“ถูกต้อง…แต่ไม่ถูกใจ”

ที่ทำงาน
ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “ถูกต้อง” กันมาแล้วนะคะ และบีก้อเชื่อค่ะว่าคนที่เข้ามาอ่านตรงนี้ ก้อต้องรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด บางคนผ่านร้อนผ่านหนาวมาก้อมากมาย ยึดหลักในการเชื่อมั่นว่าตัวเองทำสิ่งที่ “ถูกต้อง” มาตลอดชีวิต แต่ทำไมใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข บีมีตัวอย่างชีวิตคนคนหนึ่งค่ะ ทำงานอยู่ฝ่ายบุคคล ในบริษัทใหญ่ระดับมหาชนค่ะ(ถ้าพูดเรื่องซิป ด้าย กระดุม วีนัส อุ๊ป นั้นแหละค่ะ ไม่ได้บอกชื่อบริษัทเลยเนอะกรู)
ชีวิตเค้าบีว่าตลกมาก เขาจะเป็นพวกเนียบ เรียบร้อย ผมใส่น้ำมันจารบีเรียบ แปร่ทุกวัน ดูเป็นคนขยันทำงาน มีมานะในการรายงาน(เอาหน้า)ซึ่งเรื่องมันเป็นเรื่องจิงทั้งนั้นแหละค่ะ ที่เขารายงานต่อผู้ใหญ่ และเขาก้อมักจะยิ้มแย้มให้กับเพื่อนร่วมงานเสมอๆๆ แต่เชื่อไหมค่ะว่าในออฟฟิต “ไม่มีใครเอาเค้าสักคนแม้แต่ผู้ใหญ่) sick
เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะ “ความถูกต้อง”
นี่แหละ ความถูกต้องเป็นสิ่งที่ดี แต่เขากลับนำมาใช้ในลักษณะที่เรียกว่า ตรงเกินไป ตรงจนบางครั้งลืมดูตัวเอง เห็นแต่คนนู่นคนนี้ทำไม่ดี ไม่ถูก ในความคิดของเขา ซึ่งบีไม่ได้เข้าข้างว่าคนทำผิดดีนะ แต่อะไรที่มันเป็นเรื่องเล็ก เรื่องน้อย สารพัดเรื่อเรื่อง ต้องถูกรายงานผู้ใหญ่ทั้งหมดค่ะ แล้วบางครั้งความผิดเล็กๆ ขั้นลหุโทษนี้เขาไปรายงานทุกวันจนคนอื่นๆ ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนทำ หรือ ไม่ทำ การมีอำนาจอยู่ในมือ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ระดับนักบริหารเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่เค้าคิดถึงแต่ “ความถูกต้อง” กับผลงานของตัวเอง ไม่คิดถึงใจผู้อื่นบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราพักกลางวันบริษัทจะให้อิสระแก่เรา หนึ่งชั่วโมงในการพักผ่อนตามอัธยาสัย แม้กระทั้ง การหลับ บนโต๊ะของตัวเองสักงีบ เพื่อบ่ายโมงจะได้ลุกขึ้นมาทำงานไหว ถามว่า “ในความคิดของทุกๆ คนแล้วพนักงานคนนี้ทำผิดหรือเปล่า คนอื่นๆ ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดาเคารพในสิทธิส่วนบุคคลซึ่งกันและกัน” แต่ฝ่ายบุคคลคนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ ด้วยความกลัวเสียภาพพจน์ของบริษัท เขาก็ดำเนินการอย่างที่คิดไว้ค่ะ คือ ฆ่าพวกพ้อง ร้องเจ้านาย และขายเพื่อน ด้วยความหวังดีนะคะว่าเค้าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง.gossiping
แล้วพนักงานก้อโดนผู้ใหญ่เรียกเข้าไปเตือน จิงๆแล้วอันนี้ถูกไหมค่ะ เด๋วใครเดินผ่านไปผ่านมาจะดูไม่ดีกับบริษัทระดับมหาชนอย่างเรา ความยิ่งใหญ่จะหายไป มันคือความถูกต้องค่ะ แต่ถามต่อไปว่า มันใช่เรื่องไหมค่ะ มันถูกใจพนักงานไหมค่ะ แล้วสิ่งที่เสียกับสิ่งที่ได้คุ้มกันหรือไม่ อย่างไรค่ะ อย่างแรกเลยเค้าสูญเสียความเคารพนับถือในตัวบุคคลคนนี้แล้ว พนักงานคนนั้นแก้เผ็ดเขายังไงรู้ไหมค่ะ พอทุกพักเธอจะเดินตรงปรี่เข้าห้องพยาบาลโดยที่ไม่มีใครสามารถมาจับผิดเธอได้อีก ถ้าพนักงานหลายๆ คนรวมตัวเข้า ไม่เอาคนคนนี้มาเป็นฝ่ายบุคคล เขาก้ออยู่ไม่ได้นะคะ มีแต่พระเดช พระคุณไม่มี แบบนี้ไม่ไหวจะเคลียร์ค่ะ ผู้ใหญ่ต้องฟังเรื่องจุกจิกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของพนักงานคนอื่นๆอีก ทุกๆวัน กระทั้งมากเข้าผู้ใหญ่ไม่อยากจะฟัง เลยมอบอำนาจให้เขาแจกใบเตือนต่อพนักงานที่ทำผิดได้ อะไรเกิดค่ะ พระเดช เกิดค่ะ แต่เชื่อไหมค่ะว่าไม่มีพนักงานคนไหนเลย ที่จะกลัวโดน “ไล่ออก” เพราะใบเตือนของเขา สุดท้ายเมื่อมีอำนาจแต่ใช้ไม่เป็นก้อต้องถูกริบคืนค่ะ แถมยังโดนพนักงานแก้เผ็ดต่างๆ นานา ด้วยนะคะ เขาผิดไหมที่คอยรายงานสิ่งที่เค้าคิดว่าถูกต้อง ให้นายฟัง ไม่ผิดหรอกค่ะ เขาถูกต้องค่ะ ถามต่อไปว่า “ถูกใจ” ด้วยหรือเปล่า ถูกใจใครล่ะค่ะ เจ้านายเหรอ หรือ พนักงานด้วยกันคงไม่ใช่แน่ๆ ส่วนเจ้านายถ้าเค้าถูกใจจริงตอนที่เจ้านายเลื่อนตำแหน่งนั่งประธานบริหารของอีกบริษัทหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทในเครือนี้นั้นแหละค่ะ แต่เจ้านายกลับเอาเลขาข้างตัวไปแทน พ่อคนถูกต้องนี่แหละค่ะ ถูกเจ้านายเก่าทิ้งค่ะ ไม่เอาไปด้วย พอขั่วอำนาจเปลี่ยนทุกอย่างก็เปลี่ยน แต่อีตานี่ยังอยู่ที่เดิม…เจ้านายใหม่เข้ามาเป็นผู้ชายที่ไม่ชอบเรื่องจุกจิก อีตานี่ก้อทำเหมือนเดิมค่ะคือ “รายงานตัว” แต่กลับเป็นว่าอะไรทราบไหมค่ะ เจ้านายใหม่นำทีมบริหารเข้ามาใหม่ รวมถึงให้ควบคุมอำนาจคนถูกต้องนี่ด้วย คราวนี้คนถูกต้องก้องานเข้าเลยค่ะ เขาทำงานอะไรไม่ได้ก้อโดน ไม่มีเพื่อนพนักงานคนไหนสักคนที่เห็นใจเขา มีแต่คนสะใจ แล้วเขาก้อไม่ต้องเข้าพบนายได้อีกเลยเนื่องจากรำคาญ ปัญหาใหญ่ๆ ในบริษัทมีให้ผู้บริหารแก้มากมาย บางทีใครเค้าอยากฟังความถูกต้องแต่ไม่ถูกใจใครเลยของเค้าบ้าง นายเก่าก้อไม่เอา นายใหม่ก้อไม่ต้อนรับ เพื่อนร่วมงานพากันยี้ ตอนนี้เลยได้เป็นแค่มด ปลวกเล็กๆ ที่คอยเกาะบริษัทไป ไม่มีใครหรืออะไรสนใจเค้าอีกเลย….ถูกต้องไม่ถูกใจ
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ บีอยากให้คนที่มีความเชื่อมั่นในความคิดอ่านของตนเองได้เข้ามาอ่านนะคะ แล้วลองเก็บไปคิดดูว่าตอนนี้คุณกำลังโดนกระทำแบบนี้อยู่หรือเปล่า ใช่ค่ะทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณคิดมันถูกต้องค่ะ แต่อย่าลืมว่าคนทุกคนย่อมมีเหตุและผลของตัวเอง แต่คุณฟังเหตุผลของพวกเขาด้วยความมีน้ำใจ เข้าอกเข้าใจ เห็นใจ เค้าบ้างหรือเปล่า หรือฟังแล้วเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ยังไงเหตุผลของฉันก้อถูกอยู่ดี ไม่มีใครอีกแล้วล่ะค่ะที่คิดว่าคุณไม่ถูก คุณถูกต้องค่า แล้วที่เค้าเลิกที่แสดงความคิดเห็นเวลาคุณปรึกษาเรื่องใดๆ ก้อตามแล้วเค้าเห็นว่าคุณเป็น “มนุษย์ถูกทุกข้อ” เลยเค้าไม่โต้แย้งใดๆเลยเห็นด้วยทุกประการ ไม่ได้หมายความว่าคุณได้รับสิ่งนั้นจิงๆ หรอกค่ะ เค้าขี้เกียจจะเถียงกับบัวใต้น้ำอย่างคุณต่างหาก เก็บไปคิดดูดีๆ นะคะ ใจเขาใจเรา เราอยากได้ใจเพื่อนร่วมงาน ลูกน้องฯลฯ แต่คุณไม่เคยทำสิ่งที่ “ถูกใจ” เค้าสักครั้งเลย คุณจะได้ใจเค้าจากไหนค่ะ อีกไม่นานเค้าก้อไปจากคุณ เพราะจริงๆ แล้ว เราหาเส้นตรงกลางระหว่าง “ถูกต้องกับถูกใจ” มันไปด้วยกันได้ แค่เพียงคุณจำคำที่พระพุทธองค์สอนไว้ให้เดินสายกลาง ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป แล้วก้อเจ้านายที่ดีต้องปกป้องลูกน้องนะคะไม่ใช่เอาแต่พาลหรือด่า ก้อพอแล้วค่ะ ไม่ต้องดีเลิศเลอ วิเศษมาจากไหน แค่นี้เขาก้อทำงานให้คุณแบบไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวตายแล้ว อยู่ที่ตัวคุณนะคะ ทำได้หรือเปล่าแค่นั้นเอง พยายามเปิดใจให้กว้างนิดหนึ่งนะคะ ถ้ามาอ่านบทความนี้ เพราะบล็อกนี้ไม่มีที่สำหรับพวกใจแคบ และถูกทุกข้อค่ะ จะมีก้อแต่ มนุษย์ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่สอดคล้องกัน นำมาจอยกันจนได้ความสมดุลค่ะ
ไม่มีใครสนใจ
*รับฟังความเห็นที่แตกต่างค่า(เลียนแบบท่านนายกฯ)
**เอาเวลาถูกต้องของคุณไปรักบ้าน้กิดเมืองนอนกดีกว่าไหม จะได้เห็นแก่ตัวให้น้อยๆหน่อย
***เห็นแก่ตัว กับ รักตัวเองให้เป็น ความหมายต่างกันลิบลับนะคะ

