สวย เริ่ด เชิด โสด

ความโสดความเหงาทำอะไรเราไม่ได้เลย ความเหงาเป็นเพื่อนที่ดีทำให้เราเอาอ้อมแขน
กลับมากอดตัวเองได้อย่างเต็มที่ ความโสดทำให้เรารู้จักที่จะสนุกกะชีวิตโดยไม่ต้องแคร์ว่าเค้าจะชอบหรือไม่ ปล่อยตัวเองจากพันธนาการที่เราแค่ยึดเอาไว้เวลาเราอ่อนแอ
กอดตัวเอง กอดเพื่อนแท้ กอดมิตรภาพ ดีกว่าเอาทั้งตัวทั้งใจไปให้ใครก้อไม่รู้
ดูแลเราก้อไม่ดีแถมทำเราร้องไห้ บีขอเป็นแฟนพันธ์แท้ความโสด อิสระ ลั้นลาเต็มที่ จบข่าว!!!!

Advertisements

white lie

เรามักจะมองการโกหกเป็นตัวร้าย และตัวน่ารังเกียจเสมอๆ แต่ท่ามกลางความน่ารังเกียจนั้น
มีการโกหกอยู่ชนิดหนึ่งในโลก เรียกว่า white lie แปลตรงตัว คือการโกหกที่เป็นสีขาว
คือ การกล่าวคำโกหกออกมาเพื่อ “ช่วย” คนอื่นที่มิใช่ตัวเอง
โดยเฉพาะ คนที่เราห่วง หรือรัก เช่น ถ้าคนที่เรารักป่วยหนัก และอาจจะไม่รอด
กรณีนี้ เราจะพูดความจริงออกไปว่าเขาจะต้องตายหรือ หรือเราจะเลือกการโกหก บอกว่าเขาจะหายและอยู่กับเราต่อไป…เหรียญมีสองด้านเสมอ
อยู่ที่คนใช้มัน ว่าใช้เพื่อใคร…เพื่ออะไร

1 คน หลายความฝัน

นี่เป็นอีกเรื่องของคนใกล้ตัวบีเองนั้นคือ เจ้าน้องรหัส สุดเจ๋งของบีเอง จิงๆเค้าเป็นคนที่บีปลื้มนะ
ได้เดินตามความฝันของตัวเอง ในขณะที่ตัวเองก้อมีงานทำ เรียน เที่ยว ถ่ายรูป ทำในสิ่งที่รัก และรักในฝันที่ตัวเองก้าวเดิน อันนี้เป็นบทที่สองของการสานฝัน ถ้าใครติดตามอ่านคงรู้ว่าบทที่หนึ่งคือ ภาคครูบ้านนอกนั้นเอง
ในชีวิตคนแต่ละคน คงจะต้องมีความฝันหรือสิ่งที่อยากทำกันทุกคน

บางคนอยากเป็นทหาร ตำรวจ หมอ นักวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่นักร้อง

(จนต้องมีการประกวด AF…555+)

แต่สำหรับผมหนึ่งในหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่อยากทำ

คือ การได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ

มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโทได้ง่ายขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง…ผมได้ทำในสิ่งที่อยากทำ……

โดยการได้เป็น Guest Speaker ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

โดยการสนับสนุนจากเพื่อนผมเอง…ไอตูน…

ต้องขอขอบคุณจิงๆที่ให้โอกาสได้ลองทำในสิ่งที่ที่อยากทำ

ตอนนี้ไอตูนเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

ที่จังหวัดนครราชสีมา…เจ๋งเนอะ!!

ถึงแม้ว่าคลาสแรกของผมจะไม่ได้สอนที่มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ดังๆ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำ เป็นแค่ Guest Speaker

ถึงแม้ว่าคลาสเรียนที่ผมสอนจะมีเด็กเข้าเรียนเพียงไม่กี่คน

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่วิชาที่ตัวเองถนัดและอยากสอน

Oh my god!! Tourist Behavior

ถึงแม้ว่าบางคนบอกว่ามันจะไม่คุ้มค่าเหนื่อยก็ตาม (ผมว่ามันก้อคุ้มอยู่นะ…อิอิ)

ถึงแม้ว่าเด็กจะเรียนรู้เรื่องหรือไม่ก้อตาม(555)

ยังงัย…ผมก้อ…ได้ทำในสิ่งที่หลายคนอยากทำ…แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ

……..และผมก้อภูมิใจกับมันมาก……….

กับประสบการณ์หนึ่งวันที่ไม่ได้หามาง่ายๆ….”GUEST SPEAKER”

สุดท้ายมะรู้จะกล่าวอะไรนอกจาก “เฮ้ย เก่งมากว่ะน้องพี่” อิอิ ช่วยเป็นกำลังใจให้คนมีฝันทุกคนนะคะ

วีรบุรุษตำรวจไทย

s16
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

เราจะไม่ลืมพวกท่านตลอดไป….พวกคุณคือ “นักรบผู้กล้า” สมควรแก่การที่ประชาชนจะยกย่อง บางคนอ่านเรื่องพวกเขาแล้วถึงกับต้องหลั่งน้ำตา ในสายโลหิตที่ส่งคุณได้เป็น “คนพิเศษ” ถ้าใครบอกว่าคนไทยลืมง่าย ไม่ได้ใช้คำนี้กับบีแน่ ขอบคุณครอบครัวของพวกเขาที่เสียสละได้มากขนาดนี้

