สูตรเด็ด…มาแล้ววว

กลับมาแล้วค่ะ มิตรรักแฟนบล๊อคทุกท่าน  คิคิคิ คือแบบว่าบีหายไปปีนึงพอดิบพอดีทุกท่านคงอยากทราบว่าบีหายไปไหน แตน แต่น แตน แต๋น บีหายไป … มีน้องมาค่า ไปเป็นคุณแม่ของลูกน้อยมา คิคิคิ หนึ่งปีที่ผ่านไปบีไม่ได้หายไปเฉยๆๆนะคะ บีไปเก็บข้อมูลมาเพียบ ทั้งการลดน้ำหนักสำหรับสาวสามสิบ สาวออฟฟิตทั้งหลายที่ไม่อยากออกกำลังกาย บีมีสูตรเด็ดเคล็ดลับมาบอกกันจ้า  และในส่วนของคุณแม่มือใหม่อยากลดน้ำหนัก การให้นมลูก การอยู่ไฟ โอ๊ย … สารพัดเรื่องราวร้อยแปดเลยค่ะ แต่ที่บีมาในวันนี้ บีอยากบอกทุกคนว่า คิดถึงนะคะ แล้วบีคิดว่าช่วงนี้บีจะขยันเข้ามาอัพบล๊อคได้บ้างแล้วค่ะ จึงอยากให้ แฟนๆๆ บล๊อคทุกท่าน ช่วยโหวตกันเข้ามานะคะว่า อยากอ่านเรื่องอะไรกันบ้างจ้า แต่ตอนนี้บีขอสารภากับทุกท่านเลยนะคะ ว่าช่วงที่มีน้องเนี่ย บีละเมิดกฎของตัวเองทุกอย่าง ทั้งกินทุกเวลาที่หิว บำรุงสุดๆๆ จนน้ำหนักขึ้นมา 25-27 โลได้ พอคลอดลูกแล้ว ยังต้องบำรุงต่อเนื่อง เพราะต้องให้นมลูกไปอีกอย่างน้อย หกเดือน ซึ่งตอนนี้เพิ่งจะเข้าเดือนที่สี่ และยังมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และจะต้องแบกรับอยู่อีกประมาณเกือบ 20 โล จะอดข้าวก็ไม่ได้ ทั้งยังต้องบำรุงเต็มที่เพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้รับสารอาหารครบอีก มันถึงทางที่บีจะต้องตัดสินใจค่ะว่า จะต้องอยู่กับตัวเอง มีความสุขในแบบอ้วนๆๆ กินเต็มที่ หรือจะเลือกทางสุดท้ายที่จะช่วยบีไม่ให้ อืดกับสารรูปตัวเองต่อไปได้ คือ บีต้องไปออกกำลังกายแล้วค่าาาาา บีอยากให้ทุกท่านเป็นกำลังใจให้บีด้วยนะคะ แล้วบีจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่าผู้หญิงที่ซึ่งไม่รักการออกกำลังกายขั้นเทเนี่ยจะเป็นยังไงบ้าง ในเรื่อง ตามติดชีวิตบีค่าาา แต่วันนี้บีมีกำลังใจดีๆๆ มาฝากกันสำหรับ คนอ้วน หรือคุณแม่ทั้งหลายที่เพิ่งคลอด แล้วรูปร่างยังไม่เหมือนเดิม บีอยากให้แง่คิดดีๆๆ ในการมองโลกในแง่บวกกันค่ะว่า “ตอนที่น้ำหนักเราขึ้นเนี่ย เราใช้เวลา เรากินเป็นเดือนๆๆ หรือเราอ้วนมาเป็นปีๆๆ สำหรับคนท้อง อย่างน้อยก็ต้อง เก้าหรือสิบเดือน การที่เราจะผอมเลยภายในเดือนหรือสองเดือนมันคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราต้องมีความยายาม และ อดทนเป็นอย่างยิ่งเื่อให้ได้รูปร่างเดิมของเรากลับมา มันไม่ง่าย แต่มันก็คงไม่ยากเกินไป ที่สำคัญคือความอดทน และ ต้องชนะใจตัวเอง “ คำกล่าวนี้เื่อนรักบีพูดให้กำลังใจกันมาค่ะ บีขอมาบอกต่อนะคะ และอย่าลืม ส่งกำลังใจมาให้บีกันเยอะๆๆนะคะ วันนี้ขอลาไปก่อนนะคะ บ๊าย บายยยยย วู้ๆๆๆ

Advertisements

สวย เริ่ด เชิด โสด

ความโสดความเหงาทำอะไรเราไม่ได้เลย ความเหงาเป็นเพื่อนที่ดีทำให้เราเอาอ้อมแขน
กลับมากอดตัวเองได้อย่างเต็มที่ ความโสดทำให้เรารู้จักที่จะสนุกกะชีวิตโดยไม่ต้องแคร์ว่าเค้าจะชอบหรือไม่ ปล่อยตัวเองจากพันธนาการที่เราแค่ยึดเอาไว้เวลาเราอ่อนแอ
กอดตัวเอง กอดเพื่อนแท้ กอดมิตรภาพ ดีกว่าเอาทั้งตัวทั้งใจไปให้ใครก้อไม่รู้
ดูแลเราก้อไม่ดีแถมทำเราร้องไห้ บีขอเป็นแฟนพันธ์แท้ความโสด อิสระ ลั้นลาเต็มที่ จบข่าว!!!!