Advertisements

Kim Hyun Joong News

จุงจุงอันนี้บีหาข่าวเก่าบ้างใหม่บ้าง พยายามรวบรวมให้ได้มากสุด เพราะอยากเอาใจพี่สาวที่ช่วยโปรโมทเวปให้ และยังจะให้ยืมตังค์ในเดือนหน้าอีกด้วย 555+ (เอาน้องจุงมาล่ออออ…)
ถ้าใครเคยอ่านแล้วจะอ่านซ้ำก้อรู้สึกสดชื่นดีนะคะ แต่ถ้าข่าวเก่าไปก้อขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ให้ถือซะว่าเป็นแหล่งรวบรวมข่าวก้อแล้วกันนะคะ
ในข่าวนี้จะยังไม่ลงถึงอาการป่วยของน้องจุง เพราะรู้สึกจะป่วยบ่อยมากกก…แล้วคิดว่าสาเหตุอาจอยู่ที่การใช้ชีวิตของน้องจูงเองก้วย ทั้งยานอนหลับ ชอบทานเผ็ดมากๆๆ เป็นต้น เรื่องอาการป่วยบีจะเกริ่นแค่นิดเดียว แต่จะวิเคราะห์ผลมากกว่า และหาทางรักษาให้ เพราะบีทำงานอยู่ใกล้หมอ ไม่ใช่แต่ในโรงพยาบาล แต่เป็นแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นการรักษาจากภายในด้วย ขืนให้กินยาอยู่อย่างนั้น ตายกันพอดี แค่นี้ก้อเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ มากแล้ว…เด๋วเงินที่หามาได้จะเอามาใช้รักษาตัวหมดกันพอดี ไม่ได้กิน ได้เที่ยว มึความสุขเหมือนคนอื่นๆ เค้า สงสารนะเนี่ย ถ้าพี่ฉันไม่ได้ชอบแก แกคงไม่โชคดีอย่างนี้หรอกนะจ๊ะ คุณน้องจุง รู้แล้วก้อรีบขอพี่ฉันแต่งงานไวๆๆ ด้วยล่ะ(กรูจะได้รวยไปด้วย 555+) ถ้าคุณน้องจุง ยังมีบุญอยู่ก้อขอให้เจอข้อความที่จะช่วยรักษาคุณได้ ซึ่งเป็นไปได้น้อยมาก เพราะบีไม่เป็นภาษาเกากลี และก้อไม่รู้ว่าจะมีใครสามารถบ้าง ยังไงก้อไปดูข่าว ทั้งเก่า ทั้งใหม่ของ คุณน้องจุงกันเลยดีกว่าค่ะ
joong_03
“Kim Hyun Joong เริ่มต้นกับการแสดงในเรื่อง “Can we be in love?” ละครซิทคอมที่ออกอากาศทุกวัน หลังจาก เรื่อง “Old Miss Dairy.” เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก การงานและชีวิตประจำวันของพี่ น้องสาวๆ 3 คน ซึ่งเค้าจะเล่นเป็นโปรกอล์ฟที่เป็นอัจฉริยะ แต่โชคไม่ดี และนอกจากนี้ยังเคยทำหน้าที่เป็น พิธีกรรายการ Show! Music Core คู่กับ Brian จาก Fly to the Sky ด้วย.”

