2010 in review

The stats helper monkeys at WordPress.com mulled over how this blog did in 2010, and here’s a high level summary of its overall blog health:

Healthy blog!

The Blog-Health-o-Meter™ reads Wow.

Crunchy numbers

Featured image

The Louvre Museum has 8.5 million visitors per year. This blog was viewed about 79,000 times in 2010. If it were an exhibit at The Louvre Museum, it would take 3 days for that many people to see it.

In 2010, there were 13 new posts, growing the total archive of this blog to 115 posts. There were 28 pictures uploaded, taking up a total of 2mb. That’s about 2 pictures per month.

The busiest day of the year was January 14th with 601 views. The most popular post that day was อาหารไทย 4 ภาค Thailand Food 4 Region.

Where did they come from?

The top referring sites in 2010 were google.co.th, search.conduit.com, th.wordpress.com, search.sanook.com, and ranthong.com.

Some visitors came searching, mostly for ลายไทย, kim hyun joong, ss501 kim hyun joong, ประเทศไทย, and เพื่อน.

Attractions in 2010

These are the posts and pages that got the most views in 2010.

1

อาหารไทย 4 ภาค Thailand Food 4 Region April 2009
5 comments

2

“Kim Hyun Joong” Extra Ordinary Man June 2009
60 comments

3

10 คำถามกับ Kim Hyun Joong and ss501 July 2009
28 comments

4

IN LOVE WGM August 2009
36 comments

เธอคือคำว่า “รัก”

อย่า…มองหาความรักด้วยสายตา
แต่ให้มองหาความรักด้วยใจ
อย่า…เชื่อคำว่ารักที่ได้ยินจากสองหูทั้งสอง
แต่ให้เชื่อคำว่ารักที่ดังก้องมาจากความรู้สึก
และส่วนลึกของหัวใจ. . .
ความรักเป็นสิ่งที่มีค่า
แต่มันจะไร้ ค่าถ้าไม่มอบให้ใคร
หากวันนึงเราพบใครสักคน
ที่มองเห็นคุณค่าความรักของเราแล้วล่ะก้อ
มอบความรักให้เค้าไปเถอะ
แล้วเราจะรู้ว่า. . .ความรักนั้นมีค่าและมีความหมายเพียงใด

เริ่มเดือน “สิงหาคม” อีกปีแล้ว เป็นปีที่เท่าไหร่ ไม่อยากจำ ไม่รับรู้ ไม่ ยอมรับความจริงทั้งหลาย นับตั้งแต่วันที่เค้าจากไป ฉันยังไม่สามารถลืม ใครคนหนึ่งซึ่งตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเค้าอยู่ไหน เป็นอย่างไร? เค้ายังจำ ฉันได้ไหม? สิ่งที่รู้เพียงอย่างเดียว คือภาพความทรงจำระหว่างฉันกับ เค้า เราได้มีความสุข/ทุกข์ร่วมกัน เวลาเรามีกันและกัน แม้เป็นเพียง เวลาช่วงสั้นๆ แต่ดูเหมือนทุกอณูในความทรงจำของฉันกลับมิเคยลืม เค้ายังคงแจ่มชัดในดวงตา ในหัวใจ แม้จะมีใครผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย แม้พบกับรักครั้งใหม่ แต่เค้ายังคงเป็นส่วนหนึ่งของใจฉันเสมอเวลาฉันท้อแท้ พ่ายแพ้ให้ทุกสิ่ง เค้าเป็นเสมือนกำลังใจของฉันตลอดเวลา “เพียงแค่ฉันหลับตา” จะเห็นภาพเค้าผู้เป็นที่รักกำลังยิ้มแยกเขี้ยวให้ฉันอยู่เสมอ เค้าสอนให้ฉันรู้จักคำว่า “รักบริสุทธิ์” การเสียสละ ไม่ต้องการครอบครอง ไม่ต้องการเป็นเจ้าของ ไม่ต้องการสิ่งใดๆ ตอบแทนขอแค่ได้เห็นเค้ามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข มีอนาคตที่สวยงาม มีรักที่ดี แม้รักนั้นไม่ใช่ฉัน จะไม่มีการรอคอย หรือหวังสิ่งใดตอบแทนนอกจากความปรารถนาดีที่มีให้ นี่เป็นบทเรียนแห่งชีวิตสุดท้ายที่เค้าสอนฉันเอาไว้ ด้วยชีวิตของเค้าเช่นกัน ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะเข้มแข็งไม่ร้องไห้ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันลืมเค้า บางคนอาจใช้เวลาเพื่อลืมบางสิ่ง แต่ฉันกลับใช้เวลาในการเก็บความทรงจำทุกสิ่ง เกี่ยวกับเค้าตราบนานเท่านาน เป็นส่วนหนึ่งในหัวใจและจิตวิญญาณ หากมีสิ่งใดที่ฉันจะเสียใจคงมีเพียงอย่างเดียว คือฉันรักเค้าน้อยไป ฉันไม่ยอมสู้เพื่อเรา ไม่ได้ทำความรักของเราให้เต็มที่ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะเพราะตอนนี้ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่ ยังยิ้มได้ มีความสุขได้ แม้ฉันไม่สามารถมองเห็นเค้าด้วยตาเปล่า แต่ฉันรู้สึกถึงเค้ากำลังโอบกอดเวลาฉันร้องไห้ อยู่ใกล้ๆคุ้มครองฉันตลอดเวลากระทั้งฉันมีแรงพอที่จะยืนได้อีกครั้ง และ ฉันจะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ในส่วนของฉัน และแทนในส่วนของเค้าด้วย และ ฉันมั่นใจว่าอีกไม่นานเราจะได้พบกัน”สุดที่รัก”ของฉัน

“ปวีณ คูสามารถ” คนที่รอ “ชญานิษฐ์ บูรณสินวัฒนกูล” คนรอ

การที่เรายืนรอใครที่ค้นหามานาน
ถึงแม้จะเมื่อยและทรมาณ
แต่มันก็ทำให้เรารู้คุณค่าและความหมายของมัน
มากกว่าที่จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
การที่เราสูญเสียมาแล้วครั้งหนึ่ง
ทำให้เรารู้คุณค่าของสิ่งนั้นจนไม่อาจยอมสูญเสียได้อีกครั้ง
มิเช่นนั้นการรอคอยจนมาถึงวันนี้ก็สูญเปล่า
แม้แต่ปาฏิหารย์ก็ไม่สามารถเกิดได้ทุกครั้ง