“เพราะว่าความยากลำบากไม่ได้คงอยู่ตลอดไป, ผมทนได้ครับ”

ใครที่เคยท้อแท้แล้วรู้สึกแย่กับชีวิตเหมือนชีวิตไม่มีทางออก ลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ บีไปขอยืมมาจากเวปพี่แจมที่พี่เขาน่ารักมากๆๆ มีแง่คิด ข้อคิดอะไรหลายอย่างในบทความนี้ บียอมรับและนับถือกับผู้ชายที่ชื่อเจย์ พาร์ค จริงๆ เพราะโลกมายาแห่งเกาหลีเคยหันหลังให้เขามาแล้ว แต่เป็นเพราะความเข้มแข็ง กำลังใจ แฟนคลับ ความเป็นตัวตนของเขาทำให้เขากลับมายืนในจุดที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม้จะโดนแกล้งบ้าง รังแกบ้าง แต่การมองโลกในแง่บวกของเขาไม่ธรรมดาเลย กับผู้ชายไม่ธรรมดาคนนี้ค่ะ

เมื่อเสียงเพลงในสตุดิโอได้หยุดลงชั่วขณะ เขาเริ่มร้องเพลง แม้ว่าจะเป็นแค่ชั่วเวลาสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนไฟ แต่แทนที่เขาจะยืนรอเฉยๆ แต่เขากลับเต้น เจย์บอกว่า “จริง ๆ แล้วผมควรที่จะต้องฝึกซ้อมให้เป็นเรื่องเป็นราวนะครับ, ผมคิดว่าผมสนุกไปกับการเต้นมากไปหน่อย” นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมันจึงยากที่จะจินตนาการว่าเขาจะออกห่างจากเวที แม้ว่าจะผ่านไปนานถึง 1 ปี 6 เดือน ที่เขาได้ก้าวออกจากเวทีทั้งหมดในคราเดียว เขาได้ให้คำนิยามตัวเองว่าเป็น “นักร้อง-แรพเปอร์-บีบอย” ในอัลบั้มโซโล่แรกของเขาที่มีชื่อว่า Take a deeper look พวกเราได้พบกับเจย์ปาร์ค คนที่พวกเรารู้จัก หรือบางทีเขาอาจจะเป็นคนที่พวกเราไม่รู้จักเลยก็เป็นได้

10asia ได้เริ่มต้นทำงานและได้ปรากฎตัวทางรายการเพลงต่างๆ อีกครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้าง?
Jay Park: โอเคเลยหล่ะครับ ผมคิดว่าแฟนๆ ต้องการมันมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้ พวกเขาต้องการที่จะเห็นผมในรายการเพลงทางทีวีอีกครั้ง และสุดท้ายผมก็กลับมาอีกครั้ง ผมรู้สึกขอบคุณมากครับ

10asia ได้ร้องได้เต้นคนเดียวบนเวทีในรายการเพลง รู้สึกอย่างไรบ้าง?
Jay Park: ผมจัดงานแฟนมีทติ้งเยอะมากครับและมันก็เสร็จไปเมื่อปลายปี ดังนั้นมันเลยไม่ได้รู้สึกแปลกๆ ที่จะยืนบนเวทีเพียงลำพัง แต่การออกรายการเพลงทางโทรทัศน์ด้วยตัวเองในครั้งแรกมันค่อนข้างยากนิดหน่อยฮะ เพราะกล้องจะโฟกัสที่ผมตลอดเวลา ดังนั้นผมจึงไม่รู้ว่าผมจะคอนโทรลการมองกล้องของผมยังไงดี ฮ่าๆๆ และก่อนหน้านี้ท่อนที่ผมต้องเต้นค่อนข้างเยอะครับ เนื่องจากท่อนร้องของผมมีแค่นิดหน่อย แต่ตอนนี้ผมต้องร้องเพลงตั้งต้นเพลงจนจบเพลงเลยครับ ซึ่งผมจะต้องทำให้มันออกมาดีทุกอย่างเลย

“ผมเคยเป็นกังวลเกี่ยวกับความนิยม”

