Bangkok: The City Our So Pround

สะพานพุทธ
หนูบีมาแล้ววววววว….วันนี้หนูบีจะพาเที่ยวกรุงเทพฯ ^^ เพราะจิงๆ แล้วเพื่อนๆ รู้ไหมค่ะว่า เมืองกรุงเทพฯ ของเราเนี่ย ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกเลยนะว่าเป็นเมืองที่ “น่าเที่ยว” ที่สุดเลยนะ เราภูมิใจในความเป็นตัวตนของเราจิงๆ รักประเทศไทยค่า อิอิ วันนี้เราเลยเอารูปใจกลางกรุงเทพฯ มาให้ดูกันเลย ด้วยเทคนิกการถ่ายที่มุมมองไม่เหมือนใคร แต่ออกมาสวยงาม เจ้าเดิม คือ น้องระเห็ดบีนี่เอง คราวนี้มีน้องสะใภ้มาด้วย (เห็นม่าไม่รีบติดต่อกันเข้ามาเลยอดได้คนดีๆๆ เลย 55+) เรามาดูรูปแรกดีกว่า บีเห็นแล้วประทับใจมากกกกกก สวยอะ “สะพานพุทธยามเย็น” ถนนสะพานพุทธ
ดูแล้วไม่อยากเชื่อเลยอะว่าตอนกลางคืนจะเป็นแหล่ง Shopping สุดฮิปของเราๆๆ เห็นถนนที่ทอดยาวกันไหมค่ะ นั้นแหละค่ะเปรียบเหมือนเส้นทางของคนเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก้อตาม เรายังมีทางให้เลือกเดินอยู่เสมอค่ะ แม้ถนนนั้นจะไม่มีไฟแต่ตอนกลางวันก็มีพระอาทิตย์คอยนำทางให้เราไงคะ ตอนกลางคืนก้อมีพระจัน แม้สว่างไม่เทียบเท่าแต่ร่มเย็นเป็นสุขนะคะ สะพานพุทธหรือชื่ออย่างเป็นทางการ สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อปี พ.ศ. 2472 เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ด้วยพระราชดำริที่จะสร้างสิ่งที่เป็นอนุสรณ์ถึงความรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชดำริว่าควรสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมจังหวัดพระนครกับธนบุรีเข้าด้วยกัน เพื่อให้การคมนาคมติดต่อสะดวก ทั้งยังเป็นการขยายพระนครอีกด้วย จึงโปรดเกล้าฯ ให้คิดแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นประกอบกันเป็นปฐมบรมราชานุสรณ์ที่ปลายถนนตรีเพชร ถือเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 2 ถัดจากสะพานพระราม 6 ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 สะพานนี้อยู่คู่ประเทศมาเป็นร้อยๆๆ ปีแล้วนะคะ (ดีใจแก่กว่าเราอีก 555+) เป็นมรดกทางสิ่งปลูกสร้างได้เลยนะคะ เป็นไงกันบ้างคะ จุใจหรือยังเอ่ย???? โฮ๊ะๆๆๆ บีก็สาระเป็นนะ หนูบีมีสาระ 55+ ต่อเนื่องกันมาเลยนะคะคือที่ต่อไป
แม่น้ำเจ้าพระยา
“แม่น้ำเจ้าพระยา” ค่ะ นี่ถือเป็นแม่น้ำสายหลักหัวใจของคนไทยเลยนะคะ อันที่จิงแล้เรามีวิถีชีวิตที่ผูกพันธ์กับแม่น้ำมากๆๆ แต่ก่อนนี่ดื่มกินได้เลยนะคะ แต่ปัจจุบันนี้ก็ใช้ในการคมนาคม และเป็นวิวที่สวยอย่างที่สุด คือ ตรงที่คดคล้ายแอกวัว นั่นแหละค่ะเป็นวิวที่โรงแรมต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมแน้เจ้าพระยาสวยติดอันดับโลกมานักต่อนักแล้วววว…ประวัตินะคะ แม่น้ำเจ้าพระยา จริง ๆ แล้ว แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยา คนไหนเลย แต่มีที่มาจาก ชื่อสถานที่ที่แม่น้ำ สายนั้นไหลผ่านต่างหาก…แต่ก่อน