า แม้เจย์เองจะเหนื่อย แต่เขาก็ยังคงทำทุกอย่าง เพื่อให้ทุกคนอรู้สึกดี แน่นอน!! นี่คือสิ่งที่เขาถูกคาดหวังเพราะเขาเป็นหัวหน้าวง ฉันก็แค่รู้สึกดีที่จะได้พูดว่าเขามีความรับผิดชอบต่อสมาชิกทุกคน
– เขาเล่นกับชานซอง เมื่อตอนที่ไม่มีใครอยากเล่นกับการเล่นที่รุนแรงของชานซอง เพราะมันเป็นการเล่นที่รุนแรง
– เขาสอนจุนซูเต้น และ อยู่ซ้อมจนถึงดึกด้วยกัน เพราะเขาเองรู้ดีว่าจุนซูมีช่วงที่ยากลำบากในชีวิต
– เขาสอนภาษาอังกฤษให้จุนซูในขณะที่ เขาเองก็ต้องเรีนภาษาเกาหลีด้วยตัวเขาเอง เขาทำเช่นนี้เพราะเขารู้ว่าจุนซูอยากที่จะเรียนมันจริงๆ
– ตอนที่จุนโฮรู้สึกเครียดกับการซ้อมเพราะว่ามันค่อนข้างจะดึกแล้ว จุนโฮโกรธทั้งตัวเอง และคนที่ทำให้การซ้อมต้องหยุดชะงัก และกลับไปเริ่มใหม่ เจย์ก็จะคอยช่วยให้จุนโฮคววบคุมตัวเอง และ คิดถึงด้านดีๆ
– เจย์เป็นอีกคนหนึ่งที่สอนให้แทคยอนรู้จักจัก การเป็น “ไอดอลที่ดี” และคอยเตือนแล้วเตือนเล่าให้แทคยอนปฏิบัติตนให้ดีต่อแฟนคลับ และรู้จักอดทน ไม่โกรธแฟนๆ
– เจย์ช่วยแทคยอนเรื่องการใส่เสื้อผ้า เพื่อไม่ให้เขาเป็น “ผู้ก่อการร้ายทางแฟชั่น”
– บนเวทีเมื่อสมาชิกมีปัญหาเกี่ยวเรื่องไมโครโฟน เจย์จะยื่นมือเขามาช่วยโดยไม่ลังเล เมื่อไมโครโฟนของแทคยอนไม่ทำงาน เจย์จะช่วยเเรพในส่วนของแทคยอน ดังนั้นแทคยอนจึงดูไม่เหมือนว่าขยับปากเพื่อลิปซิง
เมื่อไมโครโฟนของนิชคุณมีปัญหา เจย์ก็จะยื่นไมโครโฟนชองเขาเพื่อให้นิชคุณได้ร้องเพลง [ดูได้จากคลิปนี้(http://www.youtube.com/watch?v=FWo41n6W3uE)%5D
– เจย์ใช้เสื้อผ้าและหมวกร่วมกับอูยอง ซื้อของกินให้อูยองเพราะอูยองมักจะ กินแต่อกไก่ และบอกก็อูยองว่า
เขาจะช่วยทำงานที่ยากๆแทนอูยองเอง เขาห่วงใย และใส่ใจอูยองเสมอ ตอนที่เขาจะออกจากประเทศเกาหลีเขาฝากให้นิชคุณดูแลอูยอง ด้วย (เจน::เพราะพี่คอยห่วงใยพี่อูยองแบบนี้ใช่มั้ย?! ตอนที่พี่ออกจากเกาหลีไป อูยองถึงเป็นคนที่มีปฏิกริยามากที่สุดในวง ทั้งโกรธ เศร้า และซึม)
– เชื่อมั้ยว่า เจย์เป็นคนคอยเตือน น้องๆในวงว่าอย่าไปเล่นกับพวกสาวๆในผับมากเกินไป เขาต้องการป้องกัน ปัญหาที่อาจจะตามมาภายหลัง และยังตระหนักถึงเรื่องภาพพจน์เป็นอย่างมาก
– ที่ตึก JYP เขาพบผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ็บขา เขาหยุดและถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาถามที่อยู่ของเธอ หากมันไม่ไกลมากนักเขาเองจะเป็นคนไปส่งเธอ คนที่เล่าบอกว่าเธอไม่รู้ว่าเธอ คนนั้นตอบอะไรกับเขา แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เห็น เขาก็แบกผู้หญิงคนนั้นขึ้นหลังไปส่งยังฝั่งตรงข้ามของตึก JYP