10asia คุณจะต้องมีอะไรหลายๆ ที่จะต้องคิดต้องทำ ทั้งการทำอัลบั้ม และการที่ต้องยืนบนเวทีด้วยตัวเอง คุณคิดว่าส่วนไหนที่คุณให้ความสำคัญกับการแสดงบนเวทีของ abandoned?
Jay Park อันดับแรกเลยนะฮะ ผมคิดว่าท่าเต้นที่นักออกแบบท่าเต้นจะต้องออกแบบมาให้เข้ากับเพลงให้ดี ปัญหาอย่างเดียวที่มีก็คือ แล้วผมจะแสดงสดไปด้วยได้ยังไงกัน? ดังนั้นผมเลยไม่ได้เต้นในช่วงท่อนที่ 2 ของเพลงครึ่งนึง มันมีส่วนที่ข้ามไปเยอะมาก (ไม่ได้เต้น) แต่ผมก็ต้องการจะแสดงให้เห็นว่าผมก็สามารถเต้นได้ดีเหมือนกับแดนเซอร์คนอื่นๆ หรือดีกว่าพวกเขาด้วยครับ

10asia บอกตรงๆ นะ พวกเราคาดหวังว่าจะได้เห็นเวทีที่ทรงพลังพร้อมกับอะโครบาติกและการเต้นบีบอย มีเหตุผลอะไรรึเปล่าที่คุณปรับเปลี่ยนการเต้นของคุณให้ดูสงบนิ่งและหนักแน่นในทุกๆ จังหวะการเคลื่อนไหว?
Jay Park อืมมมม ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าผมสามารถแสดงอะโครบาติกได้ พวกเขาดูมันมาพอแล้วครับ, ผมคิดว่ามันชัดเจนอยู่แล้วว่าผมทำได้ อีกอย่างนึงผมก็รักสไตล์การเต้นของนักออกแบบท่าเต้นของผมด้วย ผมไม่สามารถอธิบายมันด้วยคำพูดได้อะฮะ แต่มันรู้สึกเหมือนกับว่ามันมีอารมณ์ซ่อนอยู่ในท่าเต้นนั้นด้วย มันไม่ได้รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นการเต้นอะครับ มันเป็นอะไรที่ดูแข็งแรงและความรู้สึกซึ่งถูกควบคุมไว้

10asia มันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่ Dok2 และ The Quiett ผู้ซึ่งร่วมทำงานในอัลบั้มของคุณขึ้นไปบนเวทีมิวสิคแบงค์กับคุณในอาทิตย์แรก ตอนประกาศผลด้วย พวกเขาคือศิลปินที่คุณจะไม่ได้เห็นเลยตามรายการการจัดอันดับเพลงเคป๊อปทั่วไป

Jay Park : Dok2 เคยออกทีวีตอนที่เขาทำกิจกรรมอยู่ในทีม “All Black” ครับ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ออกอีกเลย ผมรู้สึกว่าพวกเราชนะอันดับหนึ่งด้วยกันครับ เนื่องจากผมชนะในเพลงที่มีด๊อกกี้ร่วมฟีีทด้วย ด๊อกกี้แรพและประพันธ์เพลงได้แจ่มมากครับ เขาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมนะ ผมรู้สึกแย่ที่หลายๆ คน ไม่ทราบถึงเรื่องนี้ และผมก็หวังว่าคนอื่นๆจะได้รู้จักเขามากขึ้น ด๊อกกี้ได้แนะนำผมให้รู้จักกับพี่เงียบครับ และหลังจากนั้นพวกเราก็สนิทกันมาก พี่เงียบก็เป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมเช่นกันครับ สไตล์ดนตรีของเขาแตกต่างกับด๊อกกี้มาก แต่พวกเราก็สนใจในดนตรีฮิปฮอปซึ่งก็คือสิ่งเดียวกัน

10asia แน่นอนว่าอัลบั้มนี้เป็นอะไรที่สำคัญมาก เนื่องจากมันคือการคัมแบ็คอย่างเป็นทางการของคุณในฐานะศิลปินเดี่ยว คุณไม่ได้ทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง หรือทำการโปรโมทอย่างยิ่งใหญ่ ฯลฯ แต่อัลบั้ม TADL นี้กลับดูเหมือนมันจะเป็นอัลบั้มที่ทำกันแบบ “ครอบครัว” ของเจย์ปาร์ค (ทำแค่กับคนที่รู้จักสนิทสนมเป็นครอบครัวเดียวกันไรงี้) หรืออาจจะบอกได้ว่า อัลบั้มนี้คือการทำงานร่วมกันระหว่าง เจย์ปาร์ค AOM ด๊อกกี้ และ The Quiett จาก ILLIONAIRE records แบบนี้ มันเลยไม่เหมือนกับสิ่งที่คนทั่วไปอาจจะได้คาดหวังไว้

