เคล็ดไม่ลับกับเกาลัค

ทุกคนค่า วันนี้บีมีเรื่องของอร่อยๆๆ มาฝากกันค่า แต่อร่อยของบีไม่ได้เคี้ยวๆกลืนแล้วอร่อยอย่างเดียว มันต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว และวันนี้บีมีเคล็ดลับสุขภาพดีๆ มาฝากกับเรื่องของ “เกาลัด” หรือเชสนัท (Chestnut) เชื่อไหมคะว่าเห็นเม็ดนิดเดียวมีประโยชน์มากมายมหาศาล จนต้องเก็บเอามาฝากเพื่อนๆ ในบล็อกเลยนะคะ เพราะ เป็นการกินที่คุ้มค่า

เรื่องของเรื่องคือคุณแม่ซื้อเกาลัดมาฝากค่ะแล้วสายตาบีก้อเหลือบไปเห็นข้างๆถุง เป็นประโยชน์ของเกาลัด บีเลยนำมาค้นต่อว่าอะไรยังไงแล้วก้อพบว่ามีประโยชน์ชนิดที่สาวๆหน้าตาดีอย่างเราไม่ควรพลาดของดีๆอย่างนี้เลยค่า จิ๋วแต่แจ๋วนะตัวเธอ เกาลัดประโยชน์เด่นๆ ของมันเลยก้อคือ
บำรุงไต จิงๆบีก้อไม่อยากจะวิชาการมากมายเด๋วทุกคนจะหลับ แต่ไตมีหน้าที่ขับของเสียอย่างปัสสาวะ ซึ่งมันจะขับจำพวกโปรตีน แล้วมันเกี่ยวกับสาวๆอย่างพวกเรายังไง ก้อพวกคอลลาเจน กลูตาไทโอนพวกนี้ถือเป็นโปรตีนที่ร่างกายเราสามารถสร้างขึ้นได้นะคะ ก้อโปรตีนพวกนี้ที่เราจำเป็นต้องรักษาไว้เท่าชีวิตเลยนะคะ เพราะเราจะได้ดูอ่อนกว่าวัย ผิวพรรณสวยงาม เปล่งปลั่ง (มิน่าสาวเชื่อจีนทั้งหลายถึงผิวสวย) อีกเรื่องคือ
เสริมสร้างกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร ช่วยฟอกเลือด ช่วยบรรเทาอาการช้ำใน อาการอุจจาระเป็นเลือด หรือ ริดสีดวงบ้านเรานี่แหละค่ะ
คุณหมอท่านหนึ่งเคยบอกเอาไว้ว่าผู้หญิงเราเวลาตั้งครรภ์จะเกิดโรคริดซี่นี้ได้ค่ะ ดังนั้นอันนี้เกี่ยวกะคุณแม่เราโดยตรงเลยนะคะ อย่าลืมแบ่งท่านทานด้วยเน้อ และพออ่านถึงประโยชน์ในข้อนี้ ดังนั้นหากเกาลัดช่วยเรื่องริดซี่ได้ ก้อน่าจะมีสรรพคุณในการขับถ่ายได้ง่ายขึ้นด้วย คนที่ท้องผูกไม่ควรพลาดนะคะ แต่สาวๆจ๋า เราก้ออย่าไปกินเยอะนะคะ เพราะจริงๆแล้ว เกาลัด นั้นเป็นพืชประเภทถั่วที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก (จำเรื่องแป้งแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกันได้เนอะ) ถึงแม้จะให้ไขมันต่ำก็ตามแต่เราควรบริโภคแต่พอดี พอเพียงอะค่าเพราะถ้าเยอะไปก้อเดือดร้อนกระเป๋าเราด้วยนะคะ เพราะราคาก้อไม่ธรรมดาเหมือนกัน นอกจากนี้ยังแร่ธาตุโพแทสเซียมและกรดโฟลิก
และยังช่วยเพิ่มพลัง ทำให้กล้ามเนื้อมีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น อุดมด้วยวิตามินบี เพราะฉะนั้นผู้ที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งหลายไม่ควรพลาดนะคะ แต่ผู้ที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงอย่างที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้อาจช่วยในการบำรุงได้บ้างแต่ถ้าเอาตรงๆเลย คิดว่าพวก CoQ10 จะช่วยบำรุงหัวใจได้มากกว่าค่า แต่ผู้ที่มีอาการร้อนใน หรือเป็นโรคไขข้ออักเสบห้ามรับประทานเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน้าตาบวม

อาการบ่งชี้ของเส้นเลือดอุดตันในสมอง

บทความนี้บีได้จากเมล Forward มาให้อีกที แล้วบีก็คิดว่า ใครบางคนก็ไม่ชอบเปิดอ่านเด๋วนั้นเลย เหมือนบี แต่อันนี้บีโชคดีเหมือนอะไรมาดลใจให้เปิดไม่รู้ บีขอนำเรื่องราวอันเป็นประโยชน์เหล่านี้ใส่ไว้ในบทความเพื่อทุกๆ คนที่เข้ามาอ่าน…จะหันกลับมามองตัวเองและคนข้างกายก่อนสายไป
B lood Clots/Stroke – They Now Have a Fourth Indicator, the Tongue
อาการบ่งชี้ตัวที่ 4 ของเส้นเลือดอุดตันในสมอง
I will continue to forward this every time it comes around!
ไม่ว่าจะได้รับเมล์นี้อีกกี่ครั้ง ฉันก็จะส่งต่อไป