-เรื่องทั่วๆไป-

– ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า เจย์ดูเหมือนจะเขินอายทุก ครั้งที่มองผู้หญิง แต่ความเป็นจริงแล้ว เขากลัวการอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงมากกว่า
– เขาเคยทำงาน4งานพร้อมกัน สอนเต้นที่โบสถ์และไม่ยอมไปโรงเรียนเพื่อช่วยหา เงินให้ครอบครัว คุณเองคงทราบถึงเหตุผล ที่ว่าทำไมเขาจึงไปทำงานที่เกาหลี สี่ปีที่ยากเย็นในการเป็นเด็กฝึก สิ่ง ที่คอยผลักดันให้เขาก้าวพ้น
มาได้ก็คือ ความตั้งใจที่จะหาเงินให้ครอบครัว นั้นเพราะสถานะการเงินของเขา!! …”ผมอยากซื้อของดีๆให้แม่….”
– เจย์อยากจะให้อภัยแก่น้องๆในวงของเขา และเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ เขาคงจะอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่เจย์ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธ ตั้งแต่วันแรกที่รู้เรื่องการถอนตัว เจย์บอกว่าเขาเจ็บ แต่ก็ไม่ได้โกรธ เขาเข้าใจ
– ในตอนแรกเขาได้ยินข่าวลือว่า น้องๆในวงไม่อยากให้เขากลับไป (ก่อนการประชุม) เขาพูดว่าไม่เป็นไร และอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จ
– เจย์เป็นคนที่คุณไม่สามารถดูออกได้เรยว่าเขากำลัง ผิดหวังหรือกังลอยู่ นั้นเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วงเขา และทำเป็นตลกเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย มันผิดหวัง เพราะมีแค่ น้อยคน น้อยคนจริงๆที่เจย์จะบอกกเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟัง
– มีใครคนหนึ่งต้องรีบมาประชุมกับเขา เธอหรือเขาคนนั้นรีบมาเข้าประชุมทั้งๆทีเหงื่อเต็มตัว สิ่งแรกที่เจย์ทำคือ ซื้อน้ำส้มให้เธอหรือเขาคนนั้น
– เมื่อเจย์รู้ว่า พวกเรากำลังตืดโพสอิทให้เขาที่ตึก JYP ในฤดูหนาว เขาบอกกับนักข่าวว่าไม่อยากให้เราทำเช่นนั้น เพราะนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาต้องขอโทษจริงๆ เขาอยากจะให้แฟนๆมีปีที่ดี ทำสิ่งดีๆให้ตัวเอง และตั้งใจเรียนหนังสือ
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกดีกับสิ่งที่แฟนๆทำ แต่เขาก็ไม่สนับสนุนให้แฟนๆมาเสียเวลา ติดโพสอิท เขายังบอกอีกว่า”ข้างนอกอากาศ อย่าอยู่กันนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เขาบอกพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ต้องติดโพสอิสเพื่อเขาหรอก
– เหตุผลที่เขาปฏิเสธการเล่นหนังเรื่อง Hype Nationนั่นเพราะเขาอยากก้าวไปพร้อมๆกับ AOM ถ้าAOM ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง หรือมีส่วนร่วม เขาจะรีบปฏิเสธข้อเสนออย่างรวดเร็ว และ ในตอนนี้เขากำลังทำให้ทุกคนปวดใจเพราะเขาปฏิเสธทุกอย่างที่ไม่มีAOM
– เจย์เป็นคน ซื่อๆ ไร้เดียงสา บางครั้งคุณแค่อยากแกล้งให้เขารู้สึกแย่ แต่เขากลับไม่คิดว่าคุณจงใจทำมัน
– เจย์มักจะพูดว่า ..”ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง หากไม่มีแฟนๆของผม” ฉันเองรู้ดีว่าพวกเราคงรู้สึกว่าเจย์ชื่นชมแฟนๆของเขา และเขาก็พยายามทำงานให้หนักเพื่อเเฟนๆ ฉันอยากจะยืนยันอีกครั้งว่าทั้งหมด นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น!! เจย์ตระหนักดีว่าที่เขาจะไม่สามารถมายืนถึง จุด จุดนี้ได้หากปราศจากแฟนๆของเขา และเขาก็รอคอยวันที่จะได้กลับไปยืนบนเวทีอีกครั้ง เพื่อขอบคุณแฟนๆ สำหรับพวกเราทุกคนแล้ว “เรา”คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเจย์

“I’m willing to sacrifice a few years for a lifetime of happiness.”
(“ผมยินดีที่จะเสียสละเวลาเพียงไม่กี่ปีเพื่อ ชีวิตที่ดี”)
Jay Park

นี่คือผู้ชายในแบบที่ Jay Park เป็น
มนุษย์ แต่จริง

เหล่าผู้เกลียดชัง “คุณรู้ไหมว่า คุณกำลังเกลียดใคร?!”