วันนี้วันอะไร????? เอ่ยยยยย

” ”

หนูบีตอบให้วันนี้วันตำรวจไทยไงค่ะ เย้

” ”

อย่าเงียบเหมือนไม่แยแสกันอย่างนี้สิคะ เดี๋ยวคุณตำรวจน้อยใจนะคะ บีคิดว่ายังคงมีตำรวจดีอีกมากที่ต้องการกำลังใจ อย่าให้เรายกย่องแต่ตอนที่เค้าไม่มีลมหายใจซิคะ บียังคงเชื่อว่า ยังมีอีกมากกก ที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระอยู่ในขณะนี้ ถ้าใครได้อ่าน หรือ เห็นข้อความแล้วบีฝากไปบอกพวกเค้าเหล่านั้นนะคะ “สู้ต่อไป ทำลายภาพลักษณ์ให้ได้” ส่วนพวกเกียร์ว่าง หรือ….จนเน่าเหม็นไปหมด อ่านแล้วก่อช่วยจำไว้ด้วยนะคะว่าครั้งนึงพวกคุณก้อเคยมีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่เหมือนพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่หรือคะ ใครที่เพิ่งเริ่มต้องออกมาจาก….ระบอบให้ได้นะคะ

ท่ามการความสับสนวุ่นวายในโลก มนุษย์ จนถึงความวุ่นวายในประเทศไทย คนกรุงฯก็เพิ่งได้พัก หลังจากต้องรบกับ…มายาวนาน ในปัจจุบันนี้ ฉันเห็นคนที่เสียสละ หรือ ทำเพื่อประเทศจริงๆๆ มีน้อยเต็มที ทำให้หวนระลึกถึงเหล่าวีรชนคนกล้าตั้งแต่สมัยเก่าก่อน ไม่ว่าจะเป็นนักรบชาวบ้านบางระจัน ฯลฯ ที่ยอมสิ้นชีวาเพื่อปกป้องแผ่นดินที่พวกเขาหวงแหน ที่อาศัยเป็นที่อยู่ ที่กิน เจริญเติบโตขึ้นมา เมื่อมีศตรูมารุกราน เขาขอปกป้องเต็มที่ แม้กระทั้งชีวิตยังมิเคยคิดเสียดาย มาถึงในปัจจุบันนี้ฉันคิดว่าคงมีเช่นนี้อีกน้อยมากกก เพราะส่วนใหญ่มองเห็นแต่ละการกระทำล้วนแล้วออกไปทางเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น เรื่องของตัวเองต้องมาก่อน พวกข้าต้องมาก่อน โกงกินบ้านเมือง จนเสียหายทำลายประเทศชาติที่มีบุญคุณล้นเหลือ สร้างตัว สุขสบายได้ มีเงินมีทองจับจ่ายใช้สอยอย่างสบายมือ หากแต่หามีความพอไม่ จนสุดท้ายขนาดแผ่นดินที่ตนอาศัยได้มาเกิดก็ยังจะเอาไป ยกให้ผู้อื่น ทำเหมือนตัวเป็นเจ้าของประเทศ ทั้งที่บรรพบุรุษเราหลั่งเลือดทาแผ่นดินเพื่อปกป้องให้ลูกหลานได้อาศัยอยู่ กิน นี่เพราะอำนาจและผลประโยชน์คำเดียวแท้ๆ นำมาซึ่งความเลวร้ายทำภัยแก่ประเทศ ผู้คนต้องฆ่ากันตาย โดยที่ยังไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ตัวของเราก็เถอะฉันยังเห็นว่าฉันยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่มากมาย เมื่อเทียบกับผู้ที่เสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดิน ซึ่งมันมิใช่แผ่นดินของใคร หากแต่มันเป็นแผ่นดินของพวกเราลูกหลานเหล่าวีรชนคนกล้าแต่เก่าก่อนแผ่นดิน ไทยแผ่นดินของเราทุกคน ถึงตัวฉันจะไม่ได้เป็นคนดีมากเท่าไหร่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อคุณของแผ่นดินน้อยเต็มที หากแต่เป็นแผ่นดินนี้ต่างหากให้คุณประโยชน์กับฉันเหลือคณานับ แต่ฉันก็ไม่คิดขายชาติ ไม่เคารพต่อราชบัลลังก์ เพราะฉันกล้าพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิ ฉันเป็นคนไทย เกิดบนผืนแผ่นดินไทย หากตัวเองแม้มิได้มีความสามารถมากพอที่จะทำประโยชน์อย่างมากมายตอบแทน แต่ก็ไม่เคยคิดทำทุรยศใช้เหล่ห์เหลื่ยมอันชาญฉลาด โกงบ้านโกงเมืองไม่รู้จักคำว่าพอเพียง ตัวฉันเองก็รักแผ่นดินไทยผืนนี้มาก แต่ฉันคงมิอาจรู้ได้เลยว่าจะรักได้มากเทียบเท่าเศษเสี้ยวของ “นักรบผู้กล้า” ผู้ที่เสียสละ รักแผ่นดินนี้ยิ่งกว่าชีวิตตนเอง ซึ่งฉันคิดว่าคนเหล่านี้เหลืออยู่น้อยเต็มที ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ยังได้เกิดมาร่วมชาติ ร่วมสมัย กับคนดีๆ แบบนี้ ผู้กล้าเหล่านี้ ท่านนี้ทำให้ฉันได้รับรู้ว่าท่ามกลางชีวิตที่วุ่นวายแต่เรื่องของตนเอง ยังมีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งเสียสละเพื่อประเทศได้ ยังมีคนดี มีอุดมการณ์ เสียสละแม้กระทั้งชีวิตของตนเอง
เฉกเช่น

ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข หรือ ผู้กองแคน และ

ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ
ty2

ทั้งสองคนนี้แทบจะเรียกได้ว่า มีทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม ทั้งทางด้านรูปลักษณ์ การศึกษา ฐานะ โดยเฉพาะ
ผู้กองแคน ทั้งสองเป็นคนเก่ง กล้า กล้าที่จะเลือกลงไปพิทักษ์แผ่นดินซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง ด้วยหวังว่าจะทำให้คนที่อยู่ที่นั่นได้รับความปลอดภัย พวกเขาจะไปที่อืนก็ได้ หากแต่พวกเขามีหัวใจแห่งวีรบุรุษผู้รักชาติ หวงแหนแผ่นดินยิ่งกว่าชีวิตตนเอง คิดถึงประเทศชาติมาก่อนอะไรทั้งมวล รวมถึงคนที่อยู่ข้างหลัง ความเสียสละอย่างนี้สมควรอย่างยิ่งแก่การได้รบการขนานนามเป็น “วีรบุรุษ” สืบสายโลหิตมาแต่โบราณกาล หากแผ่นดินไทยมีคนที่คิดอย่างนักรบสองคนนี้ ประเทศไทยคงเจริญไม่น้อย ดังชื่อที่ขนานนาม “ธรณิศ” คือ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดิน
และ “กฤตติกุล” คือ ผู้นำชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล

ฉันอดคิดไม่ได้ว่าชื่อนี้ถูกตั้งขึ้นโดยชะตาฟ้าขิตที่ส่งพวกเขามาเพื่อ หน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ สมแล้วที่พวกเขาจะได้รับเกียรติสูงสุดตราบจนสิ้นลมหายใจแห่งชีวิต ธงไตรรงค์ที่คลุมกายแก่นักรบที่เสียสละในหน้าที่ เพื่อแผ่นดิน เป็นความภูมิใจสูงสุดแห่งนักรบผู้กล้าที่ได้รับพระราชทานกระบี่อย่างใกล้ชิด ภายใต้เบื้องพระยุคลย์บาท ฉันขอจำชื่อนักรบอันทรงเกียรตินี้ไว้ตราบจนวัน สิ้นลมหายใจ จดจำความเสียสละ ความกล้าหาญ ความรักชาติ ยิ่งกว่าชีวิตตนเอง หากฉันโชคดีในชีวิตได้มีโอกาสตอบแทนคุณแผ่นดินอย่างนี้บ้างคงดี สองวีรบุรุษนี้สมควรแล้วแก่การยกย่องเกียรติยศอันยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินไทย แห่งราชบัลลังก์ แห่งประชาชน แห่งวงตระกูล และตัวฉันเอง ในสิงที่พวกเขาเลือก ตราบจนสิ้นลมหายใจของชีวิต ในปณิธานอันแรงกล้า “ขอปกป้องผองไทยชั่วนิรันดร์ สิ้นชีวันก็ยังห่วงหวงแผ่นดิน”
อีกผู้หนึ่งที่หน้ายกย่องไม่แพ้กัน คือ “ดาบตำรวจชิด ทองชิด” ที่ถึงแม้มียศเป็นนายดาบแต่ต่อสู้กับส่วยทางหลวงอย่างไม่ย่อท้อ จนสิ้นชีพเช่นกัน

“ความฝันอันสูงสุด” เพลงอันทรงเกียรติที่นักรบที่สิ้นชีวันในหน้าที่ ในสนามรบ ในการปกป้องผืนแผ่นดินทุกคนสมควรจะได้รับ

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง

จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา

ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป

นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส

ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน

โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย

ฉันยังคงเสียดายชีวิตของเหล่าผู้กล้านี้เป็นอย่างมาก หากผู้มีอุดมการณ์ เสียสละเพื่อประเทศได้ขนาดนี้ยังมีชีวิตอยู่ คงทำประโยชน์ให้กับประเทศอีกมาก เสียดายจริงๆๆ…ผิดกับคนที่จ้องทำลายล้างแผ่นดิน โกงชาติ บ้านเมือง ทั้งที่เรียนจบจากสถาบันอันทรงเกียรติเดียวกันแท้ๆ ลองหันกลับมาดูรุ่นน้องของพวกคุณ แล้วเอาพวกเขาเป็นเยี่ยงอย่างบ้าง ประเทศไหยในตอนนี้คงไม่เละเทะแบบนี้…

ครูบ้านนอก(ฝึกหัด)