STROKE:Remember the 1st Three Letters….S.T.R.
เส้นเลือดอุดตันในสมอง (Stroke) ให้จำไว้ว่า อักษร 3 ตัวแรกคือ S.T.R

เส้นเลือดอุดตันในสมอง

My nurse friend sent this and encouraged me to post it and spread the word.
I agree.
เพื่อนพยาบาลส่งเมล์นี้มาให้ และสนับสนุนให้ฉันส่งต่อไปอีกเรื่อยๆให้ทั่วโลกเลยยิ่งดี ฉันก็เห็นด้วย

If everyone can remember something this simple, we could save some folks.
Seriously..
ถ้าเราสามารถจำสิ่งง่ายๆเหล่านี้ได้ เราจะช่วยชีวิตคนบางคนได้..อันนี้เรื่องจริง

During a BBQ, a friend stumbled and took a little fall – she assured everyone that she was fine (they offered to call paramedics) .she said she had just tripped over a brick because of her new shoes.
ระหว่างงานเลี้ยงบาร์บีคิว เพื่อนคนหนึ่งสะดุดล้มลงไปกองกับพื้น แต่เธอบอกกับทุกคนว่าเธอไม่เป็นไร (เพื่อนๆถามว่าจะให้เรียกแพทย์เคลื่อนที่มั้ย) เธอบอกว่าเธอแค่สะดุดก้อนหินเพราะยังไม่ชินที่ใส่รองเท้าคู่ใหม่มา

They got her cleaned up and got her a new plate of food. While she appeared a bit shaken up, Ingrid went about enjoying herself the rest of the evening
ทุกคนช่วยกันปัดเศษสกปรกออกไปจากตัวเธอและไปตักอาหารมาให้ใหม่ ตัว Ingrid เองหลังจากนั้นรู้สึกว่าจะมีอาการสั่นเล็กน้อย แต่ก็สนุกสนานดีตลอดเย็นวันนั้น

Ingrid’s husband called later telling everyone that his wife had been taken to the hospital – (at 6:00 pm Ingrid passed away.) She had suffered a stroke at the BBQ. Had they known how to identify the signs of a stroke, perhaps Ingrid would be with us today. Some don’t die. they end up in a helpless, hopeless condition instead.
หลังจากนั้น สามีของ Ingrid โทรหาเพื่อนๆทุกคนว่า ภรรยาเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล (และเสียชีวิตในเวลา 6 นาฬิกา) เธอมีอาการของเส้นเลือดอุดตันในสมองตั้งแต่ตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงบาร์บีคิวแล้ว ถ้าทุกคนรู้ว่าเธอมีอาการนี้เสียตั้งแต่แรก บางที Ingrid อาจจะยังอยู่กับพวกเราในวันนี้ก็ได้ บางคนก็ไม่เสียชีวิต แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างคนสิ้นหวังและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
It only takes a minute to read this…
ใช้เวลาอ่านบทความนี้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

A neurologist says that if he can get to a stroke victim within 3 hours he can totally reverse the effects of a stroke…totally. He said the trick was getting a stroke recognized, diagnosed, and then getting the patient medically cared for within 3 hours, which is tough.
แพทย์ด้านประสาทวิทยากล่าวว่า ถ้าแพทย์สามารถไปถึงตัวผู้ป่วยเส้นเลือดสมองอุดตันได้ภายใน 3 ชั่วโมง แพทย์จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้แน่นอน ที่สำคัญก็คือต้องทราบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคนี้ วินิจฉัยได้ได้ จากนั้นก็ให้การรักษาภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งเรื่องจริงนั้นเป็นไปได้ยากอยู่

RECOGNIZING A STROKE
ต้องรู้ก่อนว่ามันคือเส้นเลือดสมองอุดตัน

Thank God for the sense to remember the ‘3’ steps, STR . Read and Learn!
ขอบคุณพระเจ้าที่หาวิธีจำง่ายๆมาให้ STR

Sometimes symptoms of a stroke are difficult to identify. Unfortunately, the lack of awareness spells disaster.. The stroke victim may suffer severe brain damage when people nearby fail to recognize the symptoms of a stroke.
บางครั้งอาการของโรคเส้นเลือดสมองอุดตันก็เป็นการยากที่จะรู้กันได้ แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ การไม่รู้อาจหมายถึงหายนะได้ สมองผู้ป่วยอาจจะโดนทำลายอย่างรุนแรง แต่คนรอบข้างไม่ได้รู้เลยว่านี่คืออาการของเส้นเลือดสมองอุดตันอาลัย

Now doctors say a bystander can recognize a stroke by asking three simple questions:
หมอบอกว่า คนที่ยืนอยู่รอบข้างก็สามารถรู้อาการได้ โดยคำถาม 3 ข้อ ดังนี้

S *Ask the individual to SMILE.
S คือบอกให้ผู้ป่วย ยิ้ม

T *Ask the person to TALK and SPEAK A SIMPLE SENTENCE (Coherently)
(i.e.. It is sunny out today.)
T คือบอกให้ผู้ป่วยพูด โดยอาจจะเป็นประโยคง่ายๆ เช่น วันนี้อากาศดีนะ