Kim Hyun Joong ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากรายการ We Got Married
“การที่ผมได้มาใช้ชีวิตคู่กับ ฮวังโบ (Hwang Bo)ใน We Got Married ทำให้มุมมองต่อผู้หญิงของผมเปลี่ยนไปครับ”
คิมฮยอนจุง ยังได้กล่าวรู้สึกขอบคุณฮวังโบอีกด้วยว่า “ในอดีต ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าคนที่จะมาเป็นแฟนผมจะต้องมีอายุเท่ากับผมหรือเด็กกว่า แต่นับตั้งแต่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในรายการ We Got Married ผมก็ตระหนักแล้วว่าการมีแฟนที่อายุมากกว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร” รูปคู่
เมื่อถูกถามว่าเขาคิดที่จะมีแฟนบ้างหรือไม่ ฮยอนจุงตอบ “หลังจากผมเลิกกับแฟนเก่า ผมก็ยังไม่เจอใครเลยครับ ตอนนี้งานผมยุ่งมากทั้งที่เกาหลีและญี่ปุ่น ผมอยากจะตั้งใจกับการทำงานไปก่อนและยังไม่มีความคิดที่จะเริ่มคบกับใครครับ”
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 เวลา 21.55 น. MBC Hall ยออีโอ กรุงโซล มีงานประกาศผลรางวัลคนบันเทิงรายการโทรทัศน์ในชื่อ ‘2008 MBC Broadcast Entertainment Award (2008 MBC 방송연예대상 )’
BEST Brand Award=We Got Married’s Couple(Sunday Night)
Best Couple=ฮวังโบ คิมฮยอนจุง(Sunday Night)

นิทานเรื่อง….เเม่มด

อันนี้บีได้รับ Forward Mail มาอ่านแล้วชอบมากมายๆๆๆ จิงๆแล้ว บีไม่ค่อยมีเวลาอ่านเมล เท่าไหร่ แต่อ่านแล้ว เมลนี้โดนเลยอะ จะต้องเอามาลง ขออภัยสำหรับใครที่อ่านแล้ว แต่ใครที่ยังไม่อ่าน ลองอ่านดู ดีโคตรๆๆ ชอบบบบบบ…
*** ถ้าเป็นคุณ จะเลือกแบบไหน ดีมากๆ …อ่านให้จบนะ ***

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว…..อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่งได้ถูกต้อง อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้.. เขาก็จะถูกประหาร

“คำถามนั้นคือ …. สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?”

แม่มด
ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและ เริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้ คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่ ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง

แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น

อัศวิน
แม่มดตกลงจะให้คำตอบแต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์ อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน
ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลมและยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์

“สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง”

ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่ และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริง
แต่ทว่า……..งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งสุภาพอ่อนน้อม ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และแล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง
กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์ ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!! หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพบพาน นอนรออยู่เบื้องหน้า กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า…
เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด) ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้

กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?
เราคู่กัน

เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!!
กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด? หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??

เป็นคุณหล่ะ.. คุณจะเลือกอย่างไร ???
….
เอาล่ะ..เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้ กาเวนตอบว่า

“เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอง”

เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเองนางฟ้า...ซาตาน
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า…
1. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ แม่มด
2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความประพฤติของผู้ชาย!!!

*อยากให้ใครบางคนมาอ่าน
**จิงๆแล้วอยากให้ผู้ชายงี่เง่าทุกคนมาอ่าน(เชื่อว่าพวกเขาก้อไม่เข้าใจอยู่ดี)
***ชอบให้ความหวัง เราไม่ได้ง่ายนะ บีแค่รัก..ประเทศไทยยย 55+

ครูบ้านนอก(ฝึกหัด)