—————————————————–

ถ้าจะนำออกไป กรุณาให้เครดิทเวปไซต์ด้วยนะคะ
และลิงค์กลับมาหน้านี้ด้วยน่ะค่ะ
WWW.WHATSUBB.COM
Report :: เจน (Leesonin)
Source :: insider2pm

แจบอมผู้สร้างค่านิยมใหม่, หรือเขาจะกลายเป็นผู้นำของกลุ่มดาวรุ่ง?

ขอขอบคุณนักแปลผู้ใจดี พี่โบบอม (อาริงาโตะโกไซมัส) น้องจอยคนสวย และน้องบีคนงามที่มาช่วยแปลบทความอันยาวเหยียดแต่น่าอ่านให้พวกเราได้อ่าน กันค่ะ ขอบคุณอีกครั้งคร่าา

ครั้งนึงเคยจากไปอย่างไร้ศักดิ์ศรีหลังจากถูกไล่ อดีตหัวหน้าวงไอดอลได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ กว่า 1000 คน และกลับมาพร้อมกับความมั่นใจ ประหนึ่งดูละครจากทีวี วันนี้เราเฝ้ามองการกลับมาของแจบอม

หรือตำนานอีกบทหนึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

1 ลูกเป็ดขี้เหร่กำลังจะโบยบิน

ถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ สถานการณ์ของแจบอมก็ยังไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นกรณีพิเศษ ที่เริ่มต้นอย่างคุ้นเคย การถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่น่าให้อภัยที่เกี่ยวเนื่องจากความรักชาติของพวก เรา คือใจความสำคัญของปัญหานี้ ผลก็คือการถูกเตะโด่งออกจากประเทศ มันเป็นการดูถูกชนิดที่แม้แต่กองทัพหรือพวกเราที่รักชาติไม่สามารถให้อภัย ได้ เขาถูกเตะโด่งกลับไปสู่ประเทศที่ครอบครัวเขาอาศัยอยู่ หายตัวไปจากสื่อ แต่ผลที่คาดไม่ถึงของการดำเนินการของบริษัทต้นสังกัดต่อการตลาดแจบอม (หมายถึงการใช้ Jaebumเป็นเครื่องมือทางการตลาดค่ะ) นั้นตอบกลับอย่างรวดเร็วมาก

บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่แม้กระทั่งที่จะปรากฏตัว แต่อิทธิพลของเค้านั้นยิ่งใหญ่นัก และสมาชิกที่เหลือของ2PMก็ได้ทำให้แฟนๆ เห็นถึงความรักและมิตรภาพต่อหัวหน้าวง ในตอนจบถูกเปิดเผยว่าเรื่องการโต้แย้งอย่างรุนแรงนั้นเป็นเรื่องที่ถูกแปล ความคลาดเคลื่อนและถูกทำให้เกินจริงโดยสื่อมวลชน เหล่าบรรดาแฟนๆ ที่จับมือกันแน่น รอคอยการกลับมาของแจบอม เพื่อที่ว่าท้ายที่สุดจะได้รับของขวัญที่ดีที่สุดของพวกเค้ากลับคืน

ปัญหาคือการปราศจากการเอาใจใส่ต่อความหวังและการรอคอยอย่าง มีหวังของแฟนๆ JYPได้โยนไพ่ “โยนแจบอมทิ้งไป” การจัดการกับจุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างคนดังและบริษัทเอนเตอร์เทนเมนท์ได้ เริ่มต้นขึ้นมาใหม่ อาจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่อย่างไรก็ดีปัญหาคือJYPได้พูดว่าเหตุผลของการฉีกสัญญาคือบางอย่างที่ไม่ สามารถเปิดเผยได้