Jay Park : แน่นอนครับ, แต่ด้วยความสัตย์จริงนะ ผมไม่มีความคิดเหล่านั้นในหัวผมเลยจริงๆ เพราะผมไม่ได้จินตนาการว่าอะไรคือสิ่งที่คนอื่นๆ คาดหวังไว้ ก่อนอื่นเลยนะครับ ทุกคนไม่ได้รู้จักผมจริงๆ พวกเขาเคยเห็นผมในฐานะส่วนหนึ่งของทีม ดังนั้นผมมั่นใจเลยว่าพวกเขาไม่รู้หรอกว่าดนตรีแบบไหนที่ผมชอบ และดนตรีแบบไหนที่ผมจะนำเสนอออกมา บวกกับมันคงไม่น่าสนใจหากผมนำเสนอแต่สิ่งเดิมๆ เหมือนก่อนหน้านี้ ดังนั้นผมเลยทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำ 100% เลยครับ ผมเขียนเพลงทั้งหมดเอง ทำงานร่วมกับคนที่ผมอยากจะทำงานด้วย ผมแค่อยากจะโชว์ให้เห็นว่าผมสามารถทำมันได้แม้ว่าผมจะไม่ได้ทำงานร่วมกับคนดัง เพื่อนของผมชาช่าคนที่ทำงานเพลงร่วมกับผม ด๊อกกี้ หรือพี่เงียบ ทุกคนล้วนไม่ใช่คนดัง โอ้ววว ผมหมายถึงพวกเขาดังนะครับ แต่ว่าก็ไม่ดังเหมือน will.i.am. แน่นอน ฮ่าๆๆๆ (ไปว่าเค้าว่าไม่ดัง จากนั้นก็คิดได้ว่า เฮ้ย ตรูไม่ควรพูดนะ ฮ่าๆๆๆ จริงๆ แล้วด๊อกกี้กับพี่เงียบเป็นคนดังในวงการฮิปฮอปเกาหลีมากค่ะ ถ้าให้เปรียบเทียบเห็นกันง่ายๆ กับศิลปินบ้านเราก็น่าจะประมาณบุดด้าเบลส ก้านคอคลับ อะไรแบบนี้อะคะ แต่ที่ไม่เหมือนก็คือ ด๊อกกี้และเงียบเป็นเจ้าของค่ายเพลงเอง หุๆๆ)

10asia คุณไม่กังวลเหรอ?
Jay Park : จริงๆ แล้วผมก็กังวลนิดหน่อยครับ เพราะว่าอัลบั้มของผมมันค่อนข้างแตกต่างจากแนวเพลงในปัจจุบัน และผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าอัลบั้มนี้ยังขาดความน่าดึงดูดใจในคนหมู่มากอยู่

10asia ฉันได้ยินมาว่าคุณกังวลเกี่ยวกับคะแนนความนิยมของเพลงที่ต่ำเมื่อเทียบกับจำนวนตัวเลขอัลบั้มที่ขายได้ มีอะไรอยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้มั๊ยคะ?
Jay Park : อู้ว….. ด้วยความสัตย์จริงเลยนะครับ เพลงมันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ ฮ่าๆๆๆ ผมรู้สึกแย่ในตอนแรก แต่ก็มีศิลปิน และแดนเซอร์ต่างมาบอกกับผมว่า “เพลงมันเยี่ยมไปเลย” แม้ว่ามันจะไม่ได้รับความนิยม ดังนั้นตอนนี้ผมเลยรู้สึกดีมากครับ และผมก็ไม่ได้รู้สึกอับอายอะไร ผมคิดว่าการได้รับการยอมรับจากศิลปินคนอื่นๆ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

10asia เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณไม่รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยเหรอ (ขาดการประชาสัมพันธ์)? ยกตัวอย่างเช่น มันน่าจะเป็นอะไรที่ดีนะหากได้รับโอกาสมากกว่านี้ในการสแปร๊ดเพลงในที่สาธารณะ ไม่ใช่จำกัดแค่เฉพาะกับแฟนๆ ที่ซื้ออัลบั้มเท่านั้น
Jay Park : ผมเดาว่าถ้าผมสามารถปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์ มันน่าจะช่วยสแปร๊ดเพลงได้มากขึ้น แต่ผมไม่มีเวลาอะครับ เพราะตอนนี้ผมยังต้องถ่ายหนังเรื่อง Mr. Idol อยู่, และส่วนใหญ่ก็ถ่ายกันที่ต่างจังหวัดด้วย ดังนั้นผมจึงพอใจกับกระแสตอบรับที่ได้จากอัลบั้ม แต่บอกตรงๆ นะ ผมว่ามันมากกว่าที่ผมคาดหวังไว้ซะอีก ผมไม่เคยคิดเลยว่าอัลบั้มของผมมันจะดังได้ขนาดนี้ จริงๆ แล้วผมคิดว่าเพลงมันน่าจะฮิตมากกว่า ไม่น่าจะเป็นอัลบั้ม ดังนั้นมันเลยตรงกันข้ามกับที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิงครับ ฮ่าๆๆ