นาย คิดดี ทำดี
ขอโทษนะคะที่หายหน้าหายตาไปหลายวันพอดี “งานเข้า” (แบบว่า สอบตก ตกสอบ อกหัก งานเยอะ เจ้านายด่า อีเว้นท์เพียบ แถมยัง ตกรถ ตกเรือ ตกท่าน้ำ ตกเครื่องบินฯลฯ เวอร์ไปและ อิอิ) อย่างที่เอ่ยกันไปข้างต้นนั้นแหละค่ะ เหอๆๆๆ หลังจากที่เครียดจนรู้สึกว่ามันมีอะไรที่มากเกินไปอยู่ ก้อเลยตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด แม้การตัดสินใจของบี บีไม่รู้ว่ามันจะพลาดหรือเปล่า แต่บีทนไม่ได้จิงๆว่ะ(ค่ะ) พวกไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพในศักดิ์ศรีของคนอื่นนี่ ก้อต้องโดนเกลียดเข้าสักวัน เหอๆๆ ไม่ไหวจะเคลียร์ค่ะ
คุณครูสอนวิชาพละ(การ)ศึกษา
แต่วันนี้บีขอเอาความดี ของคนที่เขาคิดดี ทำดี มาให้ อ่านกันสนุกๆๆ นะคะ เพราะจิงๆๆ แล้วตัวบีเองก้ออยากทำให้ได้แบบนี้เหมือนกัน นั่นคือ “ชีวิตของน้องรหัสบีเองค่ะ” (เสียงกรี๊ดจากผู้หญิงครึ่งประเทศ เหอๆๆๆ) น้องบีใช้ชีวิตได้คุ้มค่าจิงๆ ค่ะ เป็นคนดี ทำประโยชน์เพื่อสังคม กล้าได้ กล้าเสีย(แต่ส่วนใหญ่มันจะเสียมากกว่าได้ ฮา…..) รุ่นนี้นี่น้องๆหลายคนเป็นตัวเองมากๆ ค่ะ จนหลายครั้งบีรู้สึกอิจฉา และเอาแรงนั้นมาเป็นกำลังใจให้วิ่งตามสิ่งที่บีอยากทำ อยากเป็น อิอิ ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ (ทำมาหากินอีกแล้วกรู ฮา….) ทริปอันนี้ที่เอามาลง เอามาลงด้วยความภาคภูมิใจค่ะ ที่ได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมค่ะ บีไม่รู้ว่ามีใครร่วมเดินทางไปในทริปนี้บ้าง หรือคนที่ไปมาแล้ว และคนที่ไปอยู่ คิดจะไปหรืออะไรก็ตามค่ะ บีขอยกย่องให้คุณเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็กในอนาคตเลยนะคะ (ทำดีให้เด็กดู มีจริงๆค่ะ) และขอให้คุณทำสิ่งดีๆ เหล่านี้ต่อไป แล้วความดีจะคุ้มครองคุณค่ะ และนี่เป็นบทกล่าวนำเล็น้อย ซึ่งมันน้อยมากจิงๆ จนไม่รู้ว่าจะเป็นบทความได้ป่าว แต่ไม่เป็นไรค่ะเพราะสิ่งที่น้องมันทำ มันดีกว่าคำที่เขียนบรรยายด้วยความสวยหรูค่า น้องรหัสคนนี้ขึ้นหัวข้อไว้ว่า…จุดเกิดเหตุ
“ครูบ้านนอก”
ทริปนี้กล้าหาญชาญชัย ตัดสินใจสะพายเป้ขึ้นหลัง เดินทางคนเดียวไปทำประโยชน์ให้สังคมบ้าง อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่คนหลายคนใฝ่ฝันที่จะได้ทำในสิ่งนี้ อาจจะเรียกสั้นๆว่า “ครูดอย” ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณมูลนิธิกระจกเงาครับที่มีโครงการครูบ้านนอกหรือครูอาสาให้กับพวกเราได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม ทริปนี้กดน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากเหล่าครูบ้านนอกทุกท่านล้วนแล้วแต่มีกล้องพี่โบ้ อุปกรณ์เพียบ ไอ้เราก้อได้แต่แอบๆถ่ายอยู่เงียบๆคนเดียว ฮ่าๆๆ ได้มาแค่นี้อ่าครับกับบรรยากาศการเดินทางที่ ดอยปู่หมื่นใน ที่ผมประทับใจสุดๆกับฟิล์ม Fuji Superia 400 บูดๆ

คุณครูนกกระดาษ
*น้องระเห็ดถ้าเข้ามาอ่านบอกได้เลย “ข้ารักเองว่ะ” (แต่กรูเคืองเรื่องที่จะเปิดร้านยังไม่โทรมาบอกกรูเลย)
**ใครที่เคยไปเข้ามาแชร์ความเห็นได้นะคะ ส่วนใครที่อยากไปก้อถามรายละเอียดได้ค่ะ
***คนไทยด้วยกันต้องรักกันมากๆๆ นะคะ (แม้บางทีจะแอบไปหลงใหลหนุ่มเกาหลีบ้างก้อเบลอๆ กันไป)
****รูปบีเอามาเฉพาะบางส่วนเท่านั้นนะคะ ถ้าอยากดูเต็มลิงค์เข้านี่เลยค่ะ