เมื่อปัญหาคือบางสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ถ้ามันถูกเปิดเผยมันจะส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในวงกว้าง ด้วยเหตุนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจว่าไม่สามารถร่วมงานกันได้อีกต่อไป พวกเขายังได้บอกอีกว่ามันเป็นไปไม่ได้หากจะสืบหาถ้าคุณไม่ได้เกี่ยวข้องโดย ตรง นี่มันคือเรื่องราวที่กำกวมที่ทำให้เรื่องของแจบอมถูกทำให้เป็นอาชญากรรมที่ เลวร้าย บริษัทง่วนอยู่กับการพยายามเพาะบ่มภาพลักษณ์ของพวกเขาให้เป็นเหมือนบริษัท ที่เก็บอาชญากรรมอันน่าเลวร้ายไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ

มันไม่เป็นการดีเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเห็นพ้องต้องกัน นับตั้งแต่จุดนั้นมันเป็นสิ่งที่เกาหลีไม่เคยพบเห็นมาก่อนก็เริ่มต้นขึ้น ถูกขับเคลื่อนโดยรอยด่างที่ไม่สามารถสร้างการกลับมาระดับชาติจากการกดดัน จากบริษัทที่เคยเป็นต้นสังกัด แจบอมคือผู้วิ่งเข้าเส้นชัย ด้วยความรักจากแฟนๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ผ่านกระบวนการโชว์ความสามารถและคุณภาพผ่านยูทูป เขาได้รับความสนใจจากบริษัทแมเนจเมนท์จำนวนมาก แทนที่เขาจะให้ความสนใจบริษัทในเกาหลี เขากลับกระตือรือร้นที่จะเริ่มต้นโปรโมตตัวเขาเองผ่านบริษัทในอเมริกา

เขาสามารถช็อคผู้คนเหล่านั้นด้วยจำนวนผู้เข้าชมอย่าง มโหฬาร เพลงที่เขาคัพเวอร์ B.O.B Nothing On You เพลงของเขาเปรียบเสมือน แฟนเซอร์วิส ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม นำมาซึ่งการนำเข้าไปสู่การเป็นตัวหลักของภาพยนตร์เรื่อง Hype Nation การทำงานร่วมกับศิลปินที่JYP ให้ความเคารพ ภาพลักษณ์ในปัจจุบันคือผลที่ไม่มีใครเคยจินตนาการถึง

เพลง Nothing On You ไล่ตามโดยความสำเร็จก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มสู่เกาหลี และเมื่อถูกปล่อยอย่างเป็นทางการ เราก็ได้เห็นการแสดงอภินิหาร Jay Effect ซึ่งทำให้ผู้แทนจำหน่ายระดับสากลแฮปปี้ และผลที่ตามมาอีกระรอกคือเขาได้ร่วมร้องกับ B.O.B ในแทรคที่แร็ปโดย B.O.B และร้องโดย แจบอม

ความเห็นที่ว่าการร้องเพื่อเซอร์วิสแฟนอาจจะสูงแต่ความจริง แล้วพวกเขาได้วางแผนปล่อยมันออกมาในระดับสากล ถ้าผลตอบรับดี นี่แสดงให้เห็นถึงการขายอย่างมีคุณภาพของแจบอม เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าผลตอบรับกับภาพยนตร์เรื่อง Hype Nation จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่ถ้าอย่างน้อยมันได้เข้าติด Top Ten ของ Box Office มันจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพความสำเร็จที่เอื้อมถึงเกินกว่าที่ใครจะ จินตนาการได้

หลังจากการถอนตัวของเขาในเดือนกุมภาพันธ์ ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคือคนที่โดนเตะโด่ง ตอนนี้กำลังวิ่งเข้าเส้นชัยของการค้นพบคุณค่าของตัวเอง (ซึ้งอ่ะ T_T) ในขณะที่บริษัทที่เขี่ยเขาออกไป ได้เปลี่ยนแฟนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศรัทธาสู่การเป็นแอนตี้แฟน หลังจากที่ต้องสาหัสจากผลของพายุฝนฟ้าคะนอง ก็ได้เห็นแค่การคืบหน้าอย่างช้าๆ

ในสถานการณ์อย่างนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่การมาถึงของเขาจะไม่สร้างปมใหม่ในการอ้างถึงเรื่องชีวิตส่วนตัวที่น่า ละอายใจที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มันไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าไอดอลจะสามารถกลับมาผงาดเยี่ยงนี้ได้ หลังจากโดนถอดถอนอย่างเป็นทางการจากอุตสาหกรรมบันเทิง แน่นอนที่สุดว่าไม่รวมถึงแฟนๆของเขา