10asia แหล่งที่มาของเพลงและอุตสหกรรมอัลบั้มเพลงตอนนี้มันค่อนข้างแตกต่างจากเมื่อก่อนตอนที่คุณทำกิจกรรมเมื่อ 2 ปีก่อนมั๊ย ?
Jay Park : แตกต่างมากครับ เอาจริงๆ นะ ผมว่ามันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแหล่ะ ถ้าคุณไม่ใช่ 2ne1 มันจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นตอนนี้ผมจึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของ 2NE1 ฮ่าๆๆๆๆ (อะไรของมัน ฮ่าๆๆๆ)

“ผมพยายามที่จะใช้สำนวนที่เป็นเอกลักษณ์ ตอนที่ผมเขียนเพลง”

10asia ทิศทางของดนตรีแบบไหนที่คุณนำมาใช้กับอัลบั้มนี้ หรือคุณมีพื้นฐานทางดนตรีประเภทใด?
Jay Park : ครับ, ผมฟังเพลงหลากหลายประเภทมากเลย อาทิ electro dance, pop, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาร์แอนด์บีในยุค 90s และฮิปฮอป ซึ่งเป็นแนวโปรดของผม ดังนั้นตอนนี้ผมก็เลยทำเพลง R&B และ hiphop, และผมก็อยากจะพิสูจน์ว่าผมสามารถทำมันได้ดี ผมรู้ว่่าคนที่รักเพลงอาร์แอนด์บีและฮิปฮอปมีจำนวนไม่มากเท่าไหร่หรอก แต่ผมก็ยังต้องการให้คนชอบเพลงของผม ดังนั้นผมควรจะทำมันให้ดีขึ้น

10asia ดังนั้นคุณเลยพยายามที่จะโน้มน้าวคนอื่นๆ ให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา แทนที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการให้คุณทำ
Jay Park : เพราะว่ามันไม่น่าสนใจครับ ตอนที่ผมทำดนตรี ผมน่าจะสามารถสนุกกับมันได้ ถ้าผมทำในสิ่งที่ผมต้องการจะทำ และตราบใดที่ดนตรีมันดี มันก็จะดึงดูดคนจำนวนมาก ผมอยากจะทำต่อไปในแนวทางนี้ แต่ผมก็ได้รับการพัฒนาทั้งเรื่องดนตรีและทักษะของผมทีละขั้นทีละตอนนะครับ ผมมีอะไรมากมายหลายสิ่งที่ต้องการจะโชว์ ผมยังไม่ได้เปิดเผยอะไรอีกหลายอย่างเลยครับ

10asia สำหรับเสียงของนักร้องชาย เอกลัำกษณ์ที่เด่นชัดของเสียงคุณก็คือ “ความหวาน” คุณชอบเสียงของตัวเองมั๊ย?
Jay Park : ไม่เลยครับ คำว่า “เสียงหวาน” สำหรับผมมันหมายถึงเสียงเด็ก ผมคิดว่าผมไม่ชอบมันเพราะผมไม่ใช่นักร้องที่ดี ถ้าผมเป็นนักร้องที่ดีผมคงจะชอบคำนี้แล้วหล่ะ ผมยังคงต้องฝึกฝนต่อไปครับ

10asia เนื้อเพลงภาษาปะกิดของคุณมีสำนวนโวหารเยอะมาก แต่มันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเนื้อเพลงภาษาเกาหลีของคุณ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเขียนเพลงเองทั้งอัลบั้ม?
Jay Park : โดยส่วนตัวนะครับ การเขียนเนื้อเพลงภาษาเกาหลีมันยังคงยากสำหรับผม ผมรู้คำศัพท์ไม่มากดังนั้นมันเลยมีท่อนซ้ำๆ อีกอย่างผมได้เริ่มเขียนแรพภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ ม.ปลาย ดังนั้นสำนวนของผมมันเลยไม่ซ้ำใคร ผมพยายามที่จะทำให้มันออกมาดูฉลาด แต่บางคนบอกว่ามันหน่อมแน้ม ฮ่าๆๆๆ

10asia จากเพลง “Abandoned” มีท่อนที่น่าสนใจ อาทิ “ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันก็ตามเธอไปเหมือนหมาตัวหนึ่ง” และ “เธอไปไหน ทำไมถึงทิ้งฉันไว้ที่นี่ลำพัง? ฉันเจ็บเจียนตาย เธอทำได้ยังไงกัน?” คุณเคยคิดมั๊ยว่าสำนวนเหล่านี้มันไม่ใช่สำนวนที่ใช้กันปกติในเพลงทั่วๆ ไป?
Jay Park : สุนัขปกติมันก็ตามเจ้าของของมัน ตอนที่ผมเขียนท่อนนั้นผมคิดแบบนี้ครับ แล้วผมก็ใส่ท่อนที่ว่า “เธอทำได้ยังไงกัน?” เพราะท่วงทำนองของเพลงครับ (พร้อมกับท่อนก่อนหน้านี้) การร้องมันก็ค่อนข้างเหมือนกับการพูดแหล่ะครับ และผมก็ไม่เห็นมีกฏไหนเกี่ยวกับการห้ามใช้สำนวนประเภทนี้ (เป็นตัวของตัวเองมาก ฮ่าๆๆๆ)