มากกว่าคำว่ารัก


คิดถึง,,,
วีนเป็นยังไงบ้าง? สบายดีไหม? เหงาหรือเปล่า? และ
ยังจำบีได้ไหม???
ขอโทษนะที่บีเห็นแก่ตัวแบบนี้ ที่บียังมานั่งร้องไห้อยู่อย่างนี้ ให้วีนเป็นห่วง “ตัวไม่ต้องเป็นห่วงเค้าแล้วนะ เค้าอยู่ได้ เค้ายังยิ้มได้ เค้ามีชีวิตอยู่แทนคุณพ่อแม่และใช้ชีวิตส่วนที่เหลือทานตัวด้วย เค้าดูบอลเผื่อด้วยนะ ปีนี้มีบอลโลก และเป็นปี่ที่ 7 แล้ว ตอนนี้เค้าเริ่มแก่แล้วรู้ไหม???”
ไม่รู้ว่าถ้าเจอกันอีกทีวีนจะจำบีได้ไหม? เราจะจำกันได้หรือเปล่า? บีไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่บีแน่ใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดคือ รักที่บีมีให้วีนในชาตินี้แม้มันจะไม่แข็งแรงในช่วงแรก แต่มันจะคงอยู่ยืนยาวตลอดไป ไม่ว่าชาติหน้าหรือภพหน้าจะมีจริงหรือไม่ก็ตาม แต่รักของบีจะอยู่ตลอดไป แม้ในวันที่บีจะไปหาวีนก็ตาม ทุกวินาที ทุกตัวอักษรเรียงร้อยถ้อยคำ ผ่านเป็นบทความแห่งความรัก ความคิดถึงสุดขั้วหัวใจ ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ แม้จะไม่ได้ครึ่งของความรู้สึกอันท่วมท้น แต่สิ่งนี้คือหลักฐานยืนยันความรักของเราให้คงอยู่ตลอดกาล จวบจนวันที่เราจะพบกันใหม่ รอบีด้วยนะ ยังจำเพลงนี้ได้หรือเปล่าเพลงของเรา
Nana nana na nanina nana nana Nana nana na nanina nana nana
แค่ฉันมองตาก็ยังประหม่าทุกครั้ง เพ้อทุกคืนวันละเมอพร่ำเพ้อไปใหญ่ เพราะสายตาเธอมองดูอบอุ่นจริงใจ ความงามมากมายอยู่ในนั้น ฉันขอเพียงเธอยินยอมแค่ตอบรักฉัน รักฉันนานๆและรักกันไม่ยอมห่าง แค่รักคำเดียวเพียงเธอได้เอ่ยซักครั้ง ใจมันอยากฟังให้แน่ใจ
หากรักนั้นทำให้ตาบอด รักนั้นทำให้ใจเจ็บ ฉันนั้นคงต้องยอมให้มันเป็นไป อยากรักรักเธอให้เธอหมด รักรักเธอหมดทั้งใจ ไม่ขอรักใครในใจนอกจากเธอ
ไม่รู้เท่าไหร่ ในใจฉันมีเธออยู่ และขอให้รู้มีเพียงเธอ ไม่รู้เท่าไหร่ อยากบอกกับตัวเธอไว้ ไม่มีใคร ทุกลมหายใจมีแต่เธอ
หากรักนั้นทำให้ตาบอด รักนั้นทำให้ใจเจ็บ ฉันนั้นคงต้องยอมให้มันเป็นไป อยากรักรักเธอให้เธอหมด รักรักเธอหมดทั้งใจ ไม่ขอรักใครในใจนอกจากเธอ
ไม่รู้เท่าไหร่ ในใจฉันมีเธออยู่ และขอให้รู้มีเพียงเธอ ไม่รู้เท่าไหร่ อยากบอกกับตัวเธอไว้ ไม่มีใคร ทุกลมหายใจมีแต่เธอ
ไม่รู้เท่าไหร่ ในใจฉันมีเธออยู่ และขอให้รู้มีเพียงเธอ ไม่รู้เท่าไหร่ อยากบอกกับตัวเธอไว้ ไม่มีใคร ทุกลมหายใจมีแต่เธอ
Nana nana na nanina nana nana Nana nana na nanina nana nana Nana nana na nanina nana nana
Nana nana na nanina nana nana Nana nana na nanina nana nana Nana nana na nanina nana nana
“นิรันดรนั้นนานนักแต่รักนี้นานกว่านั้น”
ความรักที่หล่อเลี้ยงชีวิตบีให้คงอยู่ แม้ไม่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ แต่ก็อบอุ่นทุกครั้งที่หนาวใจ สู้ต่อทุกครั้งเมื่อท้อใจ เป็นทั้งน้ำตาและความสุข เป็นทั้งรอยยิ้มและความคิดถึง เป็นทั้งชีวิตและความฝัน เป็นทั้งความเหงาเป็นทั้งเพื่อน ท้ายที่สุดเป็นทั้งความรักและหัวใจ หัวใจดวงเดียวกัน

บีวีน
06.07.2010/2553

จากใจผู้ชายชื่อ “เจย์ พาร์ค”

href=”https://beebabies.files.wordpress.com/2010/07/00004_qdswi.jpg”>
ก่อนแจบอมจะออกเดินทางมายัง เกาหลี เขาได้เขียนข้อความเว็บในเว็บไซต์ส่วนตัว (www.jaypark.com) แจบอมกล่าว “สวัสดีครับ พัคแจบอมครับ” เขาเริ่มข้อความ

แจบอมกล่าว “ก่อนที่ผมจะได้เริ่มต้นก้าวใหม่ในชีวิตผม ผมจะพูดบางเรื่องกับทุกคนและอะไรที่เป็นอดีตผมก็จะปล่อยให้มันเป็นอดีตไป ครับ ก่อนอื่น สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือผมอยากขอโทษแฟนๆทุกคนและสมาชิก 2PM ที่ทำให้ทุกคนต้องเหนื่อยเป็นอย่างมากทั้งด้านความรู้สึกรวมถึงสภาพจิตใจ ‘เด็กๆ เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้และนั่นทำให้รู้สึกเจ็บปวด ขอโทษนะ'” เขากล่าว