2. ตัวอย่างที่ดีของค่านิยมใหม่
การได้เห็นการฟื้นคืนชีพของแจบอม ใครก็สามารถบอกได้ว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว ตัวอย่างของการเป็นคนดังผ่านยูทูปพบเห็นได้ง่ายในอเมริกา มันไม่เหมือนการสร้างซูเปอร์สตาร์อย่างอเมริกันไอดอล เครื่องมือนี้(ยูทูป)ทำให้ติดต่อสื่อสารกับแฟนๆ ในขณะที่ก้าวไปสู่ความมีชื่อเสียง มันก้าวไปอย่างช้าๆ และกำลังครองตำแหน่งการเป็นเครื่องมือที่เป็นกิจลักษณะในเวลานี้

นี่อาจจะเป็นวิธีการเข้าถึงที่ดีที่สุด ความเท่าเทียมกันของยูทูปนั้นเป็นที่รู้กันว่าได้กลายเป็นเครื่องมือในการ สร้างดาวดวงใหม่โดยเว็บไซต์มีเดียส่วนตัว มีสาวญี่ปุ่นนางนึงที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ ผู้ซึ่งชอบอัพโหลดวิดีโอการร้องเพลงและการเต้นของตัวหล่อนเอง (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าย่อหน้านี้ แจมแปล กร๊ากกก) ปรากฎว่าเธอได้กลายเป็นดาราและสามารถก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้ ศิลปินหน้าใหม่ผู้ซึ่งร้องเพลงเยี่ยมแต่ไม่สามารถหาหนทางโชว์ตัวเองได้ ก็มักจะใช้ยูทูปในการแสดงออกถึงทักษะความสามารถและตรวจสอบโดยผู้เข้าชม และจากนี้พวกเขาก็จะสามารถปีนป่ายขึ้นไปยังเส้นทางหลัก และเกิดใหม่ดังเช่นดวงดาว นี่คือค่านิยมใหม่ในการสร้างดวงดาว

เพราะคนอื่นๆ ก็ทำกันแบบนี้ แจบอมก็เช่นกัน ก็เลยเปิดยูทูปเป็นของตัวเอง และปล่อยทุกความเคลื่อนไหวของตัวเองสู่สาธารณะชน การแสดงออกซึ่งพรสวรรค์ของเค้าพร้อมด้วยจิตวิญญาณ (แอร๊ยย หลอนนะยะ) ที่เราสามารถกล่าวรับรองได้ถึงคุณภาพความเป็นดาวของเค้า แต่หากจะพูดถึงความแตกต่างระหว่างแจบอมกับคนอื่นๆ แล้ว ก็อาจบอกได้ว่าตัวแจบอมเองนั้นมีแฟนๆ นับพันที่แสดงความสนใจอย่างกระตือรือร้นอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง

ยูทูปยังสามารถตรวจสอบให้เราได้ถึงคุณภาพความเป็นดวงดาวของ เค้า และยังทำให้สมาชิกที่ครั้งนึงถูกถอนออกไป ได้สร้างการกลับเข้ามาสู่โลกของวงการบันเทิง ในสถานการณ์ที่การกลับเข้ามาถูกบลอคไว้ด้วยคำว่าความผิดส่วนตัว หลายๆ คนได้แสดงความคิดเห็นว่าเค้าควรจะออกมาขอโทษและอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อน

ปัญหานี้ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ก่อนที่เค้าจะกลับมาถึง เขาได้ทิ้งข้อความไว้ให้แฟนๆ ของเค้า เขาพูดเกี่ยวกับเรื่องข้อถกเถียงเกี่ยวกับมายสเปซเมื่อเดือนกันยายน การตีความหมายที่ผิดพลาดจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เค้าได้ให้คำขอโทษ รวมไปถึงความคิดเห็นส่วนตัวของเค้า แต่เข้ากลับไม่ได้กล่าวอ้างอันใดถึงเจวายพีที่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ ชีวิตส่วนตัวของเขาเลย

เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้แสดงความคิดของเขาเกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมของการโต้เถียงกันในเรื่อง ชีวิตส่วนตัว และยังพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนพร้อมกับพ่อแม่ของเค้า หลังจากการถ่ายทำหนังเสร็จสิ้นลง ดูซิ! นี่มีความเป็นไปได้สูงว่าบริษัทเก่าของเค้าได้ปล่อยเหตุผลที่เชื่อถือไม ไ่ด้สำหรับการถอนตัวอย่างเป็นทางการของเค้าออกมา หาก ความผิดของเขาไร้ยางอายจริงๆ จนไ่ม่สามารถลบล้างได้ และถึงจุดที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อีก แม้คนที่มีความมั่นใจในตัวเองมากที่สุด (ไม่รวมคนโรคจิต) ก็ไม่สามารถทำท่าท่างมั่นใจได้แบบนี้ (แอร๊ยยย หรือเีตี้ยจะโรคจิต ไม่นะ สบัดหัวๆ ถ้าจะโรคจิตขอเป็นโรคจิตแบบอื่นไ้ด้มั๊ย แล้วโรคจิตกับเค้าคนเดียวด้วยนะ ฮ่าๆ ยังจะเอาฮา -_-“)

แม้แต่ข้อความในโฮมเพจของเค้า เมื่อพิจารณาถึงข้อความของเค้าที่ว่า เขามีความมั่นใจและมีความสุขตราบใดที่แฟนๆ ของเค้ายังเชื่อมั่นในตัวเค้าอยู่ ซึ่งนี่ดูเหมือนว่าแจบอมจบเรื่องนี้ลงแล้ว และพร้อมสำหรับการปรากฎตัว โดยปกติแล้วความสัมพันธ์กับบริษัทน่าจะถูกแก้ไขลงแล้ว และพวกเค้าจะยังคงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป และเห็นพ้องต้องกันในช่วงระยะเวลาที่แน่อน พวกเค้าต้องมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสื่อ

เราจะไม่ทราบได้เลยว่าสัญญาถูกยกเลิกด้วยเหตุผลเลวร้าย ประการใด ทำไมเขาถึงไม่สามารถออกมาเปิดเผยความคิดต่างๆ ของเขาในสถานการณ์ไม่เป็นธรรมเช่นนี้ เป็นเพราะความพันธ์หลายด้านกับพวกเขา (JYP) ในฐานะที่เป็น “ลูกจ้าง” แทนที่จะทำให้ปัญหาชีวิตส่วนตัวของเขาเปิดเผยออกมา, คำถามที่ควรถามไปยัง “นายจ้าง” JYP entertainment อดีตบริษัทต้นสังกัด. คำถามนานาประการว่าอะไรคือปัญหาชีวิตส่วนตัวของเขา ที่ทำให้เขาถูกตัดจากวงการ และพวกเขาคิดเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับกิจกรรมการโปรโมทของแจบอมที่ แสดงออกอย่างมั่นอกมั่นใจแม้ว่าจะมีปัญหาชีวิตส่วนตัว ซึ่งคำถามเหล่านี้ควรจะถาม JYP ไม่ใช่แจบอม

ถ้าเขาเคยทำงานล่วงเวลามาก่อนเขาก็ต้องคุ้นเคยว่าจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนั้นน่ากลัวยังงัย และเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความน่ากลัวนั้น การสร้างปัญหาให้กับนายจ้าง ก็เหมือนกับลูกจ้างพยายามขอขึ้นเขียงด้วยตัวเอง แต่ในกรณีที่ความผิดนั้นเป็นเรื่องจริง และเขาก็เชื่อว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหา เขาก็ควรสอบถามไปทางเจวายพีจนกว่าทางเจวายพีจะหาข้อแก้ตัวต่างๆ และเปิดเผยเรื่องราวที่เกี่ยวข้องนั้นออกมา

เป้าหมายของลูกศรที่ชี้ไปที่การกลับมาของแจบอมนั้นเป็น เรื่องผิด ผู้คนเหล่านั้นไม่สนใจที่จะมุ่งลูกศรไปทางเจวายพี แต่กลับพุ่งตรงไปที่แจบอม ด้วยการป้องกันที่เข้มแข็งของพวกเขา ดังนั้นการพุ่งเป้าไปที่เจวายพีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างไรก็ตามเจวายพีนั้นแหล่ะคือที่ๆ ลูกศรต้องมุ่งตรงไปหา(ไม่ได้ชี้แนะนะ แต่ว่า…ถูกกกกกกกกกก กร๊ากๆ)

ถ้าแจบอมไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอย่างที่เจวายพีบอกไว้จริงๆ ความผิดนั้นคงจะเป็นเรื่องบางอย่างที่แค่เพียงต้องการขอโทษและให้อภัย แต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถป้องกันได้โดยไม่มีเงื่อนไขแล้วมันจะ กลายเป็นปัญหาร้ายแรงซึ่งจะไม่จบง่ายๆ