10asia แทร็คแรกคือ “Touch the Sky” เพลงที่คุณทำงานร่วมกับพี่เงียบThe Quiett และมันก็ทำให้พวกเราสงสัยว่าคุณสามารถเขียนเพลงนี้ให้ออกมามีชีวิตชีวาสดใส มากกว่าให้ออกมาเป็นเพลงที่แข็งกร้าวและดุดันได้ยังไงกัน
Jay Park : ผมเป็นคนประเภทที่พยายามจะคิดในแง่บวกนะครับ แม้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ มันอาจจะดูยุ่งยาก แต่มันก็ไม่ใช่ว่ามันจะยุ่งยากไปตลอด เพลงนี้เป็นเพลงแรกเนื่องจากมันมีเนื้อหาที่ดี ผมอยากให้คนฟังได้รับความสดใสทันทีที่พวกเขาได้ฟังมัน นี่คือดนตรีที่ให้ความรู้สึกที่ดีครับ มันคือเพลงในแบบที่ผมอยากจะทำ

10asia แต่ว่าเพลง “Level 1000” ที่คุณทำงานร่วมกับ Dok2 กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงนะ คุณมีประสบการณ์จริงที่ยากลำบากเหมือนกับเนื้อหาของเพลง “ไม่เจ็บก็ไม่ได้มา/แม้ผมจะถูกยิงแต่ก็ไม่ตาย, แม้ว่าคุณจะปิดกั้นทางของผม ผมก็จะทลายทะลุผ่านมันไป” คุณทำได้ยังงัยในการที่จะทำเพลงที่ให้ความรู้สึกดีๆแทนที่คุณจะพยายามทำเพลงที่จะพิสูจน์ตัวคุณเองให้โลกได้รับรู้ในเมื่อคุณผ่านเหตุการณ์แย่ๆแบบนั้นมา?<a
Jay Park : อืมมม ไม่รู้ซิครับ บางทีอาจเป็นเพราะผมมักจะฉกฉวยช่วงเวลาดีๆ ของชีวิตเอาไว้ (คือการเป็นคนคิดบวกนั่นเอง)? ผมคิดว่าอาจจะเป็นไปได้นะ เพราะผมสนุกกับการเต้น การร้องและการแร็พ เพราะผมรักในเสียงเพลงครับ

10asia แม้ว่าคุณจะพยายามใช้ชีวิตอยู่โดยทำเพลงที่ให้ความรู้สึกที่ดี แต่ทุกๆ คำพูดและทุกๆ การกระทำของคุณกลายเป็นประเด็นให้พูดถึง และคุณก็ได้รับคอมเมนท์มากมายจากพวกเขา คุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ายังไงบ้าง?
Jay Park : ผมไม่มายด์จริงๆ ครับ ผมเคยได้รับคอมเมนท์แย่ๆ มากมายจากบทความหรือสิ่งที่พวกเขาตอบกลับมา ฮ่าๆๆ มันเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รู้จักผมเป็นการส่วนตัว ถ้าหากมันมาจากเพื่อนสนิทของผม มันคงจะทำร้ายความรู้สึกของผมมาก แต่นี่มันมาจากคนแปลกหน้าทั้งนั้นเลย ผมเคยรู้สึกแย่กับมัน ผมไม่สามารถยอมรับกับบางสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งสิ่งนั้นมันอาจจะเป็นสาเหตุทำให้คนอื่นๆ เข้าใจผมผิดได้ ก่อนหน้านี้ผมอยากจะเคลียร์สิ่งเหล่านั้นเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคแล้วฮะตราบใดที่คนรอบตัวผมเข้าใจผมอย่างชัดเจน