แม่น้ำเจ้าพระยาจะชื่ออะไร ไม่มีหลักฐาน ปรากฏชัดเจน แต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเขียนไว้ใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า “ที่เราเรียกกันว่า ปากน้ำเจ้าพระยา ทุกวันนี้ แต่โบราณเรียกว่า ปากน้ำพระประแดง ภายหลัง เมื่อแผ่นดิน งอกห่างออกไปไกล เมืองพระประแดง จึงเรียกว่า ปากน้ำบางเจ้าพระยา”ในสนธิสัญญาที่ไทย ได้ทำกับประเทศฝรั่งเศสครั้ง ม.ลาลูแบร์ ในรัชกาลสมเด็จ พระนารายณ์ มหาราช เรียกแม่น้ำสายนี้ว่า “แม่น้ำบางเจ้าพระยา” สะพานพุทธกะแม่น้ำเจ้าพระยา
ส่วน ม.ร.ว. ศึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนไว้ในคอลัมน์ “ข้าวไกลนา” หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2520 ว่า
“แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มต้นที่ จุดรวมของ แม่น้ำน่าน และแม่น้ำปิง ที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ไปสิ้นสุดไหลออกทะเล ที่ปากน้ำเมืองสมุทรปราการ ตรงที่แม่น้ำนี้ ไหลออกทะเลนั้น เคยมีชื่อว่า เจ้าพระยา ชื่อตำบลนั้นก็เลยใช้เรียก ชื่อแม่น้ำทั้งสายว่า แม่น้ำเจ้าพระยา เช่นเดียวกับเอาชื่อ ตำบลที่แม่น้ำสายอื่น ๆ ไหลออกสู่ทะเล ไปเป็นชื่อแม่น้ำ เช่น แม่น้ำบางประกง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง เป็นต้น” เป็นไงคะ ละเอียดดีไหมเอ่ย อันนี้บีก้อไปอ่านแล้วมาสรุปๆ ให้ผู้อ่านอ่านกันอีกทีนะคะ เรียกว่างานนี้ทำการบ้านมาดี อิอิ รูปต่อไปเลยดีกว่านะคะ จริงๆ แล้วกรุงเทพฯของเรานี่มีวัดเยอะมากๆ เลยนะคะ อีกทั้งยังคงความสวยงามอลังการอีกต่างหากกก..ชาวต่างประเทศเขาก็ไม่มีอย่างบ้านเราหรอกค่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง ออกแบบศิลปกรรม จิตรกรรมนี่ของไทยสวยมาก ความจริงแล้วเด็กไทยเก่ง และมีความสามารถมากนะคะ ดังนั้นเราต้องช่วยกันรนรงณ์ส่งเสริมนะคะ ตอนกลางวันเข้าวัด กลางคืนเข้าผับ สังสรรค์กันพองามก้อดีค่ะ แต่เด็กสมัยนี้ชอบคิดว่าการเข้าวัดเป็นเรื่องแปลก จิงๆการเข้าวัดไม่แปลกหรอกค่ะ จะแปลกก็ตรงที่ไม่เข้านี่แหละ เมืองเราเป็นเมืองพุทธศาสนา การทำบุญก้อทำให้จิตใจสูงขึ้นแล้ว ไม่ขออะไรมากหรอกค่ะลองทดสอบตัวเองสัก 24 ชั่วโมงนะคะ ว่าเราสามารถถือศีล 5 ได้ครบบริบูรณ์กันหรือเปล่า สำหรับบีบอกเลยค่ะว่ายากมาก… ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่ ถ้าคิดจะมีความคิดใหม่ๆ คิดในสิ่งที่สร้างสรรค์ซิคะ ไม่ใช่ไปสร้างสรรค์ให้กับบ้านอื่นเมืองอื่น บ้านไทย คยไทยนี่แหละค่ะขึ้นว่าไทย ก็คือ อิสระ แล้วขอให้เป็นอิสระทางความคิด เป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นในความดี คิดดี พูดดี ทำดี เอาให้พวกผู้ใหญ่ทั้งหลายอายไปเลยค่ะ เคยได้ยินไหมค่ะ “ทำดีให้ผูใหญ่ดู” เช่นไม่อยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตัว ไม่โกงกิน อุ๊ป..หาเรื่องอีกแล้วมาเข้าอีกที่ดีกว่า กันเลยภาพนี้เป็นภาพวัด “วัดพิชยญาติการามวรวิหาร”