ในโลกซึ่งคุณจะกลายเป็นสตาร์แม้จะไม่มีบริษัทใหญ่โตรองรับ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (ขอเพลงเปิดตัวแบบอลังการหน่อย ตึ่งตึงตึ้งตึ่งตึงๆ…) แม้กระทั่งในเกาหลี มีนักร้องมากมายเกิดขึ้นผ่านรายการโชว์ที่เรียกว่า Superstar k และในซีซั่นที่ 2 นี้เราก็ได้เห็นคนที่มีความสามารถที่จะเป็นสตาร์ได้จำนวนมากมาออดิชั่น และมันคือบางอย่างที่ประสบความสำเร็จได้ดีกว่าการที่คุณจะแสดงความสามารถของ คุณผ่านเว็ปไซด์หรือเครือข่ายทางสังคมต่างๆ เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แนวความคิดนี้ไม่ได้จำเพาะอยู่แค่วงการบันเทิงเท่านั้น แต่มันยังขยายออกไปในวงการอื่นๆ ด้วย และนั่นทำให้แนวความคิดนี้เป็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของแจบอมจะเป็นกรณีพิเศษ แต่วิธีการที่เขาใช้สร้างชื่อเสียงของเขาขึ้นมาใหม่ หลังจากที่มันถูกทำให้เสื่อมเสียหลังจากการประกาศเรื่องถูกถอนตัวนั้นก็เป็น ตัวอย่างที่ดีสำหรับแนวความคิดใหม่นี้ นั่นเพราะมันไม่เหมือนกับเมื่อครั้งอดีตที่เขาต้องทำตามกฎของนายจ้างและ ลูกจ้าง เขาได้สร้างความฝันของเขาเอง และทำความฝันนั้นไปพร้อมๆ กับแฟนๆ ซึ่งสิ่งนี้ก็สร้างเข้มแข็งให้แก่ดาราคนอื่นๆ ที่จะก้าวตามเขา

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์จากระหว่างบริษัทบันเทิงมา เป็นการติดต่อสื่อสารกันด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก (ขยายความนะค่ะ คนเขียนน่าจะหมายถึง เมื่อก่อนเจย์อยู่ภายใต้สัญญากับต้นสังกัด การจะติดต่อกับแฟนๆ อาจไม่สามารถทำได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้ไม่มีสังกัดการติดต่อสื่อสารระหว่างเจย์กับแฟนๆ จึงเป็นอะไรที่ดูบริสุทธ์มาก คือออกมาจากใจจริงๆ ทั้งจากฝั่งเจย์และฝั่งแฟนๆ) การจะเป็นดารานั้นไม่ใช่ว่ามีแค่เงินแล้วจะเป็นได้ แต่ต้องใช้ความเข้าใจกันระหว่างดาราเองและแฟนๆ และนี้คือรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างดาราและแฟนๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้ และจะเห็นได้ว่าวงการบันเทิงจะสามารถเปลี่ยนแนวความคิดได้ขึ้นอยู่กับความ สำเร็จของตัวอย่างที่ยกมา และแจบอมก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างแท้จริง

แจบอมจะกลายเป็นผู้นำของดาวดวงใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือ ไม่? หรือเขาจะเป็นเพียงแค่ลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น? อนาคตจะเป็นสิ่งยืนยันกับความจริงที่ว่าหนทางที่จะสร้างเม็ดเงินได้เร็วที่ สุดคือการสร้างซูเปอร์สตาร์? นี่ช่างเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจมากจริงๆ
CREDITS : NATE (SOURCE) ; jennying♥@2ONEDAY.COM (TRANS)

ซับเจย์รักโดย พี่โบบอม, น้องจอย และน้องบี ค่ะ ^^ จุ๊บๆ

JAY IS THE BEST

Take more rest and eat more,Stay healthy n stay strong !!
Dont worry about anything,we will bring you back with our little hands
no matter what we are still here, waiting for you also the boys too
Keep smile ans Chin up !!