นาย คิดดี ทำดี
ขอโทษนะคะที่หายหน้าหายตาไปหลายวันพอดี “งานเข้า” (แบบว่า สอบตก ตกสอบ อกหัก งานเยอะ เจ้านายด่า อีเว้นท์เพียบ แถมยัง ตกรถ ตกเรือ ตกท่าน้ำ ตกเครื่องบินฯลฯ เวอร์ไปและ อิอิ) อย่างที่เอ่ยกันไปข้างต้นนั้นแหละค่ะ เหอๆๆๆ หลังจากที่เครียดจนรู้สึกว่ามันมีอะไรที่มากเกินไปอยู่ ก้อเลยตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด แม้การตัดสินใจของบี บีไม่รู้ว่ามันจะพลาดหรือเปล่า แต่บีทนไม่ได้จิงๆว่ะ(ค่ะ) พวกไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพในศักดิ์ศรีของคนอื่นนี่ ก้อต้องโดนเกลียดเข้าสักวัน เหอๆๆ ไม่ไหวจะเคลียร์ค่ะ
คุณครูสอนวิชาพละ(การ)ศึกษา
แต่วันนี้บีขอเอาความดี ของคนที่เขาคิดดี ทำดี มาให้ อ่านกันสนุกๆๆ นะคะ เพราะจิงๆๆ แล้วตัวบีเองก้ออยากทำให้ได้แบบนี้เหมือนกัน นั่นคือ “ชีวิตของน้องรหัสบีเองค่ะ” (เสียงกรี๊ดจากผู้หญิงครึ่งประเทศ เหอๆๆๆ) น้องบีใช้ชีวิตได้คุ้มค่าจิงๆ ค่ะ เป็นคนดี ทำประโยชน์เพื่อสังคม กล้าได้ กล้าเสีย(แต่ส่วนใหญ่มันจะเสียมากกว่าได้ ฮา…..) รุ่นนี้นี่น้องๆหลายคนเป็นตัวเองมากๆ ค่ะ จนหลายครั้งบีรู้สึกอิจฉา และเอาแรงนั้นมาเป็นกำลังใจให้วิ่งตามสิ่งที่บีอยากทำ อยากเป็น อิอิ ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ (ทำมาหากินอีกแล้วกรู ฮา….) ทริปอันนี้ที่เอามาลง เอามาลงด้วยความภาคภูมิใจค่ะ ที่ได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมค่ะ บีไม่รู้ว่ามีใครร่วมเดินทางไปในทริปนี้บ้าง หรือคนที่ไปมาแล้ว และคนที่ไปอยู่ คิดจะไปหรืออะไรก็ตามค่ะ บีขอยกย่องให้คุณเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็กในอนาคตเลยนะคะ (ทำดีให้เด็กดู มีจริงๆค่ะ) และขอให้คุณทำสิ่งดีๆ เหล่านี้ต่อไป แล้วความดีจะคุ้มครองคุณค่ะ และนี่เป็นบทกล่าวนำเล็น้อย ซึ่งมันน้อยมากจิงๆ จนไม่รู้ว่าจะเป็นบทความได้ป่าว แต่ไม่เป็นไรค่ะเพราะสิ่งที่น้องมันทำ มันดีกว่าคำที่เขียนบรรยายด้วยความสวยหรูค่า น้องรหัสคนนี้ขึ้นหัวข้อไว้ว่า…จุดเกิดเหตุ
“ครูบ้านนอก”
ทริปนี้กล้าหาญชาญชัย ตัดสินใจสะพายเป้ขึ้นหลัง เดินทางคนเดียวไปทำประโยชน์ให้สังคมบ้าง อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่คนหลายคนใฝ่ฝันที่จะได้ทำในสิ่งนี้ อาจจะเรียกสั้นๆว่า “ครูดอย” ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณมูลนิธิกระจกเงาครับที่มีโครงการครูบ้านนอกหรือครูอาสาให้กับพวกเราได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม ทริปนี้กดน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากเหล่าครูบ้านนอกทุกท่านล้วนแล้วแต่มีกล้องพี่โบ้ อุปกรณ์เพียบ ไอ้เราก้อได้แต่แอบๆถ่ายอยู่เงียบๆคนเดียว ฮ่าๆๆ ได้มาแค่นี้อ่าครับกับบรรยากาศการเดินทางที่ ดอยปู่หมื่นใน ที่ผมประทับใจสุดๆกับฟิล์ม Fuji Superia 400 บูดๆ

คุณครูนกกระดาษ
*น้องระเห็ดถ้าเข้ามาอ่านบอกได้เลย “ข้ารักเองว่ะ” (แต่กรูเคืองเรื่องที่จะเปิดร้านยังไม่โทรมาบอกกรูเลย)
**ใครที่เคยไปเข้ามาแชร์ความเห็นได้นะคะ ส่วนใครที่อยากไปก้อถามรายละเอียดได้ค่ะ
***คนไทยด้วยกันต้องรักกันมากๆๆ นะคะ (แม้บางทีจะแอบไปหลงใหลหนุ่มเกาหลีบ้างก้อเบลอๆ กันไป)
****รูปบีเอามาเฉพาะบางส่วนเท่านั้นนะคะ ถ้าอยากดูเต็มลิงค์เข้านี่เลยค่ะ