R *Ask him or her to RAISE BOTH ARMS.
R คือบอกให้ผู้ป่วยยกแขนทั้งสองข้างขึ้น

If he or she has trouble with ANY ONE of these tasks, call emergency number immediately and describe the symptoms to the dispatcher.
ถ้าผู้ป่วยมีความลำบากในการทำข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทร.หาเบอร์ฉุกเฉินทันทีและแจ้งไปว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร

New Sign of a Stroke ——– Stick out Your Tongue
สัญญาณใหม่ของเส้นเลือดสมองอุดตัน — แลบลิ้นออกมาดู
NOTE: Another ‘sign’ of a stroke is this: Ask the person to ‘stick’ out his tongue.. If the tongue is ‘crooked’, if it goes to one side or the other, that is also an indication of a stroke.
หมายเหตุ: สัญญาณอีกประการหนึ่งก็คือ ลองให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออกมา หากลิ้นมีลักษณะม้วนงอ ตกไปด้านใดด้านหนึ่ง นั่นคือข้อบ่งชี้ว่ามีอาการเส้นเลือดสมองอุดตัน

A cardiologist says if everyone who gets this e-mail sends it to 10 people; you can bet that at least one life will be saved.

I have done my part. Will you?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจบอกว่า หากคุณได้รับอีเมล์นี้ และส่งต่อไปอีก 10 คน อาจมีผลทำให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างน้อย 1 คน ก็ได้

คือแก้วตา…ดวงใจ

ตาใสๆๆตอนแรกหนูบี ตั้งใจว่าจะอัพเรื่องขา สวยๆๆ กันก่อนแต่อันนี้เป็น เรื่องที่บีคิดว่าด่วนกว่า แต่ โอ้โฮ เห็นบีขึ้นหัวข้อมาซะหวาน คงคิดว่าวันนี้บีต้องมีอะไรหวานๆ มาฝากกัน แน่เลย แต่ผิดนะค้าบบบ … เพราะนอกจากจะไม่หวานแล้วยังเป็นสิ่งที่สาวๆ มองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ บีเคยเอ่ยถึงเรื่องสายตาในคอลัมน์ก่อนๆ อันนั้นมีจุดประสงค์ให้ บำรุง และ พักสายตา แต่จุดประสงค์อันนี้ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก คือ การป้องกันไม่ให้เราเสียดวงตาเพียงเพราะความประมาท ม่มีใครในตอนนี้ที่ไม่รู้จักคอนแทคเลนส์ตาโต ปิ๊งๆๆ บางคนก้อใส่อยู่ด้วยใช่ม๊า..แล้วมีหรือค่ะที่อาหมวยอย่างบีจะพลาด ใส่มาได้สามครั้งแล้วค่ะ แต่เพราะตาเป็นสิ่งสำคัญ และบีไม่เคยใส่คอนแทคฯ มาก่อนเลยในชีวิต บีเลยเลือกซื้อแบบใช้วันเดียวทิ้ง (เหมือนผู้ชายค่ะ ) ล้อเล่นนะคะคุณผู้ชายที่อ่านอยู่ไม่ต้องสะดุ้งหรอกค่า บีล่อเล่น แพงหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าก็ยังดี ครั้งแรกใส่ไป รู้สึกว่าใส่ยากมากเลย คนที่ใส่ๆๆอยู่เขาทำกันได้ไงนี่ แล้วใส่ผ่านไปด้วยดีค่ะ แต่กระนั้นเถอะ ตาก้อปวดเหมือนกัน โชคดีที่บีไม่ได้ใส่ติดต่อกันทุกวัน จะใส่เฉพาะวันอยากสวย อิอิ ครั้งที่สองผ่านฉุยเลยค่ะทั้งใส่ทั้งถอด อาจมีเคืองบ้างแต่ก้อโอ ถือว่ามือใหม่ แต่ครั้งที่สามเหมือนต้องเอาคัมภีร์มางัดใช้ใหม่เลย ใส่ยากอีกแล้ว แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะมันอยู่ตรงที่การถอดต่างหาก อันแรกมันหลุดของมันออกมาเองเลย เหมือน หมดอายุการใช้งานก้อ คลิก กะ ดิก คลิก แต่อันที่สองถ้าบีไม่เฉลียวใจนะ ป่านนี้ยังค้างอยู่ในกระบอกตาอยู่แล้ว แล้วพวกนี้ที่เคยดูมีวีมาเค้าบอกว่า “อย่าใส่คอนแทคเลนส์ตอนนอนเด็ดขาด” อันนี้ประเด็นมาก เพราะเพิ่งเจอบีมาสดๆ เพราะความอยากสวย ดูดี คุ้มค่า ใส่แล้วยอมรับว่า ใส่จริง สวยจริง ถ้าดุอีกอย่างจะขอไปเล่นหนังกะ น้องจีจ้า และ เพราะคุณรู้ไหมค่ะ เวลาเรานี้หลับตาในตอนที่เรานอน คอนแทคมันสามารถลื่นถลไปอยู่ตรงลูกตาด้านบนได้ อันนี้บีไม่ได้จะเขียนให้ใครใส่หรือเลิกใช้นะคะ แล้วก้อจะไม่ระบุยี่ห้อด้วยเพราะบีทำตัวบีเอง ประมาทไปหน่อยจึงไม่อยากให้เพื่อนเป็นแบบบี ดังนั้นต่อกันเลยดีกว่า บีนั่งทำงานใส่คอนแทคฯ อยู่ทั้งวันแล้วรู้สึกเพลียมากตอนนั่งรถกลับบ้าน ส่ง โปรเจ็ค เสร็จปุ๊บ ลูกบ้าหายคะ หลับเป็นตายกันไป แต่ คืออย่างที่เล่าด้านบนคือตาหนึ่งข้างบีเอาออกไปแล้ว (ที่มันหลุดเองนั่นแหละค่ะ) แต่อีกข้างยังไม่ได้เอาออกมา พอตื่นขึ้นมาก้อระลึกได้และแน่ใจด้วยว่า เรายังมีอีกข้างที่ไม่ได้ถอดแน่ๆ แต่ตอนตื่นขึ้นมาส่องกระจก ทำไมมันไม่มีแล้ว คราวนี้งง เลย งง กระพริบตาถี่ๆ พยายามไล่ให้ออกมามันก้อไม่มี และเนื่องจากคอนแทคฯ เนื้อบางมากจนบีคิดว่ามันคงหลุดไปหรือยัง ตอนนั้นมาแน่ใจ เลยลองทำสารพัดวิธี ดึงออกมามือสัมผัสลูกตาดำว่ามันมีไหม คือมันน่าจะมีไงค่ะ ในความทรงจำ ดึงเอานิ้วโดนตาจนตาข้างในแดงก่ำเลย (อย่าทำแบบบีนะคะเป็นวิธีที่โง่มาก) เลยสงสัยกรอกตาไปมาก้อแล้วมันไม่มีจิงๆๆ นะ แต่สุดท้ายบีเจออะ คือมีนติดอยู่ตรงหนังตาด้านบนกับลูกตาบนค่ะติดแน่นเลย โอ้โหรีบเอาออกแทบไม่ทัน แต่ตอนนั้นก้อปวดตาไปแล้ว…ถ้าใครเจอสถานการณ์แบบีให้ใช้วิธีนี้นะคะ เราไม่ต้องเอามือไปยุ่งกะลูกตาHeart
ให้เอาน้าตาเทียมหยอดเข้าไปเลยค่ะ แล้วกรอกตาไปมา ถ้ายังรู้สึกคาใจอยู่ ก้อลองหยอดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ให้ดูกระจกบานใหญ่ๆๆ เน้นชัดว่าบานใหญ่ๆ ที่เราเห็นชัดมากที่สุดค่ะ แล้วลองดึงเปลือกตาขึ้นแต่ลูกกะกะเรามองลง คอยสังเกตว่ามีไรติดอยู่เปล่า ถ้ารู้สึกว่ามีแต่มองไมเห็นกรอกตาไปมา ล่างบน ขวาซ้าย ด้วยค่ะ เพราะบีเห็นแวบๆๆ แวบแรกไม่แน่ใจ คราวนี้เป็นไงเป็นกันค่ะ ไม่อยากให้ตามองเห็น ลองอีกครั้ง เจอโผล่มานิดเดียวแต่แน่ใจเลยว่าใช่แน่ๆ ใช้ความพยายามอย่างมากเลยค่ะ เพราะติดตรงนั้นเกะยึดแน่นเลย แต่ในที่สุดก้อสามารถเอาออกมาได้อย่างปลอดภัยค่ะ แล้วอย่าเพิ่งทำไรกะดวงตานะคะ ไม่ต้องหยอดอะไรอีกถ้าเราไม่รู้จริง เพราะตาเราจะแดงมาก ให้เอาอะไรเย็นๆๆประคบ ถ้าปวดตาก้อเข้าห้องไปอยู่มืดๆๆ อย่าใช้ตาโนแสงมาก ถ้าจำเป็นต้องเจอแสง โดยเฉพาะแสงคอมฯ ให้เอาแว่นตาดำมาใส่ค่ะ ช่วยได้มาก ถ้าใครมีที่ปิดตาเวลานอน ให้ใส่ไปเลยค่ะ แล้วตอนเช้าค่อยๆๆปรับแสงจะช่วยลดปวด และบวมได้เยอะเลยค่ะ ให้อ่านแล้วอย่าลืมบอกต่อนะคะ อิ