กล่าวต่อ “ผมอยากบอกทุกคนว่าสิ่งที่ผมมีให้ 2PM อย่างเต็มเปี่ยมคือความรักและให้การสนับสนุนพวกเขา ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเพื่อนของผมเหล่านี้ แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือพวกเขาได้พยายามกันอย่างมากและพวกเขาก็เป็นคน ดี ซึ่งนั่นคือความจริง, ผมคิดว่ามันไม่สมควรที่ไม่ว่าใครก็ตามจะพรากในสิ่งที่พวกเขามีอยู่ตอนนี้ไป แล้วก็ผมอยากให้การต่อสู้ระหว่างแฟนดอมควรจะพอได้แล้วครับ พวกเรามาอยู่ด้วยกันอย่างปรองดองดีกว่าครับ”

แจบอม กล่าว “ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าที่จะใช้ชีวิตด้วยความโกรธครับ สิ่งที่ไม่ดีในโลกใบนี้เกิดขึ้นอยู่มากมายแล้วครับ ผมไม่อยากให้เราเพิ่มสิ่งที่ไม่ดีเข้าไปอีกครับ”

กล่าวต่อ “บางทีคำตอบของผมอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ทุกคนอยากได้ก็ได้ครับ แต่ถ้าผมไปแตะปัญหานั้นขึ้นมาอีกครั้ง แฟนๆของผม, เพื่อนๆ, ผู้คนที่เคยทำงานร่วมกับผม และผู้คนที่ผมรักก็คงจะต้องรู้สึกเจ็บปวดกันอีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดมันได้ถูกเยียวยาในตัวของมันเองแล้วครับ การที่ผมจะไปพยายามเริ่มมันอีก ผมคิดว่าทุกคนจะต้องได้รับความเจ็บปวดกันอย่างแน่นอน ตราบใดที่เมื่อผมอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ต่อหน้าครอบครัวของผม และต่อหน้าแฟนๆของผม และพวกเขาเห็นว่าผมบริสุทธิ์ แค่นั้นผมก็รู้สึกเพียงพอแล้วครับ” เขากล่าว

แจบอมกล่าว “เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งในตอนนั้นผมยังมีความเป็นเด็กทำ ให้เกิดความเข้าใจผิดต่างไปจากความรู้สึกจริงๆของผมครับ อย่างไรก็ตาม การที่ผมซึ่งมีเลือดเกาหลีหมุนเวียนอยู่ในร่างกาย มันทำให้ผมภูมิใจที่ผมเป็นคนเกาหลีครับ, หลังจากที่ผมอยู่ในเกาหลี ผมก็ตกหลุมรักเกาหลีเมื่อผมได้รู้จักประเทศนี้, พ่อแม่ของผมก็เป็นคนเกาหลี, ในฐานะของคนเกาหลี ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนหรือทำอะไร ผมจะพยายามทำทุกอย่างในแบบสุดตัวครับ” เขากล่าว

เขากล่าวต่อ “สุดท้าย, อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุด..ผมอยากขอบคุณแฟนๆทุกคนครับ การที่ผมมายืนอยู่ในวันนี้ได้เพราะว่าผมมีทุกๆคนครับ, ในวันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นโอกาสดีๆที่ผมจะได้รับ ทั้งหมดล้วนเกิดจากพวกคุณครับ เพื่อให้แฟนๆของผมภูมิใจในตัวผม ผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนัก และผมก็รักพวกคุณมากครับ” เขากล่าว

กล่าว “ขอบคุณมากครับ ในวันข้างหน้าผมหวังว่าทุกอย่างจะมีทิศทางไปในด้านบวก เพื่อที่ผมจะได้เป็นผู้จุดประกายและทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในด้านบวกได้ ต่อไปครับ” เขากล่าว

กล่าวปิดท้าย “ในอีกไม่กี่ชั่วโมงผมจะออกเดินทางไปเกาหลีแล้วครับ เราจะได้เจอกันครับ” เขากล่าว

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT – http://www.pingbook.com – หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย<a

ผู้ชายแบบเจย์ พาร์ค

พวกเราค่อนข้างลังเลใจที่จะเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ เพราะการไม่พูดถึงความหลังจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
แต่ในเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ร้ายใคร พวกเราก็พร้อมที่จะเผยแพร่มัน ข้อมูลทั้งหมดที่พวกเราจะบอกนี้ ไม่ใช่การเข้าข้างแต่อย่างใด เพียงแต่ข้อมูลที่ได้มานั้นเป็น ข้อมูลจริงที่ได้จากแหล่งข่าวที่เป็นกลางและโปรดเข้าใจด้วยว่าพวกเราไม่ได้ ต้องการทำให้เขา ดูเป็นพ่อพระ จุดประสงค์ของบทความนี้ คือ การบอกเล่าเรื่องราวดีๆของเขาไม่ใช่เรื่องราวแย่ๆ เพราะฉะนั้น การที่พวกเราไม่ได้พูดถึงเรื่องแย่ๆ นั้นไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่มีข้อบกพร่องเลย
เขาเองก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง โปรดรู้ไว้ว่าเนื้อหาในบทความนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกัน
หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้คุณมีกำลังใจ และตระหนักไว้ว่าเราสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้ โดยการช่วยให้เขาเชื่อมั่นเหมือนที่เราเชื่อมั่น!!

มีหลายคนที่รู้อยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้ : เจย์เคยช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้
ในแอคเค้าท์ ของแฟนคลับดงบังชินกิ คนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น : นี่เป็นเรื่องที่เก่าแล้ว แต่เธอบอกฉันเพราะต้องการเป็นกำลังใจให้เหล่าฮอสเทส เธอพูดว่า เธอเห็นผู้ชายที่มีทรงผมแปลกประหลาด ช่วยเด้กผู้หญิงที่กำลังจะถูกรถชน แม่ของเด็กผู้หญิงคนนั้นขอบคุณเขาเป็นการใหญ่ เขาตอบเพียงว่าไม่เป็นไร แล้วเดินจากไป ณ.ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะเขาออกมาเพียงลำพัง เขาก็แค่มาเดินเล่น…..

– วันของหนุ่ม2PM –

– เจย์มักจะช่วยทำให้อารมณ์ของสมาชิกดีเมื่อพวกเขารู้สึกแย่ หรือเมื่อ ตอนที่สมาชิกรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะพูดคุย(เล่น)กันหลังจากทำงาน ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆรู้สึกเหนื่อยล้า แม้เจย์เองจะเหนื่อย แต่เขาก็ยังคงทำทุกอย่าง เพื่อให้ทุกคนอรู้สึกดี แน่นอน!! นี่คือสิ่งที่เขาถูกคาดหวังเพราะเขาเป็นหัวหน้าวง ฉันก็แค่รู้สึกดีที่จะได้พูดว่าเขามีความรับผิดชอบต่อสมาชิกทุกคน
– เขาเล่นกับชานซอง เมื่อตอนที่ไม่มีใครอยากเล่นกับการเล่นที่รุนแรงของชานซอง เพราะมันเป็นการเล่นที่รุนแรง
– เขาสอนจุนซูเต้น และ อยู่ซ้อมจนถึงดึกด้วยกัน เพราะเขาเองรู้ดีว่าจุนซูมีช่วงที่ยากลำบากในชีวิต
– เขาสอนภาษาอังกฤษให้จุนซูในขณะที่ เขาเองก็ต้องเรีนภาษาเกาหลีด้วยตัวเขาเอง เขาทำเช่นนี้เพราะเขารู้ว่าจุนซูอยากที่จะเรียนมันจริงๆ
– ตอนที่จุนโฮรู้สึกเครียดกับการซ้อมเพราะว่ามันค่อนข้างจะดึกแล้ว จุนโฮโกรธทั้งตัวเอง และคนที่ทำให้การซ้อมต้องหยุดชะงัก และกลับไปเริ่มใหม่ เจย์ก็จะคอยช่วยให้จุนโฮคววบคุมตัวเอง และ คิดถึงด้านดีๆ
– เจย์เป็นอีกคนหนึ่งที่สอนให้แทคยอนรู้จักจัก การเป็น “ไอดอลที่ดี” และคอยเตือนแล้วเตือนเล่าให้แทคยอนปฏิบัติตนให้ดีต่อแฟนคลับ และรู้จักอดทน ไม่โกรธแฟนๆ
– เจย์ช่วยแทคยอนเรื่องการใส่เสื้อผ้า เพื่อไม่ให้เขาเป็น “ผู้ก่อการร้ายทางแฟชั่น”
– บนเวทีเมื่อสมาชิกมีปัญหาเกี่ยวเรื่องไมโครโฟน เจย์จะยื่นมือเขามาช่วยโดยไม่ลังเล เมื่อไมโครโฟนของแทคยอนไม่ทำงาน เจย์จะช่วยเเรพในส่วนของแทคยอน ดังนั้นแทคยอนจึงดูไม่เหมือนว่าขยับปากเพื่อลิปซิง
เมื่อไมโครโฟนของนิชคุณมีปัญหา เจย์ก็จะยื่นไมโครโฟนชองเขาเพื่อให้นิชคุณได้ร้องเพลง [ดูได้จากคลิปนี้(http://www.youtube.com/watch?v=FWo41n6W3uE)%5D
– เจย์ใช้เสื้อผ้าและหมวกร่วมกับอูยอง ซื้อของกินให้อูยองเพราะอูยองมักจะ กินแต่อกไก่ และบอกก็อูยองว่า
เขาจะช่วยทำงานที่ยากๆแทนอูยองเอง เขาห่วงใย และใส่ใจอูยองเสมอ ตอนที่เขาจะออกจากประเทศเกาหลีเขาฝากให้นิชคุณดูแลอูยอง ด้วย (เจน::เพราะพี่คอยห่วงใยพี่อูยองแบบนี้ใช่มั้ย?! ตอนที่พี่ออกจากเกาหลีไป อูยองถึงเป็นคนที่มีปฏิกริยามากที่สุดในวง ทั้งโกรธ เศร้า และซึม)
– เชื่อมั้ยว่า เจย์เป็นคนคอยเตือน น้องๆในวงว่าอย่าไปเล่นกับพวกสาวๆในผับมากเกินไป เขาต้องการป้องกัน ปัญหาที่อาจจะตามมาภายหลัง และยังตระหนักถึงเรื่องภาพพจน์เป็นอย่างมาก
– ที่ตึก JYP เขาพบผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ็บขา เขาหยุดและถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาถามที่อยู่ของเธอ หากมันไม่ไกลมากนักเขาเองจะเป็นคนไปส่งเธอ คนที่เล่าบอกว่าเธอไม่รู้ว่าเธอ คนนั้นตอบอะไรกับเขา แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เห็น เขาก็แบกผู้หญิงคนนั้นขึ้นหลังไปส่งยังฝั่งตรงข้ามของตึก JYP


-เรื่องทั่วๆไป-

– ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า เจย์ดูเหมือนจะเขินอายทุก ครั้งที่มองผู้หญิง แต่ความเป็นจริงแล้ว เขากลัวการอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงมากกว่า
– เขาเคยทำงาน4งานพร้อมกัน สอนเต้นที่โบสถ์และไม่ยอมไปโรงเรียนเพื่อช่วยหา เงินให้ครอบครัว คุณเองคงทราบถึงเหตุผล ที่ว่าทำไมเขาจึงไปทำงานที่เกาหลี สี่ปีที่ยากเย็นในการเป็นเด็กฝึก สิ่ง ที่คอยผลักดันให้เขาก้าวพ้น
มาได้ก็คือ ความตั้งใจที่จะหาเงินให้ครอบครัว นั้นเพราะสถานะการเงินของเขา!! …”ผมอยากซื้อของดีๆให้แม่….”
– เจย์อยากจะให้อภัยแก่น้องๆในวงของเขา และเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ เขาคงจะอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่เจย์ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธ ตั้งแต่วันแรกที่รู้เรื่องการถอนตัว เจย์บอกว่าเขาเจ็บ แต่ก็ไม่ได้โกรธ เขาเข้าใจ
– ในตอนแรกเขาได้ยินข่าวลือว่า น้องๆในวงไม่อยากให้เขากลับไป (ก่อนการประชุม) เขาพูดว่าไม่เป็นไร และอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จ
– เจย์เป็นคนที่คุณไม่สามารถดูออกได้เรยว่าเขากำลัง ผิดหวังหรือกังลอยู่ นั้นเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วงเขา และทำเป็นตลกเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย มันผิดหวัง เพราะมีแค่ น้อยคน น้อยคนจริงๆที่เจย์จะบอกกเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟัง
– มีใครคนหนึ่งต้องรีบมาประชุมกับเขา เธอหรือเขาคนนั้นรีบมาเข้าประชุมทั้งๆทีเหงื่อเต็มตัว สิ่งแรกที่เจย์ทำคือ ซื้อน้ำส้มให้เธอหรือเขาคนนั้น
– เมื่อเจย์รู้ว่า พวกเรากำลังตืดโพสอิทให้เขาที่ตึก JYP ในฤดูหนาว เขาบอกกับนักข่าวว่าไม่อยากให้เราทำเช่นนั้น เพราะนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาต้องขอโทษจริงๆ เขาอยากจะให้แฟนๆมีปีที่ดี ทำสิ่งดีๆให้ตัวเอง และตั้งใจเรียนหนังสือ
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกดีกับสิ่งที่แฟนๆทำ แต่เขาก็ไม่สนับสนุนให้แฟนๆมาเสียเวลา ติดโพสอิท เขายังบอกอีกว่า”ข้างนอกอากาศ อย่าอยู่กันนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เขาบอกพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ต้องติดโพสอิสเพื่อเขาหรอก
– เหตุผลที่เขาปฏิเสธการเล่นหนังเรื่อง Hype Nationนั่นเพราะเขาอยากก้าวไปพร้อมๆกับ AOM ถ้าAOM ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง หรือมีส่วนร่วม เขาจะรีบปฏิเสธข้อเสนออย่างรวดเร็ว และ ในตอนนี้เขากำลังทำให้ทุกคนปวดใจเพราะเขาปฏิเสธทุกอย่างที่ไม่มีAOM
– เจย์เป็นคน ซื่อๆ ไร้เดียงสา บางครั้งคุณแค่อยากแกล้งให้เขารู้สึกแย่ แต่เขากลับไม่คิดว่าคุณจงใจทำมัน
– เจย์มักจะพูดว่า ..”ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง หากไม่มีแฟนๆของผม” ฉันเองรู้ดีว่าพวกเราคงรู้สึกว่าเจย์ชื่นชมแฟนๆของเขา และเขาก็พยายามทำงานให้หนักเพื่อเเฟนๆ ฉันอยากจะยืนยันอีกครั้งว่าทั้งหมด นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น!! เจย์ตระหนักดีว่าที่เขาจะไม่สามารถมายืนถึง จุด จุดนี้ได้หากปราศจากแฟนๆของเขา และเขาก็รอคอยวันที่จะได้กลับไปยืนบนเวทีอีกครั้ง เพื่อขอบคุณแฟนๆ สำหรับพวกเราทุกคนแล้ว “เรา”คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเจย์

“I’m willing to sacrifice a few years for a lifetime of happiness.”
(“ผมยินดีที่จะเสียสละเวลาเพียงไม่กี่ปีเพื่อ ชีวิตที่ดี”)
Jay Park

นี่คือผู้ชายในแบบที่ Jay Park เป็น
มนุษย์ แต่จริง

เหล่าผู้เกลียดชัง “คุณรู้ไหมว่า คุณกำลังเกลียดใคร?!”

—————————————————–

ถ้าจะนำออกไป กรุณาให้เครดิทเวปไซต์ด้วยนะคะ
และลิงค์กลับมาหน้านี้ด้วยน่ะค่ะ
WWW.WHATSUBB.COM
Report :: เจน (Leesonin)
Source :: insider2pm

แจบอมผู้สร้างค่านิยมใหม่, หรือเขาจะกลายเป็นผู้นำของกลุ่มดาวรุ่ง?

ขอขอบคุณนักแปลผู้ใจดี พี่โบบอม (อาริงาโตะโกไซมัส) น้องจอยคนสวย และน้องบีคนงามที่มาช่วยแปลบทความอันยาวเหยียดแต่น่าอ่านให้พวกเราได้อ่าน กันค่ะ ขอบคุณอีกครั้งคร่าา

ครั้งนึงเคยจากไปอย่างไร้ศักดิ์ศรีหลังจากถูกไล่ อดีตหัวหน้าวงไอดอลได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ กว่า 1000 คน และกลับมาพร้อมกับความมั่นใจ ประหนึ่งดูละครจากทีวี วันนี้เราเฝ้ามองการกลับมาของแจบอม

หรือตำนานอีกบทหนึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

1 ลูกเป็ดขี้เหร่กำลังจะโบยบิน

ถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ สถานการณ์ของแจบอมก็ยังไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นกรณีพิเศษ ที่เริ่มต้นอย่างคุ้นเคย การถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่น่าให้อภัยที่เกี่ยวเนื่องจากความรักชาติของพวก เรา คือใจความสำคัญของปัญหานี้ ผลก็คือการถูกเตะโด่งออกจากประเทศ มันเป็นการดูถูกชนิดที่แม้แต่กองทัพหรือพวกเราที่รักชาติไม่สามารถให้อภัย ได้ เขาถูกเตะโด่งกลับไปสู่ประเทศที่ครอบครัวเขาอาศัยอยู่ หายตัวไปจากสื่อ แต่ผลที่คาดไม่ถึงของการดำเนินการของบริษัทต้นสังกัดต่อการตลาดแจบอม (หมายถึงการใช้ Jaebumเป็นเครื่องมือทางการตลาดค่ะ) นั้นตอบกลับอย่างรวดเร็วมาก

บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่แม้กระทั่งที่จะปรากฏตัว แต่อิทธิพลของเค้านั้นยิ่งใหญ่นัก และสมาชิกที่เหลือของ2PMก็ได้ทำให้แฟนๆ เห็นถึงความรักและมิตรภาพต่อหัวหน้าวง ในตอนจบถูกเปิดเผยว่าเรื่องการโต้แย้งอย่างรุนแรงนั้นเป็นเรื่องที่ถูกแปล ความคลาดเคลื่อนและถูกทำให้เกินจริงโดยสื่อมวลชน เหล่าบรรดาแฟนๆ ที่จับมือกันแน่น รอคอยการกลับมาของแจบอม เพื่อที่ว่าท้ายที่สุดจะได้รับของขวัญที่ดีที่สุดของพวกเค้ากลับคืน

ปัญหาคือการปราศจากการเอาใจใส่ต่อความหวังและการรอคอยอย่าง มีหวังของแฟนๆ JYPได้โยนไพ่ “โยนแจบอมทิ้งไป” การจัดการกับจุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างคนดังและบริษัทเอนเตอร์เทนเมนท์ได้ เริ่มต้นขึ้นมาใหม่ อาจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่อย่างไรก็ดีปัญหาคือJYPได้พูดว่าเหตุผลของการฉีกสัญญาคือบางอย่างที่ไม่ สามารถเปิดเผยได้

เมื่อปัญหาคือบางสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ถ้ามันถูกเปิดเผยมันจะส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในวงกว้าง ด้วยเหตุนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจว่าไม่สามารถร่วมงานกันได้อีกต่อไป พวกเขายังได้บอกอีกว่ามันเป็นไปไม่ได้หากจะสืบหาถ้าคุณไม่ได้เกี่ยวข้องโดย ตรง นี่มันคือเรื่องราวที่กำกวมที่ทำให้เรื่องของแจบอมถูกทำให้เป็นอาชญากรรมที่ เลวร้าย บริษัทง่วนอยู่กับการพยายามเพาะบ่มภาพลักษณ์ของพวกเขาให้เป็นเหมือนบริษัท ที่เก็บอาชญากรรมอันน่าเลวร้ายไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ

มันไม่เป็นการดีเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเห็นพ้องต้องกัน นับตั้งแต่จุดนั้นมันเป็นสิ่งที่เกาหลีไม่เคยพบเห็นมาก่อนก็เริ่มต้นขึ้น ถูกขับเคลื่อนโดยรอยด่างที่ไม่สามารถสร้างการกลับมาระดับชาติจากการกดดัน จากบริษัทที่เคยเป็นต้นสังกัด แจบอมคือผู้วิ่งเข้าเส้นชัย ด้วยความรักจากแฟนๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ผ่านกระบวนการโชว์ความสามารถและคุณภาพผ่านยูทูป เขาได้รับความสนใจจากบริษัทแมเนจเมนท์จำนวนมาก แทนที่เขาจะให้ความสนใจบริษัทในเกาหลี เขากลับกระตือรือร้นที่จะเริ่มต้นโปรโมตตัวเขาเองผ่านบริษัทในอเมริกา

เขาสามารถช็อคผู้คนเหล่านั้นด้วยจำนวนผู้เข้าชมอย่าง มโหฬาร เพลงที่เขาคัพเวอร์ B.O.B Nothing On You เพลงของเขาเปรียบเสมือน แฟนเซอร์วิส ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม นำมาซึ่งการนำเข้าไปสู่การเป็นตัวหลักของภาพยนตร์เรื่อง Hype Nation การทำงานร่วมกับศิลปินที่JYP ให้ความเคารพ ภาพลักษณ์ในปัจจุบันคือผลที่ไม่มีใครเคยจินตนาการถึง

เพลง Nothing On You ไล่ตามโดยความสำเร็จก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มสู่เกาหลี และเมื่อถูกปล่อยอย่างเป็นทางการ เราก็ได้เห็นการแสดงอภินิหาร Jay Effect ซึ่งทำให้ผู้แทนจำหน่ายระดับสากลแฮปปี้ และผลที่ตามมาอีกระรอกคือเขาได้ร่วมร้องกับ B.O.B ในแทรคที่แร็ปโดย B.O.B และร้องโดย แจบอม

ความเห็นที่ว่าการร้องเพื่อเซอร์วิสแฟนอาจจะสูงแต่ความจริง แล้วพวกเขาได้วางแผนปล่อยมันออกมาในระดับสากล ถ้าผลตอบรับดี นี่แสดงให้เห็นถึงการขายอย่างมีคุณภาพของแจบอม เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าผลตอบรับกับภาพยนตร์เรื่อง Hype Nation จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่ถ้าอย่างน้อยมันได้เข้าติด Top Ten ของ Box Office มันจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพความสำเร็จที่เอื้อมถึงเกินกว่าที่ใครจะ จินตนาการได้

หลังจากการถอนตัวของเขาในเดือนกุมภาพันธ์ ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคือคนที่โดนเตะโด่ง ตอนนี้กำลังวิ่งเข้าเส้นชัยของการค้นพบคุณค่าของตัวเอง (ซึ้งอ่ะ T_T) ในขณะที่บริษัทที่เขี่ยเขาออกไป ได้เปลี่ยนแฟนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศรัทธาสู่การเป็นแอนตี้แฟน หลังจากที่ต้องสาหัสจากผลของพายุฝนฟ้าคะนอง ก็ได้เห็นแค่การคืบหน้าอย่างช้าๆ

ในสถานการณ์อย่างนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่การมาถึงของเขาจะไม่สร้างปมใหม่ในการอ้างถึงเรื่องชีวิตส่วนตัวที่น่า ละอายใจที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มันไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าไอดอลจะสามารถกลับมาผงาดเยี่ยงนี้ได้ หลังจากโดนถอดถอนอย่างเป็นทางการจากอุตสาหกรรมบันเทิง แน่นอนที่สุดว่าไม่รวมถึงแฟนๆของเขา

2. ตัวอย่างที่ดีของค่านิยมใหม่
การได้เห็นการฟื้นคืนชีพของแจบอม ใครก็สามารถบอกได้ว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว ตัวอย่างของการเป็นคนดังผ่านยูทูปพบเห็นได้ง่ายในอเมริกา มันไม่เหมือนการสร้างซูเปอร์สตาร์อย่างอเมริกันไอดอล เครื่องมือนี้(ยูทูป)ทำให้ติดต่อสื่อสารกับแฟนๆ ในขณะที่ก้าวไปสู่ความมีชื่อเสียง มันก้าวไปอย่างช้าๆ และกำลังครองตำแหน่งการเป็นเครื่องมือที่เป็นกิจลักษณะในเวลานี้

นี่อาจจะเป็นวิธีการเข้าถึงที่ดีที่สุด ความเท่าเทียมกันของยูทูปนั้นเป็นที่รู้กันว่าได้กลายเป็นเครื่องมือในการ สร้างดาวดวงใหม่โดยเว็บไซต์มีเดียส่วนตัว มีสาวญี่ปุ่นนางนึงที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ ผู้ซึ่งชอบอัพโหลดวิดีโอการร้องเพลงและการเต้นของตัวหล่อนเอง (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าย่อหน้านี้ แจมแปล กร๊ากกก) ปรากฎว่าเธอได้กลายเป็นดาราและสามารถก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้ ศิลปินหน้าใหม่ผู้ซึ่งร้องเพลงเยี่ยมแต่ไม่สามารถหาหนทางโชว์ตัวเองได้ ก็มักจะใช้ยูทูปในการแสดงออกถึงทักษะความสามารถและตรวจสอบโดยผู้เข้าชม และจากนี้พวกเขาก็จะสามารถปีนป่ายขึ้นไปยังเส้นทางหลัก และเกิดใหม่ดังเช่นดวงดาว นี่คือค่านิยมใหม่ในการสร้างดวงดาว

เพราะคนอื่นๆ ก็ทำกันแบบนี้ แจบอมก็เช่นกัน ก็เลยเปิดยูทูปเป็นของตัวเอง และปล่อยทุกความเคลื่อนไหวของตัวเองสู่สาธารณะชน การแสดงออกซึ่งพรสวรรค์ของเค้าพร้อมด้วยจิตวิญญาณ (แอร๊ยย หลอนนะยะ) ที่เราสามารถกล่าวรับรองได้ถึงคุณภาพความเป็นดาวของเค้า แต่หากจะพูดถึงความแตกต่างระหว่างแจบอมกับคนอื่นๆ แล้ว ก็อาจบอกได้ว่าตัวแจบอมเองนั้นมีแฟนๆ นับพันที่แสดงความสนใจอย่างกระตือรือร้นอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง

ยูทูปยังสามารถตรวจสอบให้เราได้ถึงคุณภาพความเป็นดวงดาวของ เค้า และยังทำให้สมาชิกที่ครั้งนึงถูกถอนออกไป ได้สร้างการกลับเข้ามาสู่โลกของวงการบันเทิง ในสถานการณ์ที่การกลับเข้ามาถูกบลอคไว้ด้วยคำว่าความผิดส่วนตัว หลายๆ คนได้แสดงความคิดเห็นว่าเค้าควรจะออกมาขอโทษและอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อน

ปัญหานี้ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ก่อนที่เค้าจะกลับมาถึง เขาได้ทิ้งข้อความไว้ให้แฟนๆ ของเค้า เขาพูดเกี่ยวกับเรื่องข้อถกเถียงเกี่ยวกับมายสเปซเมื่อเดือนกันยายน การตีความหมายที่ผิดพลาดจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เค้าได้ให้คำขอโทษ รวมไปถึงความคิดเห็นส่วนตัวของเค้า แต่เข้ากลับไม่ได้กล่าวอ้างอันใดถึงเจวายพีที่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ ชีวิตส่วนตัวของเขาเลย

เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้แสดงความคิดของเขาเกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมของการโต้เถียงกันในเรื่อง ชีวิตส่วนตัว และยังพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนพร้อมกับพ่อแม่ของเค้า หลังจากการถ่ายทำหนังเสร็จสิ้นลง ดูซิ! นี่มีความเป็นไปได้สูงว่าบริษัทเก่าของเค้าได้ปล่อยเหตุผลที่เชื่อถือไม ไ่ด้สำหรับการถอนตัวอย่างเป็นทางการของเค้าออกมา หาก ความผิดของเขาไร้ยางอายจริงๆ จนไ่ม่สามารถลบล้างได้ และถึงจุดที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อีก แม้คนที่มีความมั่นใจในตัวเองมากที่สุด (ไม่รวมคนโรคจิต) ก็ไม่สามารถทำท่าท่างมั่นใจได้แบบนี้ (แอร๊ยยย หรือเีตี้ยจะโรคจิต ไม่นะ สบัดหัวๆ ถ้าจะโรคจิตขอเป็นโรคจิตแบบอื่นไ้ด้มั๊ย แล้วโรคจิตกับเค้าคนเดียวด้วยนะ ฮ่าๆ ยังจะเอาฮา -_-“)

แม้แต่ข้อความในโฮมเพจของเค้า เมื่อพิจารณาถึงข้อความของเค้าที่ว่า เขามีความมั่นใจและมีความสุขตราบใดที่แฟนๆ ของเค้ายังเชื่อมั่นในตัวเค้าอยู่ ซึ่งนี่ดูเหมือนว่าแจบอมจบเรื่องนี้ลงแล้ว และพร้อมสำหรับการปรากฎตัว โดยปกติแล้วความสัมพันธ์กับบริษัทน่าจะถูกแก้ไขลงแล้ว และพวกเค้าจะยังคงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป และเห็นพ้องต้องกันในช่วงระยะเวลาที่แน่อน พวกเค้าต้องมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสื่อ

เราจะไม่ทราบได้เลยว่าสัญญาถูกยกเลิกด้วยเหตุผลเลวร้าย ประการใด ทำไมเขาถึงไม่สามารถออกมาเปิดเผยความคิดต่างๆ ของเขาในสถานการณ์ไม่เป็นธรรมเช่นนี้ เป็นเพราะความพันธ์หลายด้านกับพวกเขา (JYP) ในฐานะที่เป็น “ลูกจ้าง” แทนที่จะทำให้ปัญหาชีวิตส่วนตัวของเขาเปิดเผยออกมา, คำถามที่ควรถามไปยัง “นายจ้าง” JYP entertainment อดีตบริษัทต้นสังกัด. คำถามนานาประการว่าอะไรคือปัญหาชีวิตส่วนตัวของเขา ที่ทำให้เขาถูกตัดจากวงการ และพวกเขาคิดเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับกิจกรรมการโปรโมทของแจบอมที่ แสดงออกอย่างมั่นอกมั่นใจแม้ว่าจะมีปัญหาชีวิตส่วนตัว ซึ่งคำถามเหล่านี้ควรจะถาม JYP ไม่ใช่แจบอม

ถ้าเขาเคยทำงานล่วงเวลามาก่อนเขาก็ต้องคุ้นเคยว่าจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนั้นน่ากลัวยังงัย และเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความน่ากลัวนั้น การสร้างปัญหาให้กับนายจ้าง ก็เหมือนกับลูกจ้างพยายามขอขึ้นเขียงด้วยตัวเอง แต่ในกรณีที่ความผิดนั้นเป็นเรื่องจริง และเขาก็เชื่อว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหา เขาก็ควรสอบถามไปทางเจวายพีจนกว่าทางเจวายพีจะหาข้อแก้ตัวต่างๆ และเปิดเผยเรื่องราวที่เกี่ยวข้องนั้นออกมา

เป้าหมายของลูกศรที่ชี้ไปที่การกลับมาของแจบอมนั้นเป็น เรื่องผิด ผู้คนเหล่านั้นไม่สนใจที่จะมุ่งลูกศรไปทางเจวายพี แต่กลับพุ่งตรงไปที่แจบอม ด้วยการป้องกันที่เข้มแข็งของพวกเขา ดังนั้นการพุ่งเป้าไปที่เจวายพีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างไรก็ตามเจวายพีนั้นแหล่ะคือที่ๆ ลูกศรต้องมุ่งตรงไปหา(ไม่ได้ชี้แนะนะ แต่ว่า…ถูกกกกกกกกกก กร๊ากๆ)

ถ้าแจบอมไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอย่างที่เจวายพีบอกไว้จริงๆ ความผิดนั้นคงจะเป็นเรื่องบางอย่างที่แค่เพียงต้องการขอโทษและให้อภัย แต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถป้องกันได้โดยไม่มีเงื่อนไขแล้วมันจะ กลายเป็นปัญหาร้ายแรงซึ่งจะไม่จบง่ายๆ

ในโลกซึ่งคุณจะกลายเป็นสตาร์แม้จะไม่มีบริษัทใหญ่โตรองรับ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (ขอเพลงเปิดตัวแบบอลังการหน่อย ตึ่งตึงตึ้งตึ่งตึงๆ…) แม้กระทั่งในเกาหลี มีนักร้องมากมายเกิดขึ้นผ่านรายการโชว์ที่เรียกว่า Superstar k และในซีซั่นที่ 2 นี้เราก็ได้เห็นคนที่มีความสามารถที่จะเป็นสตาร์ได้จำนวนมากมาออดิชั่น และมันคือบางอย่างที่ประสบความสำเร็จได้ดีกว่าการที่คุณจะแสดงความสามารถของ คุณผ่านเว็ปไซด์หรือเครือข่ายทางสังคมต่างๆ เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แนวความคิดนี้ไม่ได้จำเพาะอยู่แค่วงการบันเทิงเท่านั้น แต่มันยังขยายออกไปในวงการอื่นๆ ด้วย และนั่นทำให้แนวความคิดนี้เป็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของแจบอมจะเป็นกรณีพิเศษ แต่วิธีการที่เขาใช้สร้างชื่อเสียงของเขาขึ้นมาใหม่ หลังจากที่มันถูกทำให้เสื่อมเสียหลังจากการประกาศเรื่องถูกถอนตัวนั้นก็เป็น ตัวอย่างที่ดีสำหรับแนวความคิดใหม่นี้ นั่นเพราะมันไม่เหมือนกับเมื่อครั้งอดีตที่เขาต้องทำตามกฎของนายจ้างและ ลูกจ้าง เขาได้สร้างความฝันของเขาเอง และทำความฝันนั้นไปพร้อมๆ กับแฟนๆ ซึ่งสิ่งนี้ก็สร้างเข้มแข็งให้แก่ดาราคนอื่นๆ ที่จะก้าวตามเขา

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์จากระหว่างบริษัทบันเทิงมา เป็นการติดต่อสื่อสารกันด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก (ขยายความนะค่ะ คนเขียนน่าจะหมายถึง เมื่อก่อนเจย์อยู่ภายใต้สัญญากับต้นสังกัด การจะติดต่อกับแฟนๆ อาจไม่สามารถทำได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้ไม่มีสังกัดการติดต่อสื่อสารระหว่างเจย์กับแฟนๆ จึงเป็นอะไรที่ดูบริสุทธ์มาก คือออกมาจากใจจริงๆ ทั้งจากฝั่งเจย์และฝั่งแฟนๆ) การจะเป็นดารานั้นไม่ใช่ว่ามีแค่เงินแล้วจะเป็นได้ แต่ต้องใช้ความเข้าใจกันระหว่างดาราเองและแฟนๆ และนี้คือรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างดาราและแฟนๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้ และจะเห็นได้ว่าวงการบันเทิงจะสามารถเปลี่ยนแนวความคิดได้ขึ้นอยู่กับความ สำเร็จของตัวอย่างที่ยกมา และแจบอมก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างแท้จริง

แจบอมจะกลายเป็นผู้นำของดาวดวงใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือ ไม่? หรือเขาจะเป็นเพียงแค่ลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น? อนาคตจะเป็นสิ่งยืนยันกับความจริงที่ว่าหนทางที่จะสร้างเม็ดเงินได้เร็วที่ สุดคือการสร้างซูเปอร์สตาร์? นี่ช่างเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจมากจริงๆ
CREDITS : NATE (SOURCE) ; jennying♥@2ONEDAY.COM (TRANS)

ซับเจย์รักโดย พี่โบบอม, น้องจอย และน้องบี ค่ะ ^^ จุ๊บๆ

JAY IS THE BEST

Take more rest and eat more,Stay healthy n stay strong !!
Dont worry about anything,we will bring you back with our little hands
no matter what we are still here, waiting for you also the boys too
Keep smile ans Chin up !!

ถึงเจย์จะดูมีความสุขดีกับครอบครัว เพื่อน และชีวิตที่คุ้นเคยใน Seattle
แต่ไม่ได้หมายความว่าเจย์จะไม่ได้นึกถึงกลุ่มคนที่รักและห่วงใยเค้า เสมอ,Hottest
เจย์คนที่นึกแม่ของเค้าก่อนใครอื่น เค้าทำงานหนักเพื่อหวังว่าจะได้ซื้อของดี ๆ ให้แม่ใช้
เจย์ทำงานหนักเพื่อตอบแทนคนที่ให้การสนับสนุนและรักเค้าเสมอมา …
เจย์คนที่โกหกไม่เป็น …. คนที่ปากกับใจตรงกันเสมอ….