HAPPY BIRTHDAY MY SISTER

เกิด
วันนี้ขอเป็นพิเศษนิดนึงนะคะ!!!! พอดีว่าวันนี้เป็นวันเกิดพี่สาวบีเอง (เด๋วนี้เริ่มเอาพี่มาขายกินแล้ว) ฉะนั้นโพสส์นี้พิเศษเลยค่า แล้วก้อมีน้องชาย(ร่วมโลก)อีกคนที่ตอนนี้พี่บีกะลังปลื้มมากๆๆๆ มาอวยพรให้ด้วยนะคะ กว่าจะหาข้อความเข้ากันได้แทบตายเลยกรู ^^KimHyungJoong
น้องจุงได้อวยพรวันเกิดให้เจ๊ว่า “ผมจะกลับมาในเร็วๆนี้พร้อมกับของขวัญที่ใหญ่กว่าลูกกวาดของหวานเหล่านี้ สำหรับคนที่เหน็ดเหนื่อยจากการงาน การเรียน หรือแม้แต่คุณป้าที่น่ารักที่นอนกลิ้งไปมาอยู่กับบ้าน ของขวัญชื้นนี้ฟรี ผมต้องการใช้เงินที่ผมหามาได้ซื้ออะไรสักอย่างให้พวกคุณ”
เป็นไงเป็นไงเข้ากันไหม อิอิ วันเกิดนุชต้องการไรอีกป่าว เค้า คำอวยพรจากน้อง(และน้องจุง) พอใจยังงงงงงงงง….. ถ้าไม่พอก้อไม่มีจะให้แล้วเฟ้ย 555+
และนี่เป็นกลอนสุดพิเศษให้กับพี่สาวจากน้องคนนี้ ที่ไม่มีสะตางค์ เลยเอาน้องจุงมาอวยพรให้ ก้อเป็นคำพูดที่หาเอาในเวป ตัดๆๆ ตัดๆๆ ลอกๆๆ มา…(อย่าเผลอคิดดีใจไปเองล่ะป้า)

ขอสุขสันต์ วันเกิด ประเสริฐสุดเกิดเกิด

เปรียบประดุจ น้ำค้าง กลางเวหา บริสุทธิ์ สวยใส นัยนา
ทั้งชีวา มีสุข สิ้นทุกข์ทน ขออายุ คงมั่น ขวัญสถิตย์
เพราะด้วยฤทธิ์ เทวา มาทุกหน ประทานพร ให้ด้วย ทั้งช่วยดล
สรรพ์มงคล ดีเลิศ บังเกิดพลัน

ขอคุณงาม ความดี อย่าหนีจาก สิ่งที่พราก จากไป เหมือนได้ฝัน
จงกลับคืน ฟื้นอยู่ มาคู่กัน เหมือนดั่งจันทร์ นั้นหนา กับราตรี

ขอพระธรรม ค้ำจุน อย่าขุ่นข้อง นั้นควรต้อง น้อมไว้ ใส่เกศี
อันความรู้ คู่ไป ในความดี ก็จะมี แต่สุข ทุกวันวาร
ใครจะอวยพรเชิญได้เลยนะคะ ข้างล่างยังว่างให้เม้นท์อยู่ อิอิ

มีความสุขมากๆๆ นะเจ้ ขอให้รวยๆๆ อย่าลืมเผื่อน้องด้วย
^^
แล้วอย่าลืมวันเกิดเค้าล่ะ 5555+
Birthday P'June
*Happy Birthday ka
**Love u Thailand
***แกรู้ป่าวน้องจุงของแกก้อเกิดเอนเดียวกะแกเลย
แอบดีใจอะจิ อิอิ