10asiaแต่มันจะต้องน่าผิดหวังและยากที่จะจัดการกับมัน เมื่อคุณรู้ว่ามีบางคนอาจจะเกลียดคุณ เนื่องจากคุณมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับประชาชน คุณอาจจะรู้สึก “ผมหวังว่าพวกเขาจะไม่เกลียดผม” อะไรแบบนี้
Jay Park แต่มันเป็นไปไม่ได้ฮะที่ทุกคนจะชอบผม บอกตรงๆ นะครับ พวกเขาอาจจะเป็น haters หรือบางทีอาจจะเป็นแค่คนที่ไม่ชอบผม มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของพวกเขา บางคนอาจจะเกลียดผม แต่บางคนก็อาจจะเกลียดคนอื่น ผมไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ
href=”https://beebabies.files.wordpress.com/2011/06/jayparkdok2.jpg”&gt;
10asia ความคิดของคุณจะต้องแข็งแกร่งมากๆ ถึงจะทำให้มีรูปแบบความคิดเช่นนี้
Jay Park อืมมมม ด้วยความสัตย์จริงนะครับ มันยากมากจริงๆ ตอนที่ผมมาเกาหลีครั้งแรกเพื่อเป็นเด็กฝึก ผมร้องไห้และโทรหาแม่ของผมทุกๆ วันเป็นเวลา 2 อาทิตย์ และบอกกับแม่ว่าผมอยากจะกลับบ้าน มีบางคนหัวเราะผมเพราะตอนนั้นผมอายุแค่ 19 เอง, ผมสามารถบอกได้เลยว่ามันยากสำหรับผมจริงๆ ครับ ฮ่าๆๆๆ มันเป็นเพราะว่าตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นผมเลยออกกำลังกายหนักมาก ผมเคยวิ่ง 30 แทร๊ค (เท่ากับเท่าไหร่อะ???) ตอนกลางคืน หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ผมก็คิดว่า “ผมสามารถทำได้ทุกสิ่งตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ” ตอนนี้ผมยิ่งรู้สึกมีความสุขมากกว่าเวลานั้น ผมพยายามที่จะสร้างความคิดด้านบวกจากสถานการณ์ที่เลวร้าย เพราะความยากลำบากมันไม่มีตลอดไปหรอกครับ ผมทนมันได้.

“ผมกำลังคิดเกี่ยวกับการทำกิจกรรมในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกันครับ”

10asia แทนที่คุณจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าคุณให้ความสำคัญกับการพยายามที่จะประสบความสำเร็จกับเพื่อนที่คุณใกล้ชิดด้วยแม้ว่ามันอาจจะใช้เวลาที่นานกว่า
Jay Park : มันไม่สนุกหรอกหากใช้ชีวิตเพียงแค่คิดถึงแต่ตัวเอง และมันก็ไม่สนุกเช่นกันหากคุณจะประสบความสำเร็จโดยไม่มีใครร่วมยินดีกับมันด้วย มันจะมีประโยชน์อะไรหากคุณจะเอนจอยกับความสำเร็จนั่นเพียงลำพัง? แล้วคุณจะทำยังไงถ้าหากความสำเร็จเหล่านั้นมันหายไปในภายหลัง? ฮ่าๆๆๆ

10asia ความหมายของคำว่า “ความสำเร็จ” สำหรับคุณคืออะไร?
Jay Park : ความหมายของความสำเร็จนั้นแตกต่างออกไปตามแต่ละบุคคลครับ แต่ผมคิดว่าผมประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้วหล่ะ เพราะว่าความฝันของผมตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็คือการที่ได้ดูแลครอบครัว และได้ยืนบนเวทีพร้อมกับ AOM มันเป็นความฝันที่เป็นไปไม่ได้เลยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันดูไร้สาระเมื่อคิดว่าจะทำคอนเสิร์ตกับ AOM หรืออะไรแบบนั้นหน่ะ แต่มันก็กลายมาเป็นความจริง เพราะเหตุนี้ผมว่าผมประสบความสำเร็จแล้วครับ

10asia ฉันได้เห็นพวกเขาให้อิสระต่อคุณในการทำเพลงและการสร้างทีมของคุณ วิธีการคอนแท็คกับเอเจนซี่ปัจจุบันของคุณที่ทำขึ้น มันช่างแตกต่างกับกลุ่มไอดอลเกาหลีมากเลย
Jay Park : มันแตกต่างมากๆ เลยครับ ก่อนที่ผมจะเซ็นสัญญากับพวกเขา พวกเราได้ทำข้อตกลงกันบางอย่าง แล้วที่มันเป็นไปได้เพราะพวกเราเชื่อใจกันและใจ ถึงแม้ว่าในตอนแรกพวกเขาพยายามที่จะตามผมให้ทันว่าผมกำลังพยายามที่จะทำดนตรีแบบไหนอยู่กันแน่ และแน่นอนครับพวกเขาก็ตั้งข้อสงสัยในแนวดนตรีของผม แต่หลังจากที่ผมได้ปล่อยเพลงออกมาหลายๆ เพลงไม่ว่าจะเป็น “Bestie” และ “Speechless” ทีละเพลงทีละเพลง และอัลบั้มก็ได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยม ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มเชื่อในตัวผม ถ้าผมสามารถแสดงให้พวกเขาได้เห็นและเข้าใจได้ ผมแน่ใจว่าเราสามารถสร้างความเชื่อใจซึ่งกันและกันได้มากขึ้น แล้วก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