เพราะ “สายตา” เป็นหน้าต่างของ “หัวใจ”

ตา

คอลัมน์นี้ต้องบอกว่าคุณขอมาเราจัดไปเลยค่ะ สำหรับแฟนคลับประจำเวปอย่างคุณพี่มิ้งสุดน่ารัก (เพื่อนของป้า) ขอมาหนูบีจะไม่จัดให้ได้อย่างไร เห็นเรื่องก้อคงรู้แล้วว่าสาวๆๆ จ๋า ตอนนี้เราจะเลิกตาบวม คล้ำ รอยเหี่ยวย่นหดหาย สายตาเปล่งปลั่ง สามารถแอ๊บ ได้เหมือนตอนสาวๆๆ แล้ว แต่อันที่จริงแล้ว
“ตาคล้ำ” บอกอะไรเราบ้าง(แน่นอนทุกคนต้องตอบว่าเพราะฉันดูแก่ และก้ออายุมากขึ้นนะสิ) ซึ่งมันก้อจิงส่วนหนึ่ง แต่คุณรู้ไหมคะ ว่า แค่มองสบตา ปิ๊งๆๆ วิ้งๆๆ เนี่ยสามารถบอกถึงสุขภาพภายในได้เลยนะจ๊ะ eye300
เรามาดูเหตุที่ทำให้ผู้หญิงต้องวุ่นวายใจ หรือ วิตกจริตกันดีกว่า เพราะถ้าเรารู้สาเหตุ เราก็ไปแก้ที่เหตุ ไม่ใช่มาแก้ตรงปลายเหตุ มันจะยั่งยืนกว่า แต่การยอมรับรอยเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้นตามวัย และตามธรรมชาติบางครั้งก้อดูมีเสน่ห์กว่าตึงตลอดเวลานะคะ แต่เราต้องควบคุมไม่ให้มากเกิน เด๋วเราจะยุ่ง สาเหตุหลักๆๆ ของคนตาบวม ตาคล้ำเลยนี่วัย อายุย่อมมีส่วนแต่ส่วนใหญ่จะมาจากปัญหาทางด้านสุขภาพ เช่น เป็นโรคภูมิแพ้ เครียด ไมเกรน ทานยาเยอะ จนตับทำงานหนักถึงหนักมาก มันจะแสดงออกทางสายตานี่ล่ะค่ะ แต่สาวๆๆ ไม่ใช่ตัวเราและสุขภาพของเราอย่างเดียวที่เป็นสาเหตุนะคะ แสงแดด เหล้า บุหรี่ มีผลเสมอ (ยืนยันได้ค่ะ เป็นเรื่องจริงที่ขอบตาบี ดำ บวม เป่ง ปูด อยู่ทุกวันนี้ก้อเพราะตับไม่ดี ภูมิแพ้ขึ้นแต่ แต่ยังไม่เจียมชอบไปปาร์ตี้ นอนดึกๆๆ อีก ตอนนี้เลยต้องมาใส่ใจกันอย่างรุนแรง)
วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดและเห็นผลเป็นประจำที่ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วแต่ก้อต้อง ขอบอกกันอีกรอบนั่นคือ “ใช้ความเย็นประคบลบรอยใต้ตา” ทำไมต้องเย็น เพราะ ความเย็นทำให้ให้เลือดดำรอบตาถ่ายออกไปไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้นจัดมาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ที่ประคบเย็นเฉพาะที่ตา, หลังช้อนเย็น, แตงกวาฝานแช่เย็น อะไรที่เย็นๆๆ และไม่เป็นภัยกะลูกกะตาค่ะ นำมาวางทับบนหนังตา
นวกกระชับใต้ตา
ไม่ต้องไปกด ไปเค้น อาจนวดเบาๆ นวดหรือกดตรงขอบตา กดทุกครั้งหรือทุกวันทำให้โลหิตสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น อันนี้ได้ผลชัวร์ค่ะเร็วด้วย แต่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ
สำหรับสาวๆ ที่ต้องรับขจัดออกไปก่อน แต่จริงๆ แล้วบีแนะนำว่าดูจากสาเหตุเบื้องต้นดีกว่าค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ชีวิต อดหลับอดนอน จ้องคอมนานๆ หรือเรื่องสุขภาพ ถ้าใครรู้ว่าต้นเหตุมาจากที่ใด แก้ตรงนั้นค่ะ เช่น ตาบวม ดำ คล้ำ เนื่องจากตับไม่ดี ทานยาเยอะ ภูมิแพ้ อันนี้สิ่งแรกที่ควรทำเลย คือ ออกกำลังกาย (แต่บีมีแนะวิธีออกกำลังกายสำหรับสาวๆที่ไม่ชอบฟิตเนตเขียนไว้ให้แล้วนะคะ ลองย้อนอ่านดู)