3 ท่าเด็ดเอาตัวรอดจากการถูกข่มขืน

ป้องกันตัว
ข่าวอาชญากรรมทั้งปล้น จี้ ชิงทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันดูเหมือนปริมาณจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับจำนวนเงินในกระเป๋า แต่ที่เป็นภัยร้ายแรงหนักหนาสาหัสสำหรับคุณผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน วัยเรียน หรือวัยใดๆ เห็นจะเป็นภัยจากอาชญากรตัวร้ายที่จ้องจะกระทำชำเรา ฆ่าชิงทรัพย์ ฯลฯ
เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้เราไปพูดคุยกับ 2 นักกีฬายูโดจากมหาวิทยาลัยรังสิตเพื่อหาหนทางง่ายๆ ในการป้องกันตัวพื้นฐานจากการถูกจู่โจมในระยะประชิดตัว
“ปาจรีย์ ชำนาญทัศน์” นักศึกษาทุนนักกีฬา ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าท่าพื้นฐานง่ายๆ ที่น่าจะช่วยให้คุณผู้หญิงเอาตัวรอดจากภัยร้ายกรณีถูกบีบคอจากทางด้านหน้าก็คือ ท่าสับขา
“ขั้นตอนง่ายๆ ก็คือหากถูกบีบคอจากด้านหน้า เราจะต้องใช้วิธีการจับมือคู่กรณี จากนั้นรวบรวมแรงและใช้ขาถีบต้นขาคนร้าย ให้ขาคนร้ายมีลักษณะเหยียดออกให้ได้ จากนั้นพยายามใช้เท้าถีบศรีษะของคนร้าย และใช้เท้ากดศรีษะคนร้ายลงพื้น แต่ต้องบีบข้อมือคนร้ายให้แน่น”
หากถูกล๊อคคอจากทางด้านหลัง “มารุจน์ กูมมุดดิน” นักศึกษาทุนนักกีฬา ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ กล่าวว่าสามารถป้องกันได้โดยการดึงท่อนแขนข้างที่ล๊อคคอ หลังจากนั้นย่อตัวลง พร้อมออกแรงทุ่มหรือเหวี่ยงคนร้ายให้ลงพื้น เมื่อคนร้ายถูกทุ่มลงพื้นแล้วจะบิดท่อนแขนคนร้ายหรือจะวิ่งหนีก็ย่อมทำได้
“สำหรับท่าป้องกันตัวพื้นฐานอีกหนึ่งท่าคือ การใช้แรงบิดแขนในกรณีที่โดนล็อคแขน ถ้าถูกคนร้ายล๊อคแขนให้คลายมือตัวเอง เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม เพื่อหมุนท่อนแขนของเราทั้งท่อนไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา พร้อมกับจบท่อนแขนคนร้ายให้ได้ เมื่อท่อนแขนคนร้ายถูกบิดแล้วให้ใช้มืออีกข้างกดที่หัวไหล่ลง ท่านี้สร้างความเจ็บปวดให้กับแขนคนร้าย”
ทั้งสองคนบอกอีกด้วยว่าทั้งสามท่านี้เป็นท่าที่ใช้เพื่อเอาตัวรอดจากอาชญากรเท่านั้น ดังนั้นหากสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้ว ควรจะหนีให้เร็วที่สุด เพราะไม่ผู้ประสบเหตุไม่รู้ว่าคนร้ายมีอาวุธอะไรอีกหรือเปล่า
shoes
*ขอบคุณ ASTV และ ผู้จัดการมากนะคะสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
**พวกคนร้ายคุณหยุดทำร้ายแผ่นดินที่คุณอาศัยอยู่ค่ะ
***หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนนะคะ ยกเว้นคนร้าย 555+

****ขอบคุณความหวังดีจากพี่สาวน้องจุงด้วยนะคะ เด๋ววันหลังจะเอามาแนะนำตัว555+
*****ถ้านึกอะไรไม่ออกไม้ตายสุดท้ายใช้ไอ้นี่เลยค่ะ…

“Kim Hyun Joong” Extra Ordinary Man

Kim Hyun Joong – ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ทำไมถึงไม่ธรรมดารู้ไหมค่ะพี่น้อง เพราะคนๆ นี้เค้าได้สร้างปรากฏการณ์ชนิดที่ว่า เกิดมา 26 ปีเพิ่งเคยเจอคนนี้แหละค่าทำให้ “พี่สาว” บีเปลี่ยนไป พี่สาวบีไม่เคยบ้าดาราเลย ตั้งแต่เป็นพี่-น้องกันมาเนียไม่เคยจะแสดงให้เห็นเลย เพราะเขาเป็นคนไม่บ้าจิงๆ นะคะ แต่พอมาคนนี้ โห เป็นไปได้พี่เรา บีก้อว่าเค้าก้อเฉยๆ นะในความรู้สึกบี แต่นี่พี่บีถึงกับออกตัวรับว่าเป็น “น้องจูง น้องจูง” ไม่หยุดปาก สุดยอด (บียังไม่รู้เลยว่าแม่แอบไปคลอดน้องคนนี้ตอนไหน) โอว แม่เจ้า นับถือค่ะ คุณน้องจูง นับถือจิงๆ แกทำให้พี่ฉันบ้าดารา Idol ได้ไงว่ะ คือคุณต้องไม่ธรรมดาแน่ ที่ทำให้ป้าแก่อายุ 27 ที่วันๆ เอาแต่ทำงานกับอ่านหนังสือ ได้มีช่วงเวลาที่มันควรจะมีตั้งแต่เป็นเด็กสาวมัธยมแล้ว เหอๆๆ มาเป็นเอาตอนแก่ (ตูล่ะเซ็ง) เรามาดูประวัติน้องชายใหม่ของครอบครัวเรากันดีกว่า ว่าเค้ามีอะไรไม่ธรรมดา…โอเค 3..2..1..นับถอยหลังรู้จักเค้าคนนี้ “คิม ฮยอน จูง” เขาเป็นคนที่โดดเด่นและถูกคัดเลือกโดยผู้อำนวยการฝ่ายคัดตัว และได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าวง SS501
ประวัติ… น้องจูง
ชื่อ : คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong)
วันเกิด : 6 มิถุนายน 1986
ครอบครัว : มีพี่ชาย 1 คน
กรุ๊ปเลือด : B
ส่วนสูง/น้ำหนัก : 180 ซม. / 68 กก.
การศึกษา : Hanyang Industrial High School
งานอดิเรก : ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก, บาสเกตบอล, ฟุตบอล
ความสามารถพิเศษ : เล่นกีตาร์, เปียโน, เต้น
คติ : Life in one strike

คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong) เกิดวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2529 เขาได้รับการปลูกฝังให้รักการอ่านมาตั้งแต่ยังเล็ก เขาเป็นเด็กเรียนดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเลขและวิทยาศาสตร์ ถึงขนาดเคยชนะการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อสมัยเรียนมัธยมต้นมาแล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องมาเปลี่ยนไป เมื่อเขาหมดความสนใจในการเรียนไปซะดื้อๆ แล้วหันไปทุ่มเทเวลาให้กับการเล่นกีตาร์ที่เจ้าตัวโปรดปราน ถึงขนาดพร่ำเพ้อจะเป็นร็อกเกอร์สตาร์ให้จงได้ จึงทำเรื่องดร็อปเรียนไว้กว่าปีครึ่งก่อนจะกลับมาเรียนใหม่เมื่อคิดได้ แต่ก็ยังไม่ละความฝันซะทีเดียว ต่อมาเขาเข้ารับออดิชั่น และได้รับเลือกในปี 2004 ด้วยใจหวังอย่างเต็มเปี่ยม ว่าจะได้เป็นสมาชิกวงร็อก หากแต่ทุกอย่างก็กลับตาลปัตรหมด เมื่อถูกจับให้มาเป็นหัวหน้าวง ไอดอลหนุ่มล้วนในนาม SS501 (ดับเบิลเอสไฟว์โอวัน) ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดฝัน คิมฮยอนจุง จึงคิดจะลาออกจากการเป็นนักร้องอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อพบว่า การที่เขาเข้ามาเป็นสมาชิกวง SS501 เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่ของเขามีความสุขและภาคภูมิใจในตัวลูกชาย เขาจึงเปลี่ยนความคิดใหม่และทำให้มี “คิมฮยอนจุง” จนถึงทุกวันนี้
หลังเริ่มต้นด้วยอาชีพนักร้องในฐานะหัวหน้าวง SS501 ความนิยมของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะที่เกาหลี แต่ยังเผื่อแผ่ไปยังแดนปลาดิบ และประเทศในแถบเอเชียใกล้เคียงอีกด้วย ยิ่งมาได้รับบทสามีเด็กของดาราสาว ฮวางโบ ในเรียลิตี้โชว์เรตติ้งสูงอย่าง We”ve Got Married ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของ คิมฮยอนจุง ดังเป็นพลุแตกเข้าไปใหญ่ ล่าสุดเขาก็ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 พระเอกละครซีรี่ส์เรื่อง Boys Over Flowers หรือ F4 เวอร์ชั่นเกาหลี เรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นขาขึ้นของ “คิมฮยอนจุง” โดยแท้…
น้องจูง6
เล็กๆ น้อยๆกับพ่อหนุ่มไม่ธรรมดาคนนี้คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong)
หัวหน้าวง SS501 กำลังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆอย่างมาก จากข่าวคราวเกี่ยวกับการทำงานอย่างมืออาชีพของเขา ที่เผยแพร่ออกมาโดยสื่อ ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต “SS501 2008 Japan Tour Grateful Days Thanks for…” ในกรุงโตเกียว และโอซาก้า เมื่อเดือนกรกฎาคม คิมฮยอนจุงไหล่เคลื่อน รายงานจากสำนักข่าวว่า ศิลปินผู้นี้ปฎิเสธที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลในทันที และยืนยันว่าเขามีตารางงานมากมายที่ต้องทำ เขารีบเดินทางไปยังโรงพยาบาล หลังจากงานคอนเสิร์ตเสร็จสิ้นแล้ว
วันที่ 2 ก.พ. ในรายการSBS ‘야심만만 예능선수촌’ ยาชิมมานมาน ซีซั่น2 คิมฮยอนจุง ได้ไปเป็นแขกรับเชิญพูดคุยในรายการ เขาเปิดเผยว่า เขาเคยชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่มาร่วมรายการ X-man ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร คิมฮยอนจุง สารภาพ “บางครั้งตอนถ่ายรายการเสร็จ ผมกลับไปถึงบ้าน ผมก็ยังคิดถึงเธอ แม้ในยามหลับก็ยังคิดถึง “น้องจูง4
*”น้องจูง” พูดในรายการ We got married “I Love คนไทย” ขนาดเขายังรักบ้านเราแล้วเราจะไม่รักประเทศตัวเองได้ไงค่ะเนี่ย
**ชอบแกก้อตอนที่แกบอกว่ารักคนไทยเนี่ยแหละ ดีมาก ดีมาก Concept เดียวกัน555+