10asia ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่าการสักก็เหมือนกับ “การแร็พและการเต้น” แต่พวกเขาสามารถวางข้อจำกัดต่อการทำกิจกรรมทางโทรทัศน์ของคุณได้ มันจะเป็นไปได้มั้ยว่าเจ้า tattoos เหล่านี้จะมาขัดขวางการปรากฎตัวของคุณในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านทางโทรทัศน์ของเกาหลี?
Jay Park : ก่อนอื่นเลย ผมจะไม่ไปสักที่แขนเพิ่มอีกแล้วครับ ฮ่าๆๆๆ ผมคิดว่าหนทางที่ผมต้องการจะประสบความสำเร็จนั้นมันไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับคนอื่น ผมพยายามที่จะไม่ก่อปัญหาให้กับผู้อื่น ผมแค่ทำดนตรีที่ผมต้องการเพราะผมชอบมัน และนอกจาเกาหลีแล้วผมก็กำลังคิดที่จะทำกิจกรรมในอเมริกาและประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกันครับ

10asia ชาวเกาหลีมีแนวโน้มที่จะขีดเส้นระหว่างพวกเขากับคุณ เนื่องจากสัญชาติของคุณ และการไม่ใช่คนเกาหลีโดยกำเนิด
Jay Park : ฮะ แม้ว่าทั้งพ่อและแม่ของผมจะเป็นคนเกาหลี แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับการที่ผมเกิดที่อเมริกา. ผมแค่ภูมิใจว่าผมมีเลือดเกาหลีในตัวผม และผมก็มักจะให้ความสนใจกับเหล่าแรพเปอร์ และศิลปินในอเมริกาซึ่งเป็นคนเกาหลี นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงเริ่มสนใจใน Choo Sung-hoon. และบอกตามตรงนะครับ พวกเราทั้งหมดคือคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเกาหลีหรืออเมริกาก็ตาม

10asia คุณยังต้องใส่ความพยายามในการที่จะใช้ชีวิตในสังคมเกาหลีอยู่มั๊ย?
Jay Park : ก็ไม่ขนาดนั้นนะครับ เพราะว่าผมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานาน มันก็ 6 ปีแล้วนะ ผมว่าผมปรับตัวได้แล้วหล่ะ ก่อนหน้านี้ผมไม่ดื่ม (แอลกอฮอล์) เลยนะ แต่ตอนนี้ผมสามารถดื่มเพื่อเข้าสังคมได้แล้ว, ผมปรับตัวได้หมดแล้วฮะ ฮ่าๆๆๆ

10asia คุณรู้สึกได้ถึง “ความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม” ตอนที่คุณต้องเดินทางไปมาระหว่างต่างประเทศกับเกาหลีบ้างมั๊ย?
Jay Park ทุกที่ที่ผมไป มันมักจะแตกต่างกันเล็กน้อยเสมอครับ และผมก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มันยากสำหรับผมที่จะใช้ชีวิตอยู่เกาหลีตอนที่ผมจากอเมริกามาที่นี่ครั้งแรก แต่หลังจากที่ผมใช้ชีวิตทั้งที่นี่และที่อเมริกา ไปยังที่ต่างๆ มากมาย, ทานอาหารหลากหลายชนิด, ทำคอนเสิร์ต และพบปะกับแฟนๆ ที่หลากหลาย ตอนนี้ผมไม่เซอร์ไพรซ์กับอะไรแล้วครับ ผมอาจจะคิดว่า “อ่าาาา นี่คือวิธีทำงานของที่นี่ซินะ” ความหมายก็คือ เกาหลีและอเมริกาต่างก็เชื่อมโยงถึงกันเนื่องจากอยู่บนโลกเดียวกัน หากผืนแผ่นดินของโลกเกิดถูกทำลาย ทุกคนก็ตายไปด้วยกันหมดแหล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ

SOURCE: 10ASIA; TRANSLATOR: idlenesswego@JAYPARK.NET
แปลไทยตามใจฉันโดย แจมแฟนเจย์ หุๆ heisjaypark.com
credit : http://www.heisjaypark.com/

เมื่ออ่านจบแล้วคุณได้อะไรจากบทสัมภาษณ์นี้ไหมคะ คุณพยายามลุกขึ้นจากชีวิตแย่ๆของคุณได้หรือยังคะ บีว่าหลายคนน่าจะคิดได้แล้วหละค่ะ ว่าที่เขากลับมาได้ ไม่ใช่แค่เพราะเขามีดีที่หน้าตา หรือว่าหกห่ออันชวนเลือดกำเดาพุ่ง แต่เขามีดีที่ความคิด จิตใจ และความสามารถค่ะ เพียงแค่คุณคิดบวกก็สร้างสรรสิ่งดีๆให้แก่คุณได้มากมาย ต่อแต่นี้เรามาเริ่มคิดบวกกันนะคะ