ถึงเจย์จะดูมีความสุขดีกับครอบครัว เพื่อน และชีวิตที่คุ้นเคยใน Seattle
แต่ไม่ได้หมายความว่าเจย์จะไม่ได้นึกถึงกลุ่มคนที่รักและห่วงใยเค้า เสมอ,Hottest
เจย์คนที่นึกแม่ของเค้าก่อนใครอื่น เค้าทำงานหนักเพื่อหวังว่าจะได้ซื้อของดี ๆ ให้แม่ใช้
เจย์ทำงานหนักเพื่อตอบแทนคนที่ให้การสนับสนุนและรักเค้าเสมอมา …
เจย์คนที่โกหกไม่เป็น …. คนที่ปากกับใจตรงกันเสมอ….

เพลงเพราะๆกับหนุ่มเกาหลีมากความสามารถ

เอาเพลงเพราะๆ กับหนุ่มเกาหลีมากความสามารถมาฝากกันค่ะ เค้าเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่มีความฝัน แม้จะล้มจนแทบหมดแรง แต่เค้ายังคงสู้ต่อมาจนกลับมาอย่ายิ่งใหญอีกครั้งนึงค่ะกับผู้ชายที่ไม่ธรรมดาเลยอีกคนนึง เขาเคยเป็นที่รู้จักในนามขอ ปาร์ค แจบอม แต่บัดนี้ (หลังจากที่เขาออกจากวงการเกากลีไปเป็นเวลา 9 เดือน บัดนี้เค้ากลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิมในนามของ “Jay Park”


Name : Jay Park หรือ Park Jaebeom (박재범) แอร๊ยยย อยากเป็นสะใภ้ตระกูลปาร์ค ปาร์คนี้เท่านั้นนะ ปาร์คอื่นไม่เอา
Nickname : Jaebi (moth), J-Bum, Fresh Beezy แต่พวกเราเรียก เตี้ย ลีดจา ตาแก่สีชมพู สมเจตน์ ฯลฯ นั่นแหล่ะ
Happy birth day to Jay : April 25, 1987 หรือ 25 เมษายน 2530
Height : 170cm (ฮีบอกว่า วัดขณะไม่ใส่รองเท้านะ ฮ่าๆ)
Weight : 60kg
Blood Type : A
Religion : Christian ศาสนาคริสต์ นิกายเพรสไบทีเรียน
Languages : English, Korean (เลเวล 2 ซินะ ^^)
Hobbies : Basketball, Music appreciation, Matching the colors of his clothes
Specialties : Dance, Rap, Gags (comical acts)
Ideal Woman : ผู้หญิงที่ดูน่ารักและเซ็กซี่แม้จะไม่ได้แต่งหน้า, นูนาเองซินะ ฮ่าๆๆๆ
Fav Food : Everything (โดยเฉพาะแฮมเบอร์เกอร์, ซีเรียล, มะม่วงอบแห้ง) except squid and dog soup~ แอร๊ยยย เค้า็ก็ไม่ชอบกินหมาเหมือนกัน
First Seen : 9th July 2007, Seoul’s Sad Song OST.
Song title : 정 (together with Shorty Jang Goon & Park Ye Eun of Wonder Girls)
Park Jae Bum Shows :
Mnet Hot Blood (2008)
MBC Idol Army (2008-2009)
Mnet It’s Time 2PM (2009)
MBC Introducing Star’s Friend Season 2 (2009)
Wild Bunny (2009)
Studio albums :
Hottest Time of the Day (2008) (EP)
2:00PM Time For Change (2009) (EP)
Featuring กับศิลปินท่านอื่นๆ :
– 정 together with Shorty Jang Goon & Park Ye Eun of Wonder Girls ,Seoul’s Sad Song OST. (แรพในช่วงเริ่มต้นเพลง สั้นๆ แต่ได้ใจนูนา)
– V.O.S เพลง “To Luv…” (เจย์แต่งแรพเองด้วย ^^)
– Navi เพลง “마음이 다쳐서” I’ve Got a Broken Heart (special stage แน่นอนเจย์แต่งแรพเอง)
– K.Will เพลง one droped in a second (special stage แต่งแรพเอง)
– 2am เพลง Lost (special stage sbs inkigayo เจย์แต่งแรพเอง ร้องกับแทคอีกคน)

อย่าลืมติดตามผลงานกันนะคะ
เครดิต ขอขอบคุณพี่แจม บล็อคพี่เค้าดีมากๆๆเลยค่ะขอบคุณที่เอื้อเฟื้อข้อมูลนะคะ
พี่จอย พี่บี และทุกๆๆคนมนบล็อคพี่แจมแลยค่ะ

http://he-is-jaypark.exteen.com/