แต่ถ้ามาจากเหล้า บุหรี่ ก้อต้องลดค่ะ เพราะอันนี้คุณทำตัวเองอะ ถ้าไม่ดื่ม ไม่กิน รอบดวงตาคุณดูสว่างไสวขึ้นแน่นอน แต่ปาร์ตี้เกิร์ลอย่างเรา ทำไม่ได้ บีแนะนำค่ะ ให้ทานน้ำเยอะกว่าคนปกติทาน 3 เท่า แล้วเอาเงินที่ซื้อเหล้า บุหรี่ เจียดมาซื้อวิตามิน จำพวก วิตามินซี Q10 คอลลาเจน อิลาสติน หรือพวกผลไม้มาทานมันเยอะๆๆค่ะ ทานมันแทนข้าวเลยก้อได้ น้ำขอเป็นน้ำเปล่าธรรมดา ไม่ต้องร้อนต้องเย็น แต่ขอให้ทานเยอะๆๆ ค่ะ ถ้าตังค์เหลือแล้วไม่หายใช้ตัวช่วยเลยค่ะ ทรีทย์เม้นบำรุงรอบดวงตา หมอสั่งมาเลยค่ะเหมือนการให้อาหารผิว ที่ตาก้อมีค่ะ มีเครื่องผลักยาเหมือนกัน อีกหนึ่งที่อยากแนะคือ กลูต้าไธโอน (เอาของแท้นะคะหาซื้อได้ที่โรงพยาบาล) ตัวนี้ช่วยล้างตับเต็มๆๆ ค่ะ ของเสียเพียบ สุดๆๆแล้วไม่หาย Botox ช่วยคุณได้เดินเข้าไปปรึกษาแพทย์ที่เราไว้ใจ เชื่อถือได้ เด๋วนี้การแข่งขันสูงเราสามารถเลือกที่เรารับราคาได้ ไม่ใช่เลือกจากการประโคมทางการตลาดนะคะ บียอมรับการตลาดส่วนหนึ่ง แต่ยังไงควรคุยกับหมอให้แน่ใจ แน่ชัด ชัดเจนเสียก่อน เราเลือกหมอนะคะ และต้้องให้หมอเป็นผู้ฉีดเท่านั้น คนอื่น จัส เซน์ โน ค่ะ และถ้ามาจากการกินของเราเองลองค่อยๆๆ ปรับให้มีพวกนี้อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณดีไหมค่ะ พวกถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทองหรือน้ำมันพืชส่วนใหญ่ เพราะพวกนี้ช่วยความชุ่มชื่นรอบดวงตา และ ห้ามเด็ดขาดด้วยตัวเราเอง การขยี้ตา ไม่ส่งผลดีเลยค่ะได้ความสะใจอย่างเดียว อันนี้ถ้าเกิดขึ้นมาควรไปพทแพทย์ (เราต้องใช้ประกันสังคมให้เป็นประโยชน์นะคะ) อิอิ สุดท้ายเลี่ยงไม่ได้จิงๆๆ ของสาวออฟฟิตนั้นคือ ต้องนั่งหน้าคอมเป็นเวลานาน เรามีอยู่หลายวิธีเหมือนกันค่ะ นั่นคือ หลับตา และหาอะไรที่เป็นสีเขียวมอง ถ้ามีต้นไม้ประดับอยู่ที่โต๊ะทำงานต้นเล็กบ้างจะช่วยคุณมากทีเดียว
บริหารตากันนิด
หรือไม่ลงทุนอีกอบ่างค่ะ คือ ที่บังหน้าจอคอมฯ อะค่ะ ซื้อใส่คอมไว้จะช่วยดูดแสงไม่ให้มาทำร้ายตาเราด้วยนะจ๊ะ ท้ายสุดจิงๆๆ อันนี้ทำได้ทุกวันลดรอยเหี่ยวย่น คือ บริหารบริเวณรอบดวงตา หรือทำมันทั้งหน้าเลยดิกว่าค่ะวิธีสุดง่าย ไม่ต้องจ่ายตังค์สักบาทคือ อะ อา อิ อี อุ อู ทำมันกว้างๆๆ วันละ 5-10 ครั้งหรือตามสะดวกเะลยค่ะ อันนี้ก้อช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนกันค่ะ หวังว่าเรื่องสายตาในคอลัมน์นี้จะถูกใจใครหลายๆๆ คนนะคะ แล้วก้อคงสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ก้อขอบคุณมาก วันนี้พอเท่านี้ก่อนพบกันคอลัมน์หน้า “ต้นขาใหญ่ทำอย่างไร??? ไม่ต้องตกใจไปค่ะเด๋วนี้เขามีวิวัฒนาการ เคล็ดลับดีๆๆ มากมายถูกคิดขึ้นเพื่อเราจะสวยได้อย่างไม่หยุดยั้ง โดยไม่ต้องเสี่ยง หรือ ศัลยกรรม ก้อได้ เพราะบางคนกลัว… เจอกันค่ะ ขาโต๊ะสนุกเป็นฉายาที่บีถูกล้อมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ

ดูแลตัวเองดีๆนะ…เค้าเป็นห่วง

TK
มาแล้วค่ะ…มาแล้ววันนี้บีขอรายงานตัวคับผม ขอโทษนะคะที่ต้องหายไปนานเลยพอดีช่วงนี้ซุ่ม(ซ่าม)เก็บตัวอยู่อะคะ ต้องไปถ่ายแบบงานนู่นงานนี้ เยอะมาก 555 ล้อเล่นค่า พอดีช่วงนี้เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเลยไม่สบาย เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ ภูมิแพ้(โรคเยอะไปไหมเนี่ยกรู) แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้เพื่อไม่ให้ทุกๆ คนป่วยเหมือนบีเนื่องจากช่วงนี้ไข้หวัด ทั้งหวัดธรรมดา ทั้ง 2009 กะลังระบาดเลยอยากให้ดูแลตัวเองกันให้ดีนะคะ…หรือจะให้บีไปดูแล คิดไม่แพงค่ะวันละล้านแปดสิบแปดแสน 555+ (ใครจะจ้างกรูวะ ขนาดเงินเดือนสองหมื่นฝ่าๆ มันยังไม่เรียกกรูเลยยยยย) วันนี้จะขอแนะเคล็บลับดูแลตัวเองให้สุขภาพดีกันนะคะโดยเฉพาะช่วงนี้ ต้องระวังหน่อยบีเป็นห่วงนะ อิอิ ข้อแรกเลยเราคงหลีกไม่พ้นจิงๆ กับสิ่งนี้ บียังต้องยอมแพ้เลย
ออกกำลังกาย
ออกกำลังกายค่ะ บีเคยเขียนในหลายๆ เรื่องในการลดความอ้วนนะคะว่าบีเกลียดการออกกำลังกายมากกก ถึง มากที่สุด แต่บีจะใช้วิธีอื่นๆ อย่างที่เคยแนะกันไปแล้ว แต่ในเรื่องของการลดความอ้วนนี่ บียังไม่ซีเรียสเท่ากับเรื่องสุขภาพนะคะ เพราะเจอกับตัวถึงรู้ บีขอแนะให้ทุกคนลองวิธีพวกนี้แทนออกกำลังกายค่ะ อย่างแรกเลยคือ ช๊อปปิ้งค่ะ เดินมันให้สะบั้นหั่นแหลกลานไปเลยค่ะ โอ๊ะเรื่องช็อปนี่ต้องนิดนึงเลยนะคะ เดี๋ยวนี้เสื้อผ้า Sale เยอะมากๆๆๆ แล้วยังให้ลองได้ด้วย เซลล์มันทุกห้างค่ะ ดูดีๆเลยนะคะบางทีเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่มียี่ห้อตอนนี้บางทีซื้อถูกกว่าข้างนอกอีกค่า (สำรวจมาแล้ว) แถมใช้บัตรเครดิตไปก่อนได้ด้วย อิ กลับเข้าเรื่องดีกว่าค่ะ การลองเสื้อผ้าถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งเลยนะคะ สำหรับสาวๆ นักช็อปก้อใช้วิธีนี่แทนก้อแล้วกัน Exerxite
ส่วนผู้ที่ชอบอยู่บ้านนะคะ ขอแนะเลยอันนี้เหงื่อเยอะมากๆ ยิ่งกว่าเข้า Sauna อีกค่ะ นั่นคือ ถูบ้าน และล้างห้องน้ำค่ะ(ตอนทำอย่าลืมหน้ากากอนามัยนะคะ) อันนี้แนะนำเลยนอกจากบ้านจะสะอาดด้วย เราก้อสุขภาพดี และอีกอย่างหลับสบายไปเลยค่า…
หรือถ้าใครไม่ชอบช้อป ไม่ชอบทำงานบ้านบีแนะนำเลยค่ะ ไปเที่ยวมันเลย ช่วงนี้ Amezing Thailand ค่ะไปเที่ยวที่ไหนหั่นราคากันทุกที่ บางทีขึ้นเครื่องถูกกว่านั่งรถนะเอ้า เราได้ความเพลิดเพลินแล้วยังไม่พอได้ไปเปิดจินตนาการใหม่ๆ ให้กับตัวเองด้วยนะคะ ถ้าจิตใจเราดีสดชื่น ร่างกายก้อดีตามค่า แถมเรายังได้เที่ยวช่วยชาติด้วยนะค่ะ!!!
Dance
หรือถ้าสิ่งที่บีพูดมาทั้งหมดไม่ชอบเลยลองเอาวิธีนี้ไปใช้ค่ะ “เมาดิบ” (เมาดิบคืออาการเหมือนคนรั่วๆ โดยปราศจากแอลกอฮอล์เข้าปากสักนิด)มันไปเลย อยู่บ้านนี่แหละค่ะ เปิดเพลงฟังมันๆ ในห้องแล้วแด๊นซ์ให้กระจายเลยค่ะ เอาให้มันหายเครียดไปข้างนึงเลย ยิ่งถ้าบ้านใครมีคาราโอเกะนะ ทั้งร้องทั้งเต้น เอาเข้าไปเล้ย มันส์พะยะค่ะ ใครไม่เคยลองแนะนำเลย เลิศมากกกก อันนี้ลองกับตัวเองมาหมดแล้วถึงรู้ว่าดีค่ะ เราอย่าไปคิดว่าเรากำลังออกกำลังกายซิค่ะ เราคิดว่าเราให้ความสนุกกับตัวเองเท่านั้นเอง มันก้อจะเพลินไปเอง หุหุหุ มองโลกในแง่ดี เท่านั้นเอง เราก้อจะได้ออกกำลังกายโดยที่เราไม่ต้องไปวิ่ง หรือ ทำอะไรที่เราไม่ชอบด้วย สดใสสไตล์เราไงค่ะ “จงเป็นตัวของตัวเองทุกคนนะคะ”
กิน
อีกอย่างเยคือการ “กิน” สำคัญมากเพราะทุกคนต้องกิน โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ แต่อันนี้บีจะเขียนถึงการกินแบบพิเศษค่ะ ก้อคือถ้าเราอยากทายอาหารปกติ จะกิน จะนอนยังไงก้อได้ แต่บีขอบอกไว้ว่า เราต้องมีตัวช่วยเสริมค่ะ อย่างที่ทุกคนกำลังคิดนั่นแหละ “วิตามิน” ค่ะ ช่วงนี้โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ “วิตามินซี” ค่ะ เพราะช่วงป้องกันการเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี แล้วยังมีคุณสมบัติมากมายที่เรามองข้ามไปไม่ได้เลยนะคะ เช่น ทำให้ผิวดูสดใส สีผิวเท่ากัน ร่างกายรู้สึกสดชื่น ตอนนี้ถ้าเป็น Pure วิตามินซี นี่เราสามารถทานได้สูงถึงวันละ 2,000 mg เลยนะคะจากวันละ 1,000 แต่ถ้ายังไงแล้วเราเริ่มจากปกติก่อนดีกว่าค่ะ แค่พันเดียวพอ ประหยัดด้วย ถ้าให้แนะนำบีแนะนำชนิดแบบเม็ดฟู่ที่ละลายดื่มตอนเช้าได้ จะดีกว่าค่ะเพราะร่างกายเราสามารถดูดซึมพวกนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายกว่าเป็นเม็ดๆวิตามิน
อีกอันที่แนะนำคือ “โอเมก้า3” นอกจากสุขภาพดีแล้วเราหันมาดูแลสุขภาพสมองด้วยดีไหมค่ะ เพราะโอเมก้า3 สกัดได้จากปลาทะเลน้ำลึก ช่วยบำรุงสมองโดยเฉพาะค่ะอันนี้ กินแล้วรู้สึกสมองปลอดโปร่งดีค่ะ และสุดท้ายที่จะแนะวันนี้เลยคือ “Co-Q10 100mg” อย่างที่รู้กันอยู้แล้วว่าจะช่วยเรื่องชะลอวัย แต่ทุกคนทราบไหมค่ะ ว่าวิตามินตัวนี้ช่วยไปซ่อมแซมอวัยวะที่สึกแล้วให้กะร่างกายด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบำรุงหัวใจ การไหลเวืยนของเส้นเลือด ระบบต่างๆ ของร่างกายอีกค่ะรับรอง 3 ตัวนี้ไม่ต้องรอวันแก่หรอกค่ะถ้าใครอายุเกิน 20 ก้อกินได้แล้วววว
สุดท้ายเรื่องของ “ใจ” ไม่ว่าจะเป็นการหายใจเข้า-ออกลึกๆ หรือการนั่งสมาธิ รวมถึงการอ่านหนังสือหรือทำอะไรให้เป็นสมาธิจนรู้สึกว่าจิตใจนิ่ง หรือ มีสติรู้ อะค่ะ เพราะถ้าใจเราหม่นหมองซะแล้ว เราจะเบื่อไปหมดทุกอย่างค่ะ กลายเป็นคนเซ็งโลก ใครที่กะลังจะเป็นแบบนี้รีบหา อะไรก้อได้ ที่คุณชอบ ทำด่วน ไม่งั้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้านะคะ จิตใจดี ความคิดก้อจะออกมาดี เมื่อคิดดี การกระทำย่อมดีตาม เรื่องนี้สำคัญมากโดยเฉพาะในสภาวการณ์ที่ทั้งโลกกะลังเจอกะปัญหาวุ่นวาย เราอย่าไปใส่ใจหรือซีเรียสกับมันทุกเรื่องค่ะ บีอยากให้แง่คิดไว้ว่า “เราคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนโลกทั้งโลกได้ เราให้ใครทำอะไร หรือตัวเราเองก้อเถอะทำสิ่งมี่เราต้องการทุกอย่างไม่ได้” เพราะฉะนั้นจะไปซีเรียสกับมันทำไมค่ะ ปล่อยวางเถอะค่ะ ปล่อยวาง อย่าเป็น คนคิดมาก นะ คิดน้อยก้อไม่ได้นะคะ อิอิ เอาตามทางสายกลางค่ะ ไม่ตึงไม่หย่อยเกินไป สำหรับใครตอนนี้ที่จิตใจวุ่นวายเหลือทน ลองนั่งหลับตาแบบไม่คิดอะไรเลยสักห้านาทีซิค่ะ หรือจะสวดมนต์ก้อได้ แต่ต้องสวดอย่างมีสติ ให้จิตใจเราสงบนะ คราวนี้ไม่ว่าปัญหาจะเครียดแค่ไหนเราย่อมรับมือกับมันได้เป็นอย่างดีค่ะ
*หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ
จิตใจดี
**รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุงให้รุ่งเรืองสมเป็นเมืองของไทย กินของไทยด้วย

รักษาสายตา…เวลาทำงานหนัก

รักษาสายตา
วันนี้เป็นทริคสำหรับคนที่ต้องใช้สายตาเป็นเวลานานมากๆ อันที่จิงเรื่องนี้บีไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่ต้องขอบคุณ “หนังสือขวัญเรือน” มากๆๆ ค่ะที่นำวิธ๊ถนอมสายตามาฝากกัน ถือว่าบีเป็นตัวกลางแล้วกันนะคะ อิอิ
เคยนับ ๆ ดูบ้างหรือเปล่าคะว่าคุณต้องใช้สายตาเพ่งงานอยู่วันละกี่ชั่วโมง (ใครไม่เคยนับอาจตกใจได้นะคะ) การใช้สายตาอย่างมากมายนี่เองค่ะที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการล้า ปวดเมื่อยสายตา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้ว่าวิธีบรรเทาอาการเพลียตา (ด้านล่าง) นั้นช่วยให้การมองของคุณดีขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกต่างหากด้วย…
เทคนิคการโฟกัส (สำหรับการพักสายตา)
1.มองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่าง หรือมองออกไปไกล ๆ จากงานที่อยู่ตรงหน้าเท่าที่จะสามารถทำได้
2.วัตถุที่คุณมองนั้นควรอยู่ห่างจากคุณอย่างน้อย 20 ฟุต
3.เคลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ และมองไปที่สิ่งอื่น ๆ หรือวัตถุอื่น ๆ บ้าง
4.ย้อนกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
5.ทำซ้ำตามวิธีนี้บ่อย ๆ ในวันทำงานของคุณ

การปิดฝ่ามือ (สำหรับการพักสายตา)
1.ทำมือเป็นลักษณะรูปถ้วยปิดรอบดวงตา วางพักมือบนโหนกแก้ม (หลีกเลี่ยงการกดลงบริเวณลูกตา)
2.ประสานมือไขว้ไว้เหนือดั้งจมูกเพื่อบังแสงสว่าง
3.หลับตาลงประมาณ 15 วินาที แล้วให้หายใจเข้า หายใจออกลึก ๆ
4.เปิดฝ่ามือ แล้วลืมตาขึ้น

รู้สึกดีขึ้นไหมคะ…
*สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิต ที่ยังฟิตอยู่
**รักประเทศไทย

ที่มา นิตยสาร ขวัญเรือน