ไปเที่ยว “ใกล้ๆ/กรุงเทพ” กันดีกว่า

นึกถึงสมัยก่อน
กลับมาแล้วค่ะสำหรับคอลัมน์นี้ บีว่าบีคงต้องตั้งอีกหมวดนึงแล้วแหละ คือ กรุงเทพฯ กิน เที่ยว เปรี้ยว นอน และ ทริปอื่นๆ เพราะคนชอบมากเลยอะรูปกรุงเทพฯ ที่บีเอามาลงอะ อย่างที่บอกยังมีใครอีกหลายๆ คน ยังมองเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่น่ารักอยู่ ภาพบางภาพ สวยสง่า อลังการก็จิง แต่บางภาพก็เป็นแค่มุมเล็กมุมหนึ่งเท่านั้น…วันนี้บีจะเอารูปที่บ่งบอกเลยแหละ “นี่ฉันกรุงเทพฯ” นะย่ะ แต่ขอมองแบบผู้หญิงคิดบวก++ แล้วกันนะคะ การได้มองโลกในแง่ดีมากช่วยเรื่องจิตใจคนได้มากจริงนะคะ แล้วก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งด้วย 55+ ดีต่อสุขภาพอีก อย่างน้อย เราก็ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้นะคะ ยิ้มกันเยอะๆ ค่ะ ยิ้มกันให้มาก ลดโลกร้อนนะคะเรามาเริ่มเลยดีกว่า…
สะพานตากสิน หลายคนต้องสงสัยแน่เลยอะว่าทำไมบีชอบเอารูป สะพาน แม่น้ำมาลง แต่อันนี้จริงๆแล้วขอบอกว่าเห็นตึกด้านหลังไหมคะ ที่มันมีอันเตี้ยกว่า กับ อัน สูงกว่า ตึกที่เตี้ยนั่นแหละค่ะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตบีเชียวน๊า…ทำไมรู้ไหมเอ่ย ..เพราะว่าบีฝึกงานที่นี่ค่ะ โรงแรม “Shangri-La” เป็นโรงแรมที่บีผูกพันธ์มากกกที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ฝึกงานที่นั่นบีรู้สึกว่าเค้าให้โอกาสเด็กฝึกงานให้ทำงานเป็นพนักงานจริงๆ เลยค่ะ ก่อนไปพี่สาวก็เคยเตือนว่าที่นี่หนัก แต่เราก็อยากนี่นะ ตอนบีฝึกอยู่แผนก “Room Service” ค่ะสนุกมากกกกก…เพราะเราได้เข้ไปเห็นห้องต่างๆ ทั้ง 2 ตึก และบางทีได้แนะนำนักท่องเที่ยวให้ไปที่ไหนต่อไหน ได้ด้วยค่ะ และเคยเจอ “พี่เหลียง เฉา เหว่ย” มาพักผ่อนด้วย และอีกหลายคน อิอิ แต่สนุกที่สุดคือ ฝึกงานไม่ได้ตังค์ค่ะ แต่ได้ทิป แม่เจ้าอาจดูเล็กน้อยแต่ตอนนั้นเราถือว่าเราเป็นคนโรงแรม พนักงานผู้ให้บริการ พอลูกค้าชอบเค้าทิปให้ ความรู้สึกดีใจว่าเค้าประทับใจ และจะกลับมาที่นี่เอง มันทำให้เรามีความสุขค่ะ แล้วยังได้ตังค์กินหนมด้วย 55+ พ่อเจ้าพ่อคุณคนถ่ายก็เหมือนกันค่า แต่เค้าฝึกอยู่ บาร์ อะ เท่ โคตรๆๆ ค่า.. แรงบัลดาลใจจากรูปในอดีตก้อได้นะคะ เพราะทุกครั้งที่เห็นโรงแรมนี้ก็ทำให้บียิ้มได้ทุกครั้งเลยค่ะ แม้รูปนี้แม่น้ำเจ้าพระยาของเราจะออกขุ่นอยู่หน่อยๆ ก็เถอะค่ะ แต่นี่แหละวิถีไทย อิอิอิ (ถ้าใครอยากได้ราคาพิเศษเม้นท์มาบีขอให้ได้นะ รู้จักคนวงในนนน แต่ขอบอกว่าที่นี่จัดงาน “แต่งงาน” สวยมา…กก โดยเฉพาะตึกกรุงเทพฯ วิงค์ อะ โรแมนติกมากกก เมืองกรุงแน่ๆๆ
รูปนี้ใครเห็นก้อต้องรู้ว่ากรุงเทพฯ ต่อให้คนทั้งโลกเห็นก้อรู้ว่าเป็นกรุงเทพฯ ชัวร์ 555+ เพราะที่นี่รถติดตลอดเวลา…ว๊าว วาว ว๊าว นี่แสดงให้เห็นว่าอะไรคะ คนไทยยังมีกินมีใช้ค่า น้ำมันที่ขึ้นๆ ลงๆ ไม่มีผลกับพวกเราเลยค่ะ … ขนาดมีรถไฟฟ้ายังสามารถเลย ก้อแสดงอีกอย่างก็ได้ค่ะว่า จิงๆ แล้ว คนไทยเราอ่ะรักสบาย อย่างบีนี่ก้อติดสบายนะคะ บีไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดีนะ ทุกอย่างมันมีดีและไม่ดีในตัวเองอยู่แล้ววว พูดถึงการรักสบายแล้วเราก็ดูได้ค่ะจากสถิติ คนไทยเป็นโรคอ้วน มากขึ้นทุกปีๆ โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะว่าเราไม่ค่อยเดินไปไหน ออกไปไหน ไงค่ะถ้าไปก็นั่งรถไป บางทีถ้านิดหน่อยก็เดินดีกว่าค่ะ บีสนับสนุนนะ ได้ออกกำลังกายเผาผลาญแครอรี่ด้วย 555+