วักญาติการาม
วัดพิชยญาติการามวรวิหาร หรือ วัดพิชัยญาติ ตั้งอยู่เชิงสะพานพุทธ บริเวณที่เดิมเรียกว่าวงเวียนเล็ก ใน แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสานเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ริมคลองบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน เดิมเป็นวัดร้าง แต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) ครั้งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษา ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ประมาณ พ.ศ. 2372 – 2375 ในรัชกาลที่ 3 เนื่องจากสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยขณะนั้นเป็นจางวางพระคลังสินค้า มีเรือสำเภาค้าขายกับจีน จึงได้นำอับเฉาเรือ กระเบื้องสี และหินมาจากจีน สถาปัตยกรรมวัดนี้มีลักษณะแบบไทยผสมจีน ซึ่งเป็นแบบพระราชนิยมในสมัยนั้น เมื่อบูรณะวัดเสร็จแล้ว ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระราชทานนามว่า “วัดพระยาญาติการาม” ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปลี่ยนชื่อวัดใหม่เป็น “วัดพิชยญาติการาม” หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “วัดพิชัยญาติ” สวยมากจิงๆ ภาพนี้ ไม่ต้องใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ไม่ต้องปรับเทคนิคอะไรมาก สวยด้วยตัวของสถานที่เองอยู่แล้ว พวกเราต้องช่วยกันรักษาไว้นะคะ ตลอดจนลูกหลาน เหลน โหลน ว่ากันไปเลย ให้มีสื่งดีๆ คงอยู่คู่แผ่นดินให้เราภูมิใจกันต่อไป
สุดท้ายรูปนี้ไม่ลงไม่ได้เลย เพราะเป็นรูปคนถ่ายค่ะ เหอๆๆ ได้ข่าวว่าหมดไปหลายตังค์ค่าล้างรูป แต่งานนี้ทุ่มทุนค่ะยังมีเวอร์ชั่นขาว – ดำให้ดูกันอีกนะคะ พรุ้งบีจะอัฟมาให้ดูกันจะจะ คราวนี้พกแฟนสาวน่ารักมาด้วเห็นปะ อิอิ จิงก้อพกมาตั้งแต่บีเขียนเรื่อง “มุมดีๆ” แล้วล่ะค่ะ ถ้าใครจำได้ก้อเด็กผู้หญิงที่ยืนทำรูปหัวใจยิ้มแก้มปริไงค่ะ หวังว่าควจำกันได้ถ้าจำไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านได้ตามที่แท็คไว้ด้านข้างเลยค่า เหมาะกันเนอะ ไม่ยอมอ่า บีก้ออยากมีมั่ง แง…แต่ช่างเถอะค่ะ เพราะบีคิดว่ายังไงแล้วชาตินี้บีคงไม่แต่งงานอะ ไม่ใช่ไม่อยากใส่ชุดเจ้าสาวนะคะ แต่บีคง…..อย่ารู้ดีกว่า เดี๋ยวฮาไม่ออก อิอิ G&F
*รักประเทศไทยด้วยการกระทำนะคะ ไม่ใช่ดีแต่พูด
**ขอบคุณภาพสวยๆ จาก น้องกู๊ด และนางแบบ น้องฝ้ายมั่กๆๆๆเลยวันหลังพี่ขอไปเป็นนางแบบด้วยนะ
***พ่อบีจะผ่าโรคหัวใจแล้วค่ะ เรามีความศรัทธา คือ ความเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่ปาฏิหารย์ต้องเกิดขึ้นอีกครั้งค่า แวะไปเยี่ยมคุณพ่อได้นะคะ จะได้เจอกะนู๋บีตัวเป็นๆๆ ด้วย 555+

4 responses to “Bangkok: The City Our So Pround

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s