แต่ต้องดูรองเท้าที่ใส่นะคะ ถ้าเป็นส้นสูงมากๆๆ เนี่ย ไม่ไหวจะเคลียร์เหมือนกัน เพราะการยืน หรือ เดิน โดยสวมรองเท้าส้นสูงมากๆ จะทำให้เกิดอาการปวดหลัง และ อาจเป็นไปถึงหมอนลองกระดูทับเส้นประสาทได้เลยนะจ๊ะ อิอุอิอุ จากรูปรถติดมาเป็นเรื่องดีได้ไงว่ะ เหอๆ คนละเรื่องเดียวกันจิงๆ เลยกรู (แอบบอกอีกอย่าง ตรงที่ถ่ายเนี่ยเป็นสะพานลอยแถวที่ทำงานเลยค่พ อิอิ หากินกันง่ายๆๆ เลย 55+)
รางรถไฟ
หลายๆ คนอาจลืมการเดินทางด้วยรถไฟไปแล้ว แต่จิงๆ เรามีหัวลำโพงอยู่นะ แสดงให้เห็นว่ารถไฟ ยังจำเป็นต่อวิถีชีวีตของคนไทยนะจ๊ะ และที่สำคัญราคาถูกมาก…..กกกกก ค่ะ ยิ่งถ้าวันไหนเซ็งๆ นั่งชิวๆ ไปเรื่อยนะคะ ได้เห็นบรรยากาศที่ เครื่องบิน หรือ ว่าเรือ ก็พาไปไม่ได้นะคะ แต่คำแนะนำเราต้องมีจุดหมายปลายทางนะ นั่งไป -นั่งกลับด้วย ไม่ใช่ไปอย่างเดียวกู่ไม่กลับ และที่เอารูปนี้มาโชว์ก้อคือ รูปนี้มีความนัย นะคะ รถไฟมีหลากหลายทิศทาง และมีจุดหมายมุ่งไปต่างที่กัน บางคนลงกลางทางก็ถึงจุดหมาย บางคนนั่งต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าปลายทางของเราอยู่ที่ใดกันแน่ เลยต้องขึ้นกันหลายๆ ขบวน และหวังว่าคงมีสักหนึ่งขบวนที่เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราจิงๆ แต่สำหรับใครที่ชอบขึ้นหลายขบวนพร้อมๆ กันนะค่ะ ระวังสับรางไม่ทันรถไฟชพกันนี่ ไม่ไหวจะเคลียร์นะคะ จะบอกให้ ดังนั้นถ้าคิดจะขึ้นหลายขบวนพร้อมกันแล้วนี่ต้องบริหารจัดการดีๆ เลยนะคะ
พระราชวัง
พระราชวังสนามจันทร์เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนบริเวณที่คาดว่าเป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์สมัยโบราณที่เรียกว่า เนินปราสาท เพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์และเมื่อบ้านเมืองถึงยามวิกฤต พระราชวังใช้เวลาก่อสร้างนาน 4 ปี โดยมี หลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลป์) ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯเลื่อนยศเป็นพระยาวิศุกรรม ศิลปประสิทธิ์ เป็นแม่งาน และสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2450 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า “พระราชวังสนามจันทร์” ตามชื่อสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ปัจจุบันไม่มีโบสถ์พราหมณ์เหลืออยู่แล้ว) สระน้ำจันทร์ หรือ สระบัว แต่รูปนี้บีขอสารภาพค่ะ 555+ คือ…. พระราชวังสนามจันทร์อยู่นครปฐม บางอันก้อฝั่งธนบุรี แต่ภาพสวยจิงๆ อดไม่ได้เลยค่ะที่ต้องเอามาลงอะ อยากให้เห็นของดีของประเทศไทย ของคนไทย อย่าโกรธกันนะคะ
ต้องขอขอบคุณคนถ่ายค่ะเจ้าเก่า ราคาเดิม เอ้ยมะใช่ที่เอื้อเฟื้อให้นำมาลง
*รักน้องระเห็ดมากแต่พี่ขอรูปกรุงเทพฯ ใจ๊??
**ประเทศไทยน่าอยู่ที่สุดในโลกกกกกกกกก รักเธอนะประเทศไทย
***เม้นท์กันบ้างดิ จะหมดกำลังใจอยู่แล้วนะ
น้องดี

Bangkok: The City Our So Pround

สะพานพุทธ
หนูบีมาแล้ววววววว….วันนี้หนูบีจะพาเที่ยวกรุงเทพฯ ^^ เพราะจิงๆ แล้วเพื่อนๆ รู้ไหมค่ะว่า เมืองกรุงเทพฯ ของเราเนี่ย ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกเลยนะว่าเป็นเมืองที่ “น่าเที่ยว” ที่สุดเลยนะ เราภูมิใจในความเป็นตัวตนของเราจิงๆ รักประเทศไทยค่า อิอิ วันนี้เราเลยเอารูปใจกลางกรุงเทพฯ มาให้ดูกันเลย ด้วยเทคนิกการถ่ายที่มุมมองไม่เหมือนใคร แต่ออกมาสวยงาม เจ้าเดิม คือ น้องระเห็ดบีนี่เอง คราวนี้มีน้องสะใภ้มาด้วย (เห็นม่าไม่รีบติดต่อกันเข้ามาเลยอดได้คนดีๆๆ เลย 55+) เรามาดูรูปแรกดีกว่า บีเห็นแล้วประทับใจมากกกกกก สวยอะ “สะพานพุทธยามเย็น” ถนนสะพานพุทธ
ดูแล้วไม่อยากเชื่อเลยอะว่าตอนกลางคืนจะเป็นแหล่ง Shopping สุดฮิปของเราๆๆ เห็นถนนที่ทอดยาวกันไหมค่ะ นั้นแหละค่ะเปรียบเหมือนเส้นทางของคนเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก้อตาม เรายังมีทางให้เลือกเดินอยู่เสมอค่ะ แม้ถนนนั้นจะไม่มีไฟแต่ตอนกลางวันก็มีพระอาทิตย์คอยนำทางให้เราไงคะ ตอนกลางคืนก้อมีพระจัน แม้สว่างไม่เทียบเท่าแต่ร่มเย็นเป็นสุขนะคะ สะพานพุทธหรือชื่ออย่างเป็นทางการ สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อปี พ.ศ. 2472 เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ด้วยพระราชดำริที่จะสร้างสิ่งที่เป็นอนุสรณ์ถึงความรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชดำริว่าควรสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมจังหวัดพระนครกับธนบุรีเข้าด้วยกัน เพื่อให้การคมนาคมติดต่อสะดวก ทั้งยังเป็นการขยายพระนครอีกด้วย จึงโปรดเกล้าฯ ให้คิดแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นประกอบกันเป็นปฐมบรมราชานุสรณ์ที่ปลายถนนตรีเพชร ถือเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 2 ถัดจากสะพานพระราม 6 ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 สะพานนี้อยู่คู่ประเทศมาเป็นร้อยๆๆ ปีแล้วนะคะ (ดีใจแก่กว่าเราอีก 555+) เป็นมรดกทางสิ่งปลูกสร้างได้เลยนะคะ เป็นไงกันบ้างคะ จุใจหรือยังเอ่ย???? โฮ๊ะๆๆๆ บีก็สาระเป็นนะ หนูบีมีสาระ 55+ ต่อเนื่องกันมาเลยนะคะคือที่ต่อไป
แม่น้ำเจ้าพระยา
“แม่น้ำเจ้าพระยา” ค่ะ นี่ถือเป็นแม่น้ำสายหลักหัวใจของคนไทยเลยนะคะ อันที่จิงแล้เรามีวิถีชีวิตที่ผูกพันธ์กับแม่น้ำมากๆๆ แต่ก่อนนี่ดื่มกินได้เลยนะคะ แต่ปัจจุบันนี้ก็ใช้ในการคมนาคม และเป็นวิวที่สวยอย่างที่สุด คือ ตรงที่คดคล้ายแอกวัว นั่นแหละค่ะเป็นวิวที่โรงแรมต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมแน้เจ้าพระยาสวยติดอันดับโลกมานักต่อนักแล้วววว…ประวัตินะคะ แม่น้ำเจ้าพระยา จริง ๆ แล้ว แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยา คนไหนเลย แต่มีที่มาจาก ชื่อสถานที่ที่แม่น้ำ สายนั้นไหลผ่านต่างหาก…แต่ก่อน แม่น้ำเจ้าพระยาจะชื่ออะไร ไม่มีหลักฐาน ปรากฏชัดเจน แต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเขียนไว้ใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า “ที่เราเรียกกันว่า ปากน้ำเจ้าพระยา ทุกวันนี้ แต่โบราณเรียกว่า ปากน้ำพระประแดง ภายหลัง เมื่อแผ่นดิน งอกห่างออกไปไกล เมืองพระประแดง จึงเรียกว่า ปากน้ำบางเจ้าพระยา”ในสนธิสัญญาที่ไทย ได้ทำกับประเทศฝรั่งเศสครั้ง ม.ลาลูแบร์ ในรัชกาลสมเด็จ พระนารายณ์ มหาราช เรียกแม่น้ำสายนี้ว่า “แม่น้ำบางเจ้าพระยา” สะพานพุทธกะแม่น้ำเจ้าพระยา
ส่วน ม.ร.ว. ศึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนไว้ในคอลัมน์ “ข้าวไกลนา” หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2520 ว่า
“แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มต้นที่ จุดรวมของ แม่น้ำน่าน และแม่น้ำปิง ที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ไปสิ้นสุดไหลออกทะเล ที่ปากน้ำเมืองสมุทรปราการ ตรงที่แม่น้ำนี้ ไหลออกทะเลนั้น เคยมีชื่อว่า เจ้าพระยา ชื่อตำบลนั้นก็เลยใช้เรียก ชื่อแม่น้ำทั้งสายว่า แม่น้ำเจ้าพระยา เช่นเดียวกับเอาชื่อ ตำบลที่แม่น้ำสายอื่น ๆ ไหลออกสู่ทะเล ไปเป็นชื่อแม่น้ำ เช่น แม่น้ำบางประกง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง เป็นต้น” เป็นไงคะ ละเอียดดีไหมเอ่ย อันนี้บีก้อไปอ่านแล้วมาสรุปๆ ให้ผู้อ่านอ่านกันอีกทีนะคะ เรียกว่างานนี้ทำการบ้านมาดี อิอิ รูปต่อไปเลยดีกว่านะคะ จริงๆ แล้วกรุงเทพฯของเรานี่มีวัดเยอะมากๆ เลยนะคะ อีกทั้งยังคงความสวยงามอลังการอีกต่างหากกก..ชาวต่างประเทศเขาก็ไม่มีอย่างบ้านเราหรอกค่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง ออกแบบศิลปกรรม จิตรกรรมนี่ของไทยสวยมาก ความจริงแล้วเด็กไทยเก่ง และมีความสามารถมากนะคะ ดังนั้นเราต้องช่วยกันรนรงณ์ส่งเสริมนะคะ ตอนกลางวันเข้าวัด กลางคืนเข้าผับ สังสรรค์กันพองามก้อดีค่ะ แต่เด็กสมัยนี้ชอบคิดว่าการเข้าวัดเป็นเรื่องแปลก จิงๆการเข้าวัดไม่แปลกหรอกค่ะ จะแปลกก็ตรงที่ไม่เข้านี่แหละ เมืองเราเป็นเมืองพุทธศาสนา การทำบุญก้อทำให้จิตใจสูงขึ้นแล้ว ไม่ขออะไรมากหรอกค่ะลองทดสอบตัวเองสัก 24 ชั่วโมงนะคะ ว่าเราสามารถถือศีล 5 ได้ครบบริบูรณ์กันหรือเปล่า สำหรับบีบอกเลยค่ะว่ายากมาก… ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่ ถ้าคิดจะมีความคิดใหม่ๆ คิดในสิ่งที่สร้างสรรค์ซิคะ ไม่ใช่ไปสร้างสรรค์ให้กับบ้านอื่นเมืองอื่น บ้านไทย คยไทยนี่แหละค่ะขึ้นว่าไทย ก็คือ อิสระ แล้วขอให้เป็นอิสระทางความคิด เป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นในความดี คิดดี พูดดี ทำดี เอาให้พวกผู้ใหญ่ทั้งหลายอายไปเลยค่ะ เคยได้ยินไหมค่ะ “ทำดีให้ผูใหญ่ดู” เช่นไม่อยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตัว ไม่โกงกิน อุ๊ป..หาเรื่องอีกแล้วมาเข้าอีกที่ดีกว่า กันเลยภาพนี้เป็นภาพวัด “วัดพิชยญาติการามวรวิหาร”
วักญาติการาม
วัดพิชยญาติการามวรวิหาร หรือ วัดพิชัยญาติ ตั้งอยู่เชิงสะพานพุทธ บริเวณที่เดิมเรียกว่าวงเวียนเล็ก ใน แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสานเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ริมคลองบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน เดิมเป็นวัดร้าง แต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) ครั้งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษา ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ประมาณ พ.ศ. 2372 – 2375 ในรัชกาลที่ 3 เนื่องจากสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยขณะนั้นเป็นจางวางพระคลังสินค้า มีเรือสำเภาค้าขายกับจีน จึงได้นำอับเฉาเรือ กระเบื้องสี และหินมาจากจีน สถาปัตยกรรมวัดนี้มีลักษณะแบบไทยผสมจีน ซึ่งเป็นแบบพระราชนิยมในสมัยนั้น เมื่อบูรณะวัดเสร็จแล้ว ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระราชทานนามว่า “วัดพระยาญาติการาม” ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปลี่ยนชื่อวัดใหม่เป็น “วัดพิชยญาติการาม” หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “วัดพิชัยญาติ” สวยมากจิงๆ ภาพนี้ ไม่ต้องใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ไม่ต้องปรับเทคนิคอะไรมาก สวยด้วยตัวของสถานที่เองอยู่แล้ว พวกเราต้องช่วยกันรักษาไว้นะคะ ตลอดจนลูกหลาน เหลน โหลน ว่ากันไปเลย ให้มีสื่งดีๆ คงอยู่คู่แผ่นดินให้เราภูมิใจกันต่อไป
สุดท้ายรูปนี้ไม่ลงไม่ได้เลย เพราะเป็นรูปคนถ่ายค่ะ เหอๆๆ ได้ข่าวว่าหมดไปหลายตังค์ค่าล้างรูป แต่งานนี้ทุ่มทุนค่ะยังมีเวอร์ชั่นขาว – ดำให้ดูกันอีกนะคะ พรุ้งบีจะอัฟมาให้ดูกันจะจะ คราวนี้พกแฟนสาวน่ารักมาด้วเห็นปะ อิอิ จิงก้อพกมาตั้งแต่บีเขียนเรื่อง “มุมดีๆ” แล้วล่ะค่ะ ถ้าใครจำได้ก้อเด็กผู้หญิงที่ยืนทำรูปหัวใจยิ้มแก้มปริไงค่ะ หวังว่าควจำกันได้ถ้าจำไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านได้ตามที่แท็คไว้ด้านข้างเลยค่า เหมาะกันเนอะ ไม่ยอมอ่า บีก้ออยากมีมั่ง แง…แต่ช่างเถอะค่ะ เพราะบีคิดว่ายังไงแล้วชาตินี้บีคงไม่แต่งงานอะ ไม่ใช่ไม่อยากใส่ชุดเจ้าสาวนะคะ แต่บีคง…..อย่ารู้ดีกว่า เดี๋ยวฮาไม่ออก อิอิ G&F
*รักประเทศไทยด้วยการกระทำนะคะ ไม่ใช่ดีแต่พูด
**ขอบคุณภาพสวยๆ จาก น้องกู๊ด และนางแบบ น้องฝ้ายมั่กๆๆๆเลยวันหลังพี่ขอไปเป็นนางแบบด้วยนะ
***พ่อบีจะผ่าโรคหัวใจแล้วค่ะ เรามีความศรัทธา คือ ความเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่ปาฏิหารย์ต้องเกิดขึ้นอีกครั้งค่า แวะไปเยี่ยมคุณพ่อได้นะคะ จะได้เจอกะนู๋บีตัวเป็นๆๆ ด